บทความซักผ้าในหน้าร้อน และสิ่งที่อยู่ในเสื้อผ้าที่บางคนอาจจะไม่รู้มาก่อน

ใครจะรู้ว่าโรคยอดฮิตของคนเมืองอย่าง “โรคภูมิแพ้” ตัวการสำคัญมาจากเชื้อโรคและไรฝุ่นในผ้าและเครื่องนุ่งห่ม โดยข้อมูลจากศูนย์บริการและวิจัยไรฝุ่นศิริราช ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ระบุว่าอัตราความชุกของโรคภูมิแพ้อยู่ระหว่างร้อยละ 10-50 ของระชากรทั้งประเทศหรือเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ทั้งยังมีอัตราแนวโน้มการเกิดโรคภูมิแพ้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ง่ายๆ วันนี้ 2Madames.com มีเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นไม่ให้มารบกวนอีกต่อไป ให้คุณมั่นใจในความขาวสะอาดของผ้าและเครื่องนุ่มห่มอย่างแท้จริงมาฝากกันค่ะ


Cr: http://www.2madames.com

เชื้อโรคและไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นที่มาอาจมาจากคราบเหงื่อไคล หรือละอองฝน ประเทศไทยเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ที่ดีเนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนที่ชื้นกว่าช่วงอื่นๆ ผ้าต่างๆ อยู่ในสภาพเปียกและอับได้ง่าย รวมถึงการหมักหมมเสื้อผ้าที่ยังตากไม่แห้งสนิท ซึ่งนอกจากจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มจำนวนเชื้อโรคและไรฝุ่นแล้วยังก่อให้เกิดกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย

วิธีป้องกันเชื้อโรคและไรฝุ่น
• ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าและเตียงนอน อย่าปล่อยให้ไรฝุ่นยึดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าและเตียงนอน ควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ เพื่อลดความชื้นและกำจัดมูลของไรฝุ่นและดูแลไม่ให้เกิดเชื้อราซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของไรฝุ่น

• เก็บเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่มในที่แห้งและมีประตูปิดมิดชิด เพราะเชื้อโรคและไรฝุ่นมักเติบโตได้ดีในที่อับ และมีความชื้นสูง

• เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพราะข้อมูลจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ (Allergy UK) เผยว่าอุณหภูมิน้ำที่สามารถขจัดไรฝุ่นนั้นต้องมากกว่า 60 องศาขึ้นไป แต่น้ำสำหรับการซักผ้าด้วยมือหรือแม้แต่เครื่องซักผ้าปกติมีอุณหภูมิเพียงแค่ 30-40 องศา การใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ขจัดไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ครอบครัวเราใช้โอโมพลัส แอนตี้แบค เพราะสามารถขจัดเชื้อและไรฝุ่นได้ถึง 99.9% ช่วยป้องกันภูมิแพ้ ผื่นคัน กลิ่นอับบนเสื้อผ้า ลอกความหมองและคืนความขาวให้กับเสื้อผ้า

• ตากผ้ากลางแดดจัดนานติดต่อกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฟักตัวของไรฝุ่นบนเสื้อผ้า สำหรับคุณแม่ ควรดูแลเสื้อผ้าท่อนบนเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับลูกน้อยมากที่สุดรู้จักเจ้าวายร้ายตัวจิ๋วบนเสื้อผ้าอย่าง “ไรฝุ่น” ต้นตอหนึ่งของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นเรื้อรังของคนทั่วโลกและคนไทยกันแล้ว ก็อย่าลืมหมั่นดูแลเสื้อผ้าให้ขาวสะอาดและปราศจากเชื้อโรคและไรฝุ่นกันให้ดี ด้วยเคล็ดลับจำขึ้นใจง่ายๆ คือ “อะไรซักได้ ต้องซัก ตากแดดได้ ต้องตาก” เพราะการซักผ้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้คุณและคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณปลอดภัยจากเชื้อโรคและไรฝุ่น เพราะสุขภาพของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ พวกเชื้อโรคและไรฝุ่นจึงเป็นเรื่องใหญ่และสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย เริ่มต้นรับมือและป้องกันเชื้อโรคและไรฝุ่นตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในบ้านนะคะ

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเชื้อโรค และไรฝุ่น
•เชื้อโรคนั้นแอบสะสมอยู่มากในเครื่องซักผ้า เพราะคนส่วนใหญ่มักซักผ้ารวมๆ กัน ซึ่งน้ำสกปรกที่ถูกล้างออกมาจากการซักผ้ายังสามารถแพร่เชื้อโรคได้ต่อไปอีก โดยมันจะเกาะอยู่ตามพื้นและผนังโดยรอบของเครื่องซักผ้า ดังนั้นเราจึงควรแยกผ้าที่คาดว่าน่าจะมีเชื้อโรคอยู่มากอย่าง ผ้ากันเปื้อน ผ้าเช็ดโต๊ะ อย่าซักรวมกับผ้าอื่นๆ เด็ดขาด!

•ห้ามนำผ้าที่เปียกฝนลงไปกองสุมไว้ในตะกร้าร่วมกับผ้าอื่นๆ เด็ดขาด เพราะนั่นคือต้นเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นและเชื้อราบนเสื้อผ้า

•ไรฝุ่นชอบหลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืด และอากาศร้อนชื้น ดังนั้นเสื้อผ้าที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าที่มืดทึบจึงมักเป็นอาณาจักรที่ไรฝุ่นชอบใช้ในการแพร่พันธุ์

•แสงยูวีจากแสงแดดสามารถฆ่าไรฝุ่นได้ เมื่อถูกแสงโดยตรงเป็นเวลานาน 30-60 นาที แต่พวกมันมักฉลาดกว่าที่คิด ด้วยการแอบเข้าไปซ่อนในผ้าที่มีเส้นใยกำบังมาก ทำให้แสงยูวีไม่สามารถเข้าไปฆ่าได้ เนื่องจากไม่สามารถทะลุทะลวงเส้นใยจนถึงไรฝุ่นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรตากผ้าหรือเครื่องนอนเพียงอย่างเดียว ต้องซักและทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นร่วมด้วย

ความเห็นที่ 1
nezmez
เพิ่งรู้นะเนี้ยว่ามีสูตรนี้ด้วย สูตรแอนตี้แบค เพราะไม่เคยได้ซักเอง 555
ความเห็นที่ 2
Gravity_Gantz
เพิ่งรู้ว่าโอโม่สูตรที่บ้านใช้นี่กำจัดพวกไรฝุ่นได้ด้วย นึกว่ากำจัดแค่พวกเชื้อโรคได้อย่างเดียวเสียอีก แต่ที่ผมชอบสูตรแอนตี้แบคนี้มากๆเลย เพราะใช้แล้วเสื้อหอมมาก ขนาดผมเป็นคนมีกลิ่นตัวแต่ผ้าแทบไม่มีกลิ่นติดเลย