รีวิวเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคน ตามสไตล์ผู้ชายคับ!!!

หน้าผากก่อนทำคับ

 สวัสดีคร้าบบบบบบบบบบบ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่แวะมาดูกระทู้ผม แนะนำตัวสักหน่อยนะคับ ผมชื่อโอเปคคับ จะเรียกสั้นๆว่าโอก็ได้คับ วันนี้โอก็จะมารีวิว

โอก็เป็นผู้ชายอีกคนคับทีชอบดูแลตัวเอง คอยดูแลตัวเองเสมอว่าตรงไหนที่เรายังดูไม่ดี ต้องบอกจุดที่โอรู้สึกอยากแก้ไขก่อนคับ คือโอเป็นคนหน้าผากแบน ทำให้หน้าตัวเองรู้สึกว่าเป็นคนไม่มีมิติ หน้าออกมาดูแบน ๆ ต่อให้มีดั้งมีอะไรก็รู้สึกหน้าแบนอยู่ดี

โอก็เข้าคลินิกอยู่บ่อย ๆ ไปเลเซอร์พวกหน้า หรือ ขนอะไรแบบนี้บ้างคับ อย่างที่บอกว่าโอค่อนข้างจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ พอโอรู้ว่าที่คลินิกตอนนี้มีศัลยกรรมเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคน โอก็สนใจเลยคับ แต่ตอนแรกยังไม่คิดว่าจะทำนะ คือนัดปรึกษาคุณหมอดูก่อนละกัน ไหน ๆ ก็ปรึกษาฟรี 555 อ่อเกือบลืมไป โอปรึกษาศัลยกรรมเสริมหน้าผากกับที่มาสเตอร์พีซ คลินิกคับ

คุณหมอที่โอได้เข้าพบชื่อคุณหมอเชี้ยวคับ เข้าไปพบคุณหมอ คุณหมอถามก่อนเลยว่าทำไมถึงอยากเสริมหน้าผาก ให้บอกความต้องการของตัวเองมาคร่าวๆคับ โอก็บอกคุณหมอเชี้ยวว่า โอรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูเรียบ ดูแบน มองรวมๆแล้วรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูไม่มีมิติคับ อยากให้หน้าออกมาดูมน ๆ มีมิติมากกว่านี้ เพื่อเสริมใบหน้าให้ดูดีกว่าเดิมคับ คุณหมอเชี้ยวก็อธิบายเพิ่มเติมคับเกี่ยวกับการเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคนว่า โอเป็นคนหน้าผากค่อนข้างแบน ถ้าหากเติมหน้าผากด้วย Filler จะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่รับเข้ากับใบหน้า โดยส่วนหนึ่งเพราะว่าโอเป็นผู้ชายด้วยคับ 


ก่อนเสริมหน้าผากคับ

จะบอกว่าตอนแรกโอคิดว่าจะเป็นซิลิโคนแผ่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว แล้วเหลาเอาอะไรแบบนี้ แต่ปรากฎว่าคุณหมอบอกว่า ตอนนี้ซิลิโคนที่เสริมจะเป็นซิลิโคนแบบ Case by Case คือสแกนตามขนาดของรูปสรีระของเราจริง ๆ แล้วส่งต่อไปที่ต่างประเทศเพื่อหล่อแผ่นซิลิโคนที่เหมาะสมกับรูปหน้าผากเราเลยคับ!!! คือแบบสุดยอดมาก แทบจะมี 1 แผ่นในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นขนาดที่ทำมาเพื่อเราโดยเฉพาะ ใช้เวลาประมาณ 7 – 10 ก็จะได้ซิลิโคนที่ส่งกลับมาแล้วคับ


 ข้อดีของการเสริมซิลิโคนแบบแผ่นแบบ Made to order คือ

 1. ตัวซิลิโคนมีรูปทรงเหมาะสมกับใบหน้าเราจริง ๆ

 2. ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผากได้ส่วนหนึ่ง

 3. สามารถเลือกขนาดได้ตามความเหมาะสมของเคส เลือกความนุ่ม แข็งของซิลิโคนได้

 4. ข้อนี้สำคัญมากคับ อยู่ได้ถาวร (คือเจ็บตัวครั้งเดียวไปเลย)


ก่อนทำคับ


ฟังคุณหมอพูดมาทั้งหมด!!! โอก็นัดคิวปรึกษาอย่างไม่รีรอเลยคับ 555 วางมัดจำอะไรเสร็จสรรพ ช่วงนี้จะต้องเข้ามาคลินิกบ่อย ๆ หน่อย หลังโอปรึกษาเสร็จก็มีนัดทำ CT SCAN เพื่อส่งพวกค่าอะไรแบบนี้ไปที่ ตปท. คับแล้วจะได้ซิลิโคนมาคับ หลังจากนั้นวันที่ 9 ทางพนักงานก็โทรมาแล้วคับว่าซิลิโคนได้กลับมาแล้ว ถือว่าไวมาก ๆ รอไม่นานเลยคับ หลังจากนั้นโอก็ได้วันนัดทำ รวม ๆ แล้วรอประมาณ 12 วันคับก่อนจะได้คิวเข้ามาผ่าตัดนับหลังจากวันปรึกษานะคับ

 ต้องบอกก่อนว่าการผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคนของโอเป็นการผ่าตัดแบบวางยาสลบนะคับ ก่อนที่จะเข้ารับผ่าตัดก็ต้องอดอาหารก่อน 8 ชม. เพื่อป้องกันอาหารย้อนขึ้นมาทำให้เราสำลักได้คับ อันนี้พี่พยาบาลแจ้งมาก่อนที่จะเข้าผ่าตัด


พร้อมทำแล้วคับ


 วันผ่าตัดโอไปคลินิกช่วงสาย ๆ คับ คนเพียบ นั่งรอคิวอยู่สักพักใหญ่ ๆ เลยตอนแรกคิดว่าพนักงานจะลืมเราและ 555 สักพักพี่พนักงานก็พาขึ้นไปชั้นสองคับไปเปลี่ยนพวกชุดกับผ้าคลุมผมเพื่อเตรียมพร้อมผ่าตัด ต้องทำความสะอาดหน้าให้สะอาดด้วยนะคับก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันเชื้อโรค


 ออกมานั่งรอสักก็เข้าห้องผ่าตัดเลยคับ ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆ รับรู้ได้เลยว่าแอร์เย็น 555 ห้องผ่าตัดดูใหญ่ เครื่องมือดูพร้อมมากก อุปกรณ์แน่นสุด ๆ คับ มีพี่พนักงาน พี่พยาบาลพร้อมมาก และก็มีแพทย์วิสัญญีเตรียมพร้อมสำหรับวางยานอนหลับด้วยคับ พอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเลยคับว่าปลอดภัยแน่นอน ที่เหลือที่กลัวอย่างเดียวคือกลัวเจ็บ!


เซลฟี่กะหมอไว้สักภาพคับก่อนฝากมือถือไว้ที่พี่พนักงาน


 สักพักคุณหมอก็เข้ามาอธิบายคับว่าจะทำการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง จะทำให้มีแผลเล็กมาก ๆ ประมาณ 1 เซ็นไม่เกิน 2 เซ็น พักฟื้นน้อยมาก ๆ ตอนแรกโอก็กังวลคับว่าต้องโกนผมตรงที่ผ่าตัดด้วยมั้ย แต่คุณหมอบอกว่าไม่ต้องคับ เพราะจะผ่าตัดเปิดบริเวณที่ไรผม คุณหมอจะฉีดยาชาให้บริเวณแผลที่ทำการผ่าตัดด้วยคับถึงแม้ว่าเราจะวางยาสลบก็ตามเพราะคุณหมอบอกว่าเพื่อป้องกันคนไข้เกิดอาการฝันร้ายในระหว่างการผ่าตัดคับ เรียกได้ว่าซัพพอร์ตเราทั้งตอนลืมตาหลับตาเลยแหละ 555


 คุณหมอก็ถามโอว่าพร้อมไหม โอก็ตอบแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ว่าพร้อมแล้วคับ คุณหมอก็บอกว่าไม่ต้องเกร็ง ใจเย็น ๆ เนอะแปปเดียวเสร็จแน่นอน ออกมาดูดีแน่ ๆ คุณหมอให้นอนลงบนเตียง ทางพี่พยาบาลก็จัดแจงเตรียมพวกอุปกรณ์คับ ตอนแรกก็คิดว่าเราจะหลับไหมนะ แต่คือมารู้ตัวอีกทีคือได้ยินเสียงคุณหมอปลุกละคับ ตอนแรกได้ยินเสียงเรียกชื่อก่อน แต่นอนนั้นโอจะเบลอ ๆ หน่อยนึง คุณหมอบอกก็ว่าเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวจะพาไปที่ห้องพักฟื้น โอก็หลับต่อเลยคับ ยาว ๆ จำได้ว่าหลับไปตื่นมาอีกทีออกข้างนอกคือมืดแล้วอะคับ ไม่รู้นอนนานแค่ไหน 5555


 ออกมาจากคลินิกก็ออกมาเดินเข้าเซเว่นเตรียมหาอะไรไว้กินเลยคับ กะจะสิงอยู่บ้านยาว ๆ 5555 แต่พอเอาจริงๆแล้วโอลางานแค่วันเดียวเอง คือพักฟื้นน้อยมาก โอแทบไม่บวม ไม่ช้ำอะไรเลยอะคับ แผลก็เล็กมาก ที่สำคัญแผลซ่อนอยู่ตามไรผม คือไม่แหวกออกมาก็ไม่เห็น เลยไม่ลางานไปทำงานตามปกติเลยคับ


อันนี้หลังออกมาจากคลินิกเลยชิลขนาดไหนคิดดู เดินเล่นต่อไปเลยคับ 555


วันแรกหลังทำ มันดูบวมนิด ๆ แต่ไม่มีปัญหาอะไร รู้สึกปวดตึง ๆ นิดหน่อยคับ แต่พอกินยาก็หายสบายมาก


วันที่ 3 หลังทำวันนี้โอไปทำงานตามปกติเลยคับ พี่ ๆ ที่ทำงานทักกันเพียบ มาขอดูกันเต็มเลยคับ อ่อ วันนี้จะสระผมได้แล้วนะคับ จะสระผมได้ 3 วันหลังจากทำคับ เพื่อให้แผลสมานกันก่อน



วันที่ 5 หลังทำอาการบวม ช้ำ อะไรเริ่มหายละคับ วันนี้ไม่เจ็บตึง ๆ อะไรแล้วสบาย ๆ คับ



ครบ 1 สัปดาห์ แทบจะเป็นปกติแล้วคับ แต่ที่ไม่เป็นปกติคือรู้สึกดีกับหน้าตัวเองขึ้น รู้สึกว่าหน้ามีมิติเลยคับ



วันที่ 10 หลังทำ วันนี้ต้องเข้าไปพบคุณหมอเพื่อติดตามผลคับ คุณหมอก็จะเช็คพวกแผลว่าแห้งสนิทดีไหม พอใจไหมกับผลลัพธ์ ซึ่งสำหรับโอคือพอใจมาก ๆ คับ



ครบ 2 สัปดาห์หลังทำ ตอนนี้ก็ไม่มีอาการอะไร ตามปกติเลยคับ พอใจสุด ๆ


ปัจจุบันตอนนี้ก็ 1 เดือนเรียบร้อยคับ พอครบ 1 เดือนก็ต้องไปพบคุณหมอเพื่อติดตามผลอีกครั้ง เพื่อดูแผลและเช็คทุกอย่างให้ครบถ้วนคับ คุณหมอใส่ใจดีมาก พี่เซล์ลที่ดูแลโอก็คอยไลน์มาถามตลอดคับว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง คอยเตือนว่าอย่าลืมเข้ามาติดตามผล น่ารักมากๆคับ


มุมตรงนี่รู้สึกเลยว่าหน้าเด็กกว่าเดิมเยอะ ฟินฟิน


เทียบกันให้ดูชัดๆคับกับความเคิร์ฟของหน้าผาก


สรุปผลลัพธ์หลังทำคือพอใจมากคับ หลาย ๆ คนก็ทักว่าไปทำอะไรมาทำไมเปลี่ยนไป หน้าดูเด็กลงไปเลยหลังทำ พวกรอยย่นตามหน้าผากก็คือตึงแทบไม่มีเลยคับ คือชอบมากกกกกกกกกจริง ๆ แนะนำเพื่อนไปหลายคนเลยคับว่าให้เข้ามาปรึกษาที่นี่แบบเดียวกับโอเลย ผลลัพธ์ออกมาถูกใจ พักฟื้นก็น้อยมากก คือแทบไม่ต้องพักฟื้นเลยก็ว่าได้คับ ใครต้องการเสริมหน้าผากให้ดูดีมีมิติมากขึ้นก็ลองมาปรึกษาคุณหมอกับที่มาสเตอร์พีซคลินิกได้เลยคับ แล้วจะไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ คับ โอแนะนำให้เข้ามาดูทีแฟนเพจละกัน FB : Masterpiece Clinic By dr.sae คับ