โรคมโน อาการทางจิตของคนชอบคิดเพ้อเจ้อ ขี้โกหกเพราะป่วย !

เจอคนชอบโกหกจนเป็นนิสัย สงสัยว่าเขาป่วยเป็นโรคทางจิตเวชอะไรหรือเปล่า มาทำความรู้จักโรคมโน อาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่งที่คนเริ่มเป็นกันเยอะขึ้น

โรคมโน

         คำว่ามโนกลายเป็นคำแซวขำ ๆ เวลาที่เราพูดถึงหรือสมมติตัวเองเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ แต่ใต้คำว่ามโนจริง ๆ แล้วหากอาการหนัก มีพฤติกรรมชอบมโนจนติดเป็นนิสัย ทางจิตแพทย์มีคำอธิบายถึงอาการนี้ด้วยนะคะ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จัก โรคมโน หรือ ภาษาอังกฤษเรียก Pseudologia fantastica กันดีกว่า โรคนี้คืออะไรกันแน่

โรคมโน อาการป่วยทางจิตที่มีอยู่จริง

โรคมโน ภาษาอังกฤษคือ Pseudologia fantastica โดยรากศัพท์เป็นภาษาละตินที่มีความหมายว่า การโกหกที่ควบคุมไม่ได้ หรือการจินตนาการที่โอเว่อร์จนเกินไป หามูลความจริงไม่ได้นั่นเอง ทั้งนี้โรคมโนจัดเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตอย่างหนึ่งในกลุ่มภาวะการโกหกตามทฤษฎีทางจิตวิทยา มักพบอาการนี้ในกลุ่มวัยรุ่นตอนกลางขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และอาจจะต่อเนื่องไปเรื่อยจนถึงวัยชราได้

โรคมโน

โรคมโน เกิดจากอะไร

         ทางจิตแพทย์เชื่อว่า โรคมโนมีสาเหตุมาจากความต้องการหนีปัญหาในรูปแบบหนึ่ง หรือมีความต้องการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปด้วยจินตนาการตามสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น โดยผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีลักษณะต่อต้านสังคม ขาดสังคม หรือมีพฤติกรรมขาดความเชื่อมั่นในตัวเองร่วมด้วย 

         อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคมโนอาจเกิดจากปัญหาในวัยเด็ก เช่น ไม่ได้รับความใส่ใจ ไม่เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง จนผลักดันให้เขาสร้างโลกแห่งจินตนาการที่ตัวเองต้องการ โดยบางคนอาจโกหกเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น ๆ และโกหกเพื่อสนองนี้ดของตัวเอง โดยไม่สนว่าเรื่องที่โกหกจะไม่มีมูลความจริง และการโกหกนั้นอาจสร้างปัญหาให้บุคคลอื่น

โรคมโน

โรคมโน อาการเป็นอย่างไร

         อาการโรคมโนที่เข้าข่ายเป็นภาวะทางจิตเวชสามารถสังเกตได้จากอาการ ดังนี้

       1. มักโกหกในเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูน่าสนใจ โกหกในเรื่องที่จะทำให้คนอื่นประทับใจในตัวเองได้

        2. ผู้ป่วยมีพฤติกรรมโกหกว่าตัวเองมีดี พูดให้ตนเองดูดีและถูกอยู่เสมอ และมักจะแสดงให้คนอื่นเห็นถึงความดี ความเจ๋งของตัวเอง พร้อมกับใส่ร้ายผู้อื่นในคราเดียวกัน

        3. ผู้ป่วยมักจะพูดโกหกได้อย่างแนบเนียน มีอินเนอร์ในการพูดโกหกเรื่องนั้น ๆ เพราะเชื่อว่าเรื่องที่โกหกไปเป็นความจริง

        4. ผู้ป่วยมักจะกุเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ โดยทำให้เสมือนเป็นเรื่องจริง และมักจะโกหกเป็นระยะเวลายาวนาน ต่อเนื่องกันไป

        5. พฤติกรรมการโกหกจะมีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ

          อย่างไรก็ตาม อาการมโนของผู้ป่วยมักจะมีรากฐานมาจากความต้องการลึก ๆ ในใจ ทั้งนี้พฤติกรรมมโนไปเรื่อย ๆ มักจะผลักดันให้ผู้ป่วยเชื่อในคำโกหกของตัวเองจริง ๆ ส่งผลให้เมื่อโกหกผู้อื่นเลยจะค่อนข้างเนียน และดูเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ ด้วย

โรคมโน

โรคมโน รักษาอย่างไร

         แม้จะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยโรคมโน หรือโรคโกหกตัวเอง ทว่าทางจิตแพทย์แนะนำให้รักษาผู้ป่วยโรคมโนด้วยกระบวนการพฤติกรรมบำบัดเป็นหลัก โดยอาจจะเสริมตัวยาคลายเครียด คลายกังวล และยาทางจิตเวชอื่น ๆ ร่วมด้วยขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย

โรคมโนจริง ๆ แล้วสามารถรักษาให้หายได้ เพียงแต่ผู้ป่วยต้องยอมรับและเข้าใจอาการป่วยของตัวเอง พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวออกมาสู่โลกแห่งความจริง ใช้ชีวิตแบบจริง ๆ ได้อีกครั้ง


ที่มา https://health.kapook.com/view199306.html