ไขข้อสงสัย ช่วงอายุไหนถึงจะเหมาะกับการเสริมแคลเซียม

      แคลเซียม เป็นสารอาหารหลักจำพวกแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกายทุกช่วงอายุ เช่น วัยเด็ก ที่ต้องการแคลเซียมเพื่อนำมาเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูกและฟัน และส่วนอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นโครงสร้างของร่างกาย , วัยรุ่น เป็นช่วงที่ร่างกายดำเนินขบวนการก่อรูปกระดูก โดยถ้าร่างกายได้รับ แคลเซียม ในปริมาณที่ต่ำกว่าร่างกายต้องการ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง , วัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ ที่มีโอกาสสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก เพราะว่าเมื่ออายุเกินกว่า 30 ปีแล้ว ร่างกายจะไม่สะสม แคลเซียมอีกต่อไป โอกาสเผชิญกับโรคเกี่ยวกับกระดูกจะสูงถ้าร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ และอีกหนึ่งความสำคัญของช่วงอายุที่ต้องการแคลเซียมมากก็คือ หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงหลังตั้งครรภ์ ที่มีความจำเป็นต้องได้รับมากกว่าคนธรรมดาเป็นพิเศษ เนื่องจากจะต้องถ่ายทอดแร่ธาตุดังกล่าวสู่ลูกเพื่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของทารกในครรภ์

         รู้หรือไม่? แคลเซียมมีหน้าที่สร้างกระดูกและฟัน อีกทั้งแคลเซียมยังมีหน้าที่สำคัญที่ช่วยในการหดและการขยายตัวของหลอดเลือด พร้อมทั้งยังทำหน้าที่ในการส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ถือได้ว่าเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายขาดไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงร่างกายของคนเราต้องการแคลเซียมประมาณวันละ 800-1,200 มิลลิกรัม ในทางกลับกันเราได้รับแคลเซียมจากการทานอาหารแต่ละวันเพียง 400 มิลลิกรัม เท่านั้นเอง ดังนั้นเพื่อที่เราจะได้รับแคลเซียมเพียงพอ เรามองหาแคลเซียมที่จะมาช่วยเติมเติมในส่วนที่ร่างกายขาดไป โดยการเลือกทานแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต เพราะเป็นแคลเซียมชนิดเดียวที่สามารถละลายน้ำได้ดีมากและถูกซึมเข้าร่างกายได้เกือบ 100% เนื่องจากผลิตมาจากข้าวโพด จึงปลอดภัยและไม่มีสารตกตะกอนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วในไต

     ซึ่ง ใน 1 แคปซูล จะอัดแน่นไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ คือ Calcium L-Theronate ถึง 500 มิลลิกรัม พร้อมวิตามินรวม และแร่ธาตุรวม เพียงทานครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง คุณก็จะได้รับประโยชน์เหล่านี้

         1. ลดภาวะความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน แคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก และแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก

         2. ลดภาวะความเสี่ยงโรคข้อเสื่อม ช่วยในกระบวนการสร้างคอลลาเจนในกระดุก และกระดูกอ่อน รวมทั้งสร้างน้ำไขข้อ ทำให้กระดูกและข้อแข็งแรง

         3. ถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้เกือบ 100% เป็น Passive Transport ซึมผ่านระหว่างเซลล์ได้โดยไม่ต้องอาศัยวิตามินดี ซึ่งแคลเซียมชนิดอื่น ๆ ต้องใช้วิตามินดี เพื่อช่วยในการดูดซึม

         4. ไม่ทำให้แน่นท้อง ท้องอืด และท้องผูก เนื่องจากแตกตัวละลายได้ดีในน้ำ จึงไม่หลงเหลือให้ตกตะกอนในลำไส้

         5. แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต ผลิตมาจากข้าวโพด ทำให้เหมาะกับผู้ที่ทานมังสวิรัติที่ต้องการเสริมแคลเซียมในกระดูก ซึ่งแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต เพียงชนิดเดียวที่ได้รับสิทธิบัตรรับรองจาก USA ว่าสามารถป้องกัน และลดอาการอันเกิดจากกระดูกพรุนและข้อเสื่อมได้

หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามความรู้เรื่องแคลเซียมกับเราได้ที่ http://www.cal-t.com/เปรียบเทียบแคลเซียม/