ผิดปกติ 4 ใน 11 เสี่ยงโรคแพ้ภูมิตัวเอง

“แพ้ภูมิตัวเอง” หรือโรค SLE เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำร้ายเนื้อเยื่อร่างกายของตัวเอง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่างเซลล์ที่เป็นของตัวเองกับเซลล์ของสิ่งแปลกปลอม ทำให้ภูมิคุ้มกันทำร้ายโจมตีเซลล์ของตัวเอง จึงทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการของโรคจะเป็นๆ หายๆ มีการกำเริบและสงบเป็นระยะ และยังพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชายอีกด้วยนะครับ

การวินิจฉัยโรค SLE จะต้องอาศัยประวัติการเจ็บป่วยและผลเลือด โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยความผิดปกติ ดังนี้ครับ

1. ผื่นบริเวณใบหน้าและมีการกระจายเป็นรูปผีเสื้อ

2. ผื่นผิวหนังชนิดที่เรียกว่าผื่นดีสคอยด์ พบได้บ่อยบริเวณใบหน้า ใบหู ลำตัว และแขนขา

3. อาการแพ้แดด โดยมีผื่นผิวหนังแดงอย่างรุนแรงเมื่อโดนแดด

4. แผลในปาก

5. ข้ออักเสบ

6. ไตอักเสบโดยปริมาณโปรตีนหรือไข่ขาวในปัสสาวะมากกว่าปกติ

7. อาการชักหรืออาการทางระบบประสาทอื่นๆ

8. เยื่อหุ้มปอดหรือหัวใจหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

9. อาการซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ หรือเกล็ดเลือดต่ำ (ที่ไม่ได้เกิดจากยาหรือการติดเชื้อ)

10. ตรวจพบแอนตินิวเคลียร์แอนติบอดีในเลือด

11. ตรวจพบแอนติบอดีต่อดีเอ็นเอ หรือการตรวจพบแอนติฟอสโฟไลปิดแอนติบอดี

หากพบความผิดปกติ 4 ใน 11 ข้อ ควรได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง เพราะโรคนี้มีอาการแสดงที่หลากหลายและมีความรุนแรงแตกต่างกัน การดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละคนจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย และแม้ว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแต่ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกับคนปกติ หากปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอนั่นเองครับ...

#อบอุ่น #เชี่ยวชาญ #โรงพยาบาลรามคำแหง