วิทยาศาสตร์การกีฬา เรียนอะไร? ข้อมูลจากผู้เรียนจริง

สาขาเกิดใหม่ของไทย "วิทยาศาสตร์การกีฬา" 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเรียนวิทย์-กีฬา จบไปเป็นนักกีฬา จริงๆแล้วถ้าเป็นวุฒิ วทบ. ไม่ได้เรียนกีฬาเยอะ และไม่สามารถเป็นโค้ชที่เก่งได้หากเทียบกับ ศึกษาพละ (เพราะศึกษาพละเป็นวุฒิ ศษ.บ. ต้องเรียน 5ปี มีทักษะครู)​ และวิทย์-กีฬาก็เป็นนักกายภาพบำบัดไม่ได้ แม้จะเรียนคล้ายกัน แต่นักกายภาพเรียนลึกทางนั้นมากกว่า 

วิทยาศาสตร์การกีฬา วุฒิ วทบ. เรียน4ปี เน้นวิทยาศาสตร์เป็นหลักเหมือนสายวิทย์สาขาอื่นๆ ในสาขานี้เอาความรู้วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในวงการกีฬา เช่น การเพิ่มทักษะทางกีฬา การรักษาอาการบาดเจ็บทางกีฬา การบำบัดฟื้นฟูหลังการแข่งขัน การตรวจสารในร่างกายนักฬาก่อนแข่ง ฯลฯ ซึ่งความรู้พวกนี้ประยุกต์มาจาก วิชาดังต่อไปนี้

1. Anatomy (กายวิภาคศาสตร์)

2. Physiology (สรีรวิทยา)

3. Biomechanics (ชีวกลศาสตร์)

4. Biochemistry (ชีวเคมี)

5. Nutrition (โภชนาศาสตร์)

6. Sports Medicine (เวชศาสตร์การกีฬา)

7. Psychology (จิตวิทยาการกีฬา)​


หมวดวิชาประยุกต์ เช่น

8. ​Sports technology (เทคโนโลยีทางการกีฬา)

9. Injury and rehabilitation (การบาดเจ็บจากกีฬาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ)

10. Fitness testing (การทดสอบสมรรถภาพ)​

11. Body conditioning (เสริมสร้างสมรรถภาพ)​

12. Massage for health​ (นวดเพื่อสุขภาพ)​

13. Weight training (การฝึกด้วยน้ำหนัก)​

14. Coaching (การเป็นผู้ฝึกกีฬา)​

15. Management (การจัดการกีฬา)​

*ยังไม่รวมวิชากลาง และ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พื้นฐาน



ส่วนวิชาพวกกีฬาเราเรียนน้อยมาก เรียนแค่ให้เห็นภาพสถานการณ์ขณะออกกำลังกาย เพื่อนำไปศึกษาต่อเกี่ยวกับฟิสิกส์การเคลื่อนไหว รู้ทักษะแต่ละด้านของกีฬาแต่ละประเภท เพื่อนำไปศึกษาต่อเกี่ยวเคมีในร่างกาย และนำมาพัฒนานักกีฬาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

วิชากีฬามีแค่4ตัว เรียนทุกกีฬาอย่างละนิดอัดรวม

1.กีฬาทีม 

2.กีฬาต่อสู้

3.กีฬาผจญภัย

4.กีฬาทางน้ำ 

และถ้าใครชื่นชอบอยากเรียนกีฬาอื่นๆก็สามารถลงเป็นวิชาเลือกเพิ่มเติมตามต้องการได้ 



*อ้างอิงจากหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2550


อาจแตกต่างกันไปแต่ละมหาลัย และเนื้อหาก็จะต่างกับหลักสูตร ศศ.บ. ที่รวมอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ของบางมหาวิทยาลัย




อาชีพที่สามารถทำได้

1.นักวิทยาศาสตร์การกีฬา (ตำแหน่งนักวิชาการของหน่วยงานรัฐ)

2.ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย/เทรนเนอร์ฟิตเนส (รายได้ดีแต่ต้องบุคลิกดีมีประสบการณ์) 

3.แพทย์สนาม/ผู้ดูแลนักกีฬาประจำทีมของสโมสรกีฬา (ดูแลนักกีฬาเรื่องอาหาร, อาการบาดเจ็บ, สมรรถภาพ, ทักษะ ฯลฯ) 

4.นักวิจัย/ผู้ช่วยนักวิจัย (เป็นผู้ค้นคว้าหาคำตอบ หาสิ่งใหม่ๆ อันเป็นประโยชน์แก่สังคม)

5.ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของโรงพยาบาลบางแห่ง

ฯลฯ 

อีกมากมายหลายอาชีพที่ยังไม่ได้กล่าวถึง