เนื้องอกมดลูกร้ายแรงแค่ไหน...จำเป็นต้องผ้าตัดหรือไม่?



เชื่อว่าคงไม่มีใครที่รู้สึกดีเมื่อตรวจเจอและพบว่าตัวเองกำลังมีสิ่งผิดปกติที่เรียกว่า “เนื้องอกมดลูก” อยู่ในร่างกาย หากแต่เนื้องอกมดลูกนั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไปและสามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะกว่าที่เนื้องอกมดลูกจะพัฒนาไปถึงขั้นร้ายแรงหรือเป็นมะเร็งนั้นต้องอาศัยระยะเวลาที่นานพอสมควร


เนื้องอกมดลูกร้ายแรงแค่ไหน?

เนื้องอกมดลูกนั้นพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะสตรีวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งในบางกรณีสำหรับผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปอาจตรวจพบว่าเนื้องอกมดลูกสามารถฝ่อลงไปเองได้ โดยลักษณะของเนื้องอกมดลูกมีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ เนื้องอกแบบยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก เนื้องอกแบบที่อยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก และ เนื้องอกแบบนอกมดลูก ซึ่งประเภทที่มักจะทำให้เกิดอันตรายมากที่สุดมักจะเป็นแบบที่ 1 เพราะจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีเลือดประจำเดือนออกมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าแบบอื่นๆ จะไม่อันตราย เพราะถ้าหากตัวเนื้องอกมีการฉีกขาดหรือโตขึ้นและไปเบียดอวัยวะอย่างกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่ล่ะก็ อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยแต่ออกไม่มาก มีอาการปวดท้องรุนแรง หรือในบางรายก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน


ลักษณะอาการของเนื้องอกมดลูก

สำหรับคนที่มีอาการเหล่านี้อาจสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่ากำลังมีเนื้องอกมดลูกอยู่ในร่างกายได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนโดยสังเกตได้จากคนที่มีประจำเดือนออกมากในแต่ละเดือน มีประจำเดือนนาน และมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย ในบางครั้งอาจมีประจำเดือนมากจนถึงขนาดมีภาวะตัวซีดแทรกซ้อน คนที่มีสัญญาณเหล่านี้ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติโดยด่วน นอกจากนี้ยังมีอาการอย่างการปัสสาวะลำบาก ท้องผูก ท้องอืด คลำได้ก้อนที่ท้อง หรือมีอาการท้องโตผิดปกติ ก็อาจจะตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วและต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาโดยด่วน


วิธีวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก

การตรวจหาความผิดปกติของเนื้องอกมดลูกนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อสำรวจความผิดปกติในช่องท้อง การส่องกล้องผ่านทางมดลูก การผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กความถี่สูง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ว่าอาการของแต่ละคนนั้นเหมาะกับการตรวจหาเนื้องอกมดลูกแบบไหน (การผ่าตัดส่องกล้องนั้นสามารถทำเพื่อตรวจหาความผิดปกติและทำเพื่อการผ่าตัดได้เช่นเดียวกัน)


เนื้องอกมดลูกจำเป็นต้องผ้าตัดหรือไม่?

ในผู้ป่วยบางรายที่มีเนื้องอกมดลูกขนาดเล็กอยู่แพทย์อาจทำการรักษาด้วยการให้รับประทานยาเพื่อปรับฮอร์โมนร่วมกับยาลดเลือดประจำเดือนเพื่อช่วยทำให้ปริมาณของประจำเดือนนั้นลดลง ซึ่งมีข้อเสียตรงที่อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษานานและไม่ได้ทำให้เนื้องอกมดลูกเล็กลงหรือหายไป แต่หากเลือกการรักษาแบบฉีดฮอร์โมนล่ะก็จะสามารถช่วยลดขนาดของก้อนเนื้อลงได้ (นิยมใช้วิธีฉีดฮอร์โมนก่อนการผ่าตัด)


แต่สำหรับในเคสไหนที่ไม่สามารถใช้การปรับฮอร์โมนรักษาได้แล้ว อาจจะต้องใช้วิธีผ่าตัดเล็กแบบส่องกล้อง ซึ่งจะทำให้มีแผลเป็นขนาดเล็กและฟื้นตัวไว ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและวิจารณญาณของแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป