ชาวนา ระวัง "โรคเนื้อเน่า" ระบาดช่วงหน้าฝน

แพทย์เตือนภัยชาวนา ระวังโรคเนื้อเน่าหนังเน่า หรือแบคทีเรียกินเนื้อคน กำลังระบาดช่วงหน้าฝน เฉพาะเดือนนี้พบเกษตรกรน่านป่วยแล้ว 25 ราย อาการหนักต้องส่งเข้าไอซียู 1 ราย บอกรักษาไม่ทันมีสิทธิ์ตายได้

นายแพทย์ พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวระหว่างเข้าตรวจอาการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า และหนังเน่า หรือแบคทีเรียกินเนื้อคน ที่กำลังระบาดในช่วงนี้ ว่าขณะนี้มีผู้ป่วยจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามารักษาที่ รพ.น่าน ด้วยอาการเป็นไข้ เท้าบวมแดง มีแผลตุ่มพุพอง ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง จำนวน 25 ราย และมีอาการรุนแรง-ติดเชื้อ ต้องเข้ารับการรักษาในไอซียู 1 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะมีประวัติลงดำนา ลุยโคลน และโดนหอย หรือเศษแก้วบาด เศษไม้ตำเท้า แล้วไม่ได้ทำแผล หรือรักษาใดๆ เนื่องจากต้องทำนาให้เสร็จ ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในบาดแผล และเพิ่มจำนวนจนเกิดอาการรุนแรงได้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า ส่วนใหญ่โรคนี้จะระบาดในฤดูฝน ช่วงที่เกษตรกรลงดำนา ลุยโคลน ซึ่งอาการโรคเนื้อเน่าส่วนใหญ่ จะมีผิวหนังบวมแดงร้อน ถ้าเชื้อลงลึกกินทั้งชั้นผิวหนังจะพบตุ่มพุพอง และค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และถ้าเนื้อตายจะกลายเป็นสีดำ บางรายอาจจะต้องตัดขา หรืออาจจะมีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ไข้สูง และทำให้เสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้ลงนา หรือไม่มีบาดแผลก็อาจจะติดเชื้อดังกล่าวได้ โดยการเกา หรือมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย เชื้อสเตรปโตคอคคัส หรือสแตปฟิโลคอคคัส ที่อยู่บริเวณผิวหนังอาจจะเข้าไปในแผลแล้วเกิดการติดเชื้อ ถ้าผู้ใดมีผิวหนังบวมแดงอย่างรวดเร็ว แล้วมีตุ่มพุพองที่ผิวหนัง แนะนำให้รีบมาตรวจรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับการรักษานั้น ทางแพทย์จำเป็นต้องตัดเนื้อตายออกให้หมด-ให้ยาปฎิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งถ้าเชื้อยังไม่ลุกลามเข้ากระแสเลือด ผลลัพธ์ของการรักษาจะค่อนข้างดี

โอกาสนี้นายแพทย์ พงศ์เทพ ยังได้ฝากเตือนให้เกษตรกรที่กำลังลงนา ว่าถ้ามีแผลตามร่างกาย ขอให้รีบขึ้นจากโคลน รีบล้างแผลโดยให้น้ำสะอาดไหลผ่าน ซับด้วยผ้าสะอาด และปิดแผล ถ้ามียาฆ่าเชื้อโพวิโดนไอโอดีนก็สามารถใช้ทาแผลได้ แล้วรีบมาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อให้ตรวจรักษาต่อไป


ที่มา https://www.sanook.com/health/17125/