“หัวเข่าพลิก” หนึ่งในอาการบาดเจ็บที่พบได้

สาเหตุของอาการเข่าะลิก

สาเหตุที่สำคัญของอาการเข่าหลวม และเป็นหลังจากการเกิดอาการเข่าบิด ได้แก่ เอ็นไขว้หน้า (ACL) หรือเอ็นไขว้หลัง (PCL) ฉีกขาด การวินิจฉัยจำเป็นต้องตรวจโดยการทำ MRI ค่ะ จึงจะสามารถยืนยันได้ว่ามีการฉีดขาดของ เอ็นเหล่านี้หรือไม่ การตรวจร่างกายอาจจะสามารถประเมินได้เบื้องต้นและสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุดังกล่าวค่ะ แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุดในปัจจุบันยังเป็นการตรวจ MRI การที่เอ็นเหล่านี้ขาดหากไม่มากนักจะยังคงเดินและทำกิจวัตรได้ปกติ แต่อาจจะทำให้รู้สึกข้อเข่าหลวม หรือมีอาการเข่าบิดซ้ำ หรือมีอาการเหมือนเข่าไม่มั่นคงโดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

การพลิกของหัวเข่าจากการเล่นฟุตบอล จะมีผลต่อการบาดเจ็บได้หลายระดับ

  1. กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นอักเสบที่อยู่นอกข้ออันนี้ไม่รุนแรง พักประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็จะดีขึ้น หากปวดมากก็ทานยาลดการอักเสบ NSAID เช่น voltaren synflex หรือ arcoxia ก็จะทำให้หายเร็วขึ้น
  2. เส้นเอ็นที่เกาะอยู่รอบ ๆ ข้อเข่าฉีกขาด มีทั้งที่อยู่ด้านข้างทางด้านใน และทางด้านนอก ขึ้นอยู่กับว่าท่าทางที่พลิกทางด้านใด ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ต้องพักนานกว่าแบบที่หนึ่ง ถ้ามีการฉีกขาดมากจะทำให้เจ็บเวลาขยับในท่าที่ทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้น
  3. เส้นเอ็นที่อยู่ในข้อเข่า ปกติเส้นเอ็นในข้อเข่ามีสองอันไขว้กันอยู่ บางคนก็เรียกว่าเอ็นไขว้ มีอันหน้ากับอันหลังเรียก ACL และ PCL ส่วนใหญ่มักจะมีการบาดเจ็บของ ACL แบบนี้เจ็บรุนแรง เรื้อรัง มักจะต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด
  4. กระดูกอ่อนที่อยู่ภายในข้อฉีกหรือแตก tear meniscus อันนี้ก็จะทำให้เจ็บได้มากเช่นกัน แต่บางคนก็อาจจะเจ็บนิดหน่อย แต่เล่นกีฬาหนัก ๆ ทีไร เจ็บทุกที เช่น ตีแบด ฟุตบอลสุดท้ายแล้วก็ต้องผ่าตัดเหมือนกัน

การตรวจวินิจฉัยเข่าพลิก

โดยทั่วไปการบาดเจ็บข้อเข่าจากการเล่นกล์ฟมักไม่ค่อยรุนแรง นอกจากจะมีการเสียหลักล้ม เช่น ยืนตีในบริเวณพื้นที่ต่างระดับ มักพบมีการบาดเจ็บบริเวณเข่าซ้ายในนักกอล์ฟที่ตีด้วยมือขวา เพราะจะมีแรงบิดและรับน้ำหนักบนเข่าซ้ายค่อนข้างมาก การบาดเจ็บที่รุนแรงจะพบได้บ่อยมากในกีฬาฟุตบอล, รักบี้เทนนิส อาการมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ เช่น

จากประวัติ อาการ ลักษณะท่าทางการล้มที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ การตรวจร่างกายจะบอกได้ระดับหนึ่ง เอกซเรย์ ถ้าไม่มีความผิดปกติของกระดูกจะไม่สามารถช่วยวินิจฉัยได้มากนัก สุดท้ายคือการทำ MRI ซึ่งได้ให้คำวินิจฉัยได้แน่นอน และจะบอกถึงแนวทางการรักษาต่อไป 

1. ตรวจน้ำหรือเลือดออกในข้อเข่า ซึ่งจะพบภายในข้อเข่าบวมมาก

2. ตรวจความมั่นคงด้านข้างข้อเข่า

3. ตรวจความมั่นคงในแนวหน้า – หลังของข้อเข่า

4. ตรวจการเคลื่อนไหว, หมุนเข่า เพื่อดูว่าหมอนรองข้อเข่าขาดหรือไม่

เป็นการตรวจภายในข้อเข่า จะได้การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องชัดเจน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับการฉีดยาเข้าในเยื่อหุ้มไขสันหลังเพื่อให้ส่วนล่างของร่างกายชา ผู้ป่วยสามารถรับการผ่าตัดรักษาได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ ใช้แผ่นรัดห้ามเลือดบริเวณต้นขา เพื่อที่ไม่ให้เลือดออกมากระหว่างการผ่าตัดรักษา

การรักษาอาการเข่าพลิก

เจาะรูบริเวณด้านหน้าเข่าชิดกับเอ็นลูกสะบ้า ใส่ท่อโลหะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 มิลลิลิตร ซึ่งมีเลนส์และท่อนำแสงส่อเข้าไปในข้อเข่าสามารถเห็นส่วนต่าง ๆ ภายในข้อเข่า โดยต่อภาพเข้ากับจอทีวีได้ ซึ่งจะเห็นส่วนต่าง ๆ ภายในข้อเข่า จะเป็นภาพขยายจากของจริงประมาณ 5 ถึง 10 เท่า สามารถจะอัดเป็นภาพวีดีโอ เพื่อมาดูภายหลังการผ่าตัดได้

การรักษาอาการเข่าพลิก เข่าบิด

การบาดเจ็บระดับ 1 แนะนำว่าให้ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด การรักษาเบื้องต้นทำได้โดยใช้หลักการ ” RICE”

R =rest คือการหยุดพักและงดจากการเล่น

I = ice คือ การใช้ความเย็นโดยใช้น้ำแข็ง

C = compression คือการประคบด้วยความเย็นเพื่อลดปวด ลดบวม

E = elevation คือการทำให้ส่วนที่บาดเจ็บยกสูงในที่นี้ก็คือยกขาสูงเพื่อที่จะช่วยลดการบวม จากนั้นหากเดินลงน้ำหนักไม่ได้ให้ใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน

การบาดเจ็บระดับ 2 การรักษานอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นหากข้อเข่าบวมมากในช่วงแรกอาจต้องพัน compressive dressing ได้แก่ อุปกรณ์พยุงข้อเข่าแบบมีแกนโลหะ อุปกรณ์พยุงข้อเข่าและลูกสะบ้า อุปกรณ์พยุงข้อเข่า ไว้ในช่วงแรกเพื่อ immobilization จากนั้นเมื่อยุบบวมก็มาประเมิณการบาดเจ็บซ้ำอีกครั้งหรือจะต้องส่ง investigation เพิ่มเติมเพื่อประกอบการรักษาหากเป็นแค่ sprain ของ MCL หรือ LCL ก็ใช้เป็น knee brace หรือ knee support หรือ Hing knee support ก็ได้

การบาดเจ็บระดับ 3 โดยมากการรักษายังคงเป็นการทำผ่าตัดเพื่อเข้าไปซ่อมโดยตรงยกเว้นเอ็นไขว้หน้า และ ไขว้หลังซึ่งผลของการผ่าตัดทำการเย็บซ่อมทราบแล้วว่าได้ผลไม่ดีไปกว่าการผ่าตัดสร้างเอ็นขึ้นมาใหม่ ส่วนเอ็นประกับเข่าด้านในหากบาดเจ็บระดับนี้สามารถรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ การรักษาจะใส่เฝือกไว้จากนั้นเปลี่ยนเป็น knee brace ที่ปรับองศาได้แต่หากบาดเจ็บร่วมกับเอ็นเส้นอื่นในกรณีที่เป็น knee dislocation และมี multiple ligaments injuries แนะนำทำการผ่าตัดซ่อม หากพบร่วมกับ ACL ควรรักษา MCL ให้ดีก่อนโดยการ conservative จากนั้นจึงค่อยพิจรณาทำ ACL reconstruction โดยวิธีการนี้จะลดปัญหา ข้อเข่าติดภายหลังการผ่าตัดได้มาก

arukouthailand ผลิตภัณฑ์ซัพพอร์ตเข่า คุณสามารถปรึกษาเกี่ยวกับเข่าของคุณกับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี