ขนส่งของที่สุรรณภูมิ (เขตปลอดอากร) บริการแย่มากๆ

 

ร้องทุกข์ครับ อึดอัดมาก

ผมเคยเป็นนักเรียนที่ออสเตรเลียมา แล้วมีข้าวของเครื่องใช้เยอะ ต่อมาน้องสาวผมไปเรียนและผมก็กลับเมืองไทยมาทำงาน ตอนน้องสาวจะกลับมาก็เลยต้องขายต่อห้องเช่าที่ออสเตรเลียแล้วก็นำเครื่องใช้เกือบทั้งหมดกลับเมืองไทย บางส่วนหิ้วขึ้นเครื่องบินไม่ได้ตามข้อกำหนด จึงให้เป็นขนส่ง cargo ต่างหาก และติดต่อรับของที่หน่วยงาน cargo ที่สุวรรณภูมิ

ตอนเดินทางไปออสเตรเลีย จำได้ว่าฝาก cargo เหมือนกัน ติดต่อรับ เซ็นชื่อ แล้วก็รอให้พนักงานเขาไปยกของมาให้ เราเสียค่าขนส่งแล้วก็เสร็จ ไม่เกิน 1 ชั่วโมงและไม่เหนื่อย

แต่วันก่อน สุวรรณภูมิ ต้องขับรถไปตึกขนส่งเอง เขาเรียกว่า "เขตปลอดอากร สุวรรณภูมิ" http://www.freezonethaiairport.com/ ซึ่งเป็นตึกแยกจากสนามบิน"ค่อนข้างไกล"ออกมา และใช้เวลาในนั้นตั้งบ่ายโมงครึ่งถึงหกโมงเย็น (5 ชั่วโมงครึ่ง) กว่าจะได้ของ เหนื่อยมากกลับบ้านหลับเป็นตาย

1) ประเด็นแรกคือ  ขั้นตอนในการรับของมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน
     - เซ็นรับของที่ตึก A (สมมติชื่อ)
     - ทำบัตรชั่วคราวเพื่อเข้าโกดัง ทำบัตรที่ตึก A
     - ทำเอกสารความเป็นเจ้าของ (จะทำไปทำไมฟะ ก็เซ็นรับของไปแล้ว) ที่ตึก B อยู่ห่างออกมาจากตึกแรก ประมาณ 1 ป้ายรถเมล์
     - จ่ายเงินค่าบริการที่ตึก B
     - นั่งรถไปในโกดัง เช็คศุลกากร จ้างรถขนส่งออกมา

      แค่ขั้นตอนก็มากกว่าแล้ว

2) สับสนว่าคนไหนคือพนักงาน? ตอนที่เซ็นรับของ พนักงานของการบินไทย บอกว่า "พี่ๆ ถ้าจะรับของเองก็ต้องใจแข็งๆ อย่าตอบรับพวกรับจ้างนะ เสี่ยงของหาย" เราก็อืมๆ ปรากฏว่า ตอนขั้นตอนที่สองเพื่อทำบัตรเข้าโกดัง พนักงานทำบัตรบอกว่า

     "พี่ๆ ถ้าติดต่อเอง เกรงจะไม่ทันนะครับ นี่ก็บ่ายสองไปแล้ว จ้างทำมั้ยครับ ผมช่วยได้" น่านไง มันมาละ เราก็ทำตัวดื้อๆ เดี๋ยวจัดการเอง

      เข้าไปที่ตึก B เพื่อติดต่อทำเอกสารความเป็นเจ้าของ ก็มีเก้าอี้ส่วนหน้าห้อง มีพนักงานยืนประจำตามโต๊ะประมาณ 6 โต๊ะ (เป็นโต๊ะยืน เหมือนที่ให้เขียนสลิปตามธนาคาร) เขาก็แนะนำขั้นตอนต่อไป อธิบายนานมาก จนเราเริ่มสงสัยว่า เอ..ทำไมเราต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้เขาด้วยล่ะ และมารู้ว่า พนักงานเหล่านี้ก็คือพวกรับจ้างขนส่ง

       ส่วนเคาน์เตอร์พนักงานจริงๆของสุวรรณภูมิ อยู่ลึกเข้าไปข้างในครับ (มันแปลกมั้ยครับ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกรับจ้างขนส่งขนาดนี้ จนทำให้เราเข้าใจผิดได้ง่ายๆ)

3) โกดังไหนกันแน่(ฟะ)? เมื่อเข้าไปในโกดังแล้ว ก็ปรากฎว่า เป็นโกดังจริงๆ อารมณ์เหมือนท่าเรือ รถสิบล้อใหญ่วิ่งไปมา เราต้องคอยหลบเอง ในโกดังก็มีรถขนของ คนงานเดินกันขวักไขว่มาก จนสงสัยว่านี่คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่ฝากขนของต้องมาฝ่าเองหรือ? ถ้าเป็นต่างชาติจะงงมั้ย?

      ไม่แค่นั้น ในเอกสารบอกว่า ให้ไปที่ G15 พอเดินไปถึง G15 เขาบอกว่า ให้เดินย้อนกลับไปที่ G26 เดินไปที่ G26 เขาบอกว่าให้เดินถอยกลับไปอีกที่ G28 (ซึ่งเป็นจุดใกล้ๆกลับจุดแรกที่เราเดินมาถึง) สรุปแล้วคือ เดินเที่ยวชมทิวทัศน์ในโกดังสุวรรภูมิไปเกือบจะครบทุกมุม เพื่ออะไรเนี่ย?

4) บทเรียนสุดท้าย เมื่อจบขั้นตอน พนักงานของสุวรรณภูมิเขาบอกว่า "พี่อึดมากที่เดินมาทำจนจบ ส่วนใหญ่จะรำคาญขั้นตอน แล้วก็จ้างพวกรับจ้างขนส่งถึงบ้าน แต่เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว พวกนี้จะส่งถึงบ้านเราจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้แล้ว และทางการบินไทย และสุวรรณภูมิก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้"

 นั่นไง ผมจะภูมิใจดีมั้ยที่ยอมเหนื่อยจนจบ ถ้าท่านอ่านข้อความนี้ และกำลังจะเดินทางต่างประเทศ หรือมีญาติเดินทาง ช่วยเตือนเขาด้วยว่า ให้ cargo สุวรรณภูมิส่งของถึงบ้านดีกว่า จ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ไม่เสียเวลา เสียอารมณ์ครับ และไม่เสียเหลี่ยมกับรับจ้างขนส่งที่อาจจะโกงเราได้ด้วย (ผมคิดว่า รับจ้างขนส่งดีๆก็คงมีผสมๆกัน แต่ผมรับฟังทางการบินไทยเขาเตือนมาอย่างนั้นครับ)