Case Study 3 : "เช่าซื้อบ้าน" ทางออกของผู้มีรายได้น้อย

“บ้าน” ดูเหมือนคำนี้จะมาพร้อมกับความภูมิใจ ,ทรัพย์สิน และหนี้สินในเวลาเดียวกัน เพราะบ้านเป็นสิ่งที่แสดงถึงฐานะทางการเงินได้อย่างดี ขณะเดียวกันก็สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับผู้มีรายได้น้อย เพราะความฝันนี้ ช่างแสนไกลกับความเป็นจริง จำต้องเสียค่าเช่าเพื่อแลกกับการอยู่อาศัยรายเดือน และดูเหมือนว่า ผู้ประกอบการบางรายได้เห็นช่องว่างนี้ในตลาด ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว “ ผ่อนถูกกว่าเช่า” หนึ่งในคำโฆษณาที่หลายคนคงเคยได้ยิน เป็นหนึ่งกลยุทธ์การตลาด เพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังทรัพย์น้อยที่ยังไม่มีบ้าน และต้องการมีบ้านเป็นมีทรัพย์สินของตนเอง แต่โครงการที่ผู้ประกอบการนำเสนอก็มีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 1ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้าจะต้องมีความสามารถในการกู้ธนาคารได้ กรณีมีเงินทุนไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่ได้รับค่าจ้างรายวัน 300 บาท จึงไม่สามารถสานฝันการมีบ้านของตนเองกับโครงการใดได้


TerraBKK Research มีความเห็นว่า ทางออกที่ดีของผู้มีรายได้น้อย นั้นคือ “การทำสัญญาเช่าซื้อ” เป็นการทำสัญญาระหว่างเจ้าของทรัพย์สินและผู้เช่า เพื่ออนุญาติให้เช่าอยู่ และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า ตามเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้จ่ายชำระเงินตามระยะเวลาที่ตกลงระหว่างกัน การทำสัญญาลักษณะนี้สามารถพบได้ที่การเคหะแห่งชาติ ในการซื้อบ้านโครงการบ้านเอื้ออาทรและโครงการเคหะชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถตอบสนองผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางโดยตรง การทำสัญญาเช่าซื้อจึงเสมือนเป็นการจัดไฟแนนซ์แก่ลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งไม่มีความสามารถในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ เพื่อทำความเข้าใจอย่างง่าย ขอนำกรณีศึกษา "การเช่าซื้อบ้านในประเทศไทย ของการเคหะแห่งชาติ" ดังนี้ “ นายสมหวัง อายุ 30 ปี ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซต์รับจ้าง พักห้องเช่าเดือนละ 3,000 บาท ฝันอยากมีบ้านเป็นของตนเอง” นายสมหวังจึงทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในการเช่าซื้อบ้าน พบข้อมูลดังนี้

การเช่าซื้อบ้านนั้น สามารถซื้อได้ในทุกอาชีพ ไม่ใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องกู้ร่วม และอาจกู้ได้ถึง 100% ด้วย

คุณสมบัติผู้ทำสัญญาเบื้องต้น ได้แก่ มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ติด BLACK LIST หรือ เครดิตบูโรจากสถาบันการเงิน และมีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน

เงื่อนไขการทำสัญญาเช่าซื้อ เช่น วางเงินจองในการทำสัญญาเพียง 3,000 - 6,000 บาท เมื่อได้สิทธิแล้ว จะต้องผ่อนชำระเงินดาวน์ในระหว่างการก่อสร้างอาคารในอัตราเดือนละ 300 บาท เพื่อแสดงว่าเป็นผู้มีความประสงค์จะซื้ออาคาร และมีความสามารถในการผ่อนชำระ เป็นต้น

พบโครงการได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งรูปแบบบ้านแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ บ้านเดี่ยว ขนาด 22 ตร.วาขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 390,000 บาท และอาคารชุด ราคาเริ่มต้นตามขนาดพื้นที่ใช้สอย เช่น โครงการเคหะชุมชนออเงิน ขนาด 31ตร.ม. เริ่มต้นที่ 289,000 บาท เป็นต้น

ช่องทางติดต่อขอซื้อบ้าน ได้แก่ ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ณ สำนักงานเคหะชุมชนโครงการนั้นๆ และ ช่องทางอินเตอร์เน็ต http://dhds.nha.co.th/nhasales/newmainrentsale.aspx


ท้ายนี้ TerraBKK Research ขอฝากข้อคิดกับนายสมหวัง ว่า การมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรอยู่อย่างพอประมาณ และไม่ซื้อบ้านบ้านเกินกำลังตนเอง พร้อมทั้ง ต้องมีวินัยทางการเงินด้วย *ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่ การเคหะแห่งชาติ 


บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้


อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - https://www.terrabkk.com/news/13924