ความสัมพันธ์ระหว่างไกด์หนุ่มกับลูกทัวส์สาว ความรู้สึกดีๆที่มีให้ (( By อาบูมากัร มูฮัมหมัด ))

   
สวัสดีครับเพื่อนๆชาว Mthai ทุกท่าน วันนี้ไกด์จิ๊บได้มาเปิดเผยเรื่องราวอันสุดแสนประทับใจอีกครั้งในชีวิตของการทำงานเป็นไกด์ นี่คือไดอารี่ที่บันทึกเรื่องราวประทับใจอีกเสี้ยวหนึ่งของชีวิตผม ที่ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้เพื่อนๆได้อ่านกัน แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาแล้วก็ตาม กับความรู้สึกที่มิอาจลืม........

เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หัวหน้าที่อยู่ เขาหลัก จ.พังงา โทรมาบอกให้ไปรับแขกด้วย ที่สนามบินอู่ตะเภา อ.สัตหีบ เธอมาเที่ยวคนเดียว เธอชื่อ หยางฟาง เป็นคนเซี่ยงไฮ้ครับ เธอไปเที่ยวที่ภาคใต้หลายที่ แล้วก็บินขึ้นมาที่พัทยา เคสงานแบบนี้ผมชอบครับ คนไม่เยอะดี สะดวก อิสระ หัวหน้าย้ำว่าเทคแคร์ให้ดีน่ะ เพราะเขามาคนเดียว แน่นอนครับผมเอาใจใส่แขกคนนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว เธอทั้งขาว สวย น่ารักอีก อายุ 31 ขวบ วันแรกเธออยากไปไหว้พระ ผมก็พาเธอไป ที่วัดเขาพระใหญ่ เมืองพัทยาใต้ เธอเป็นคนอารมณ์ดี แต่ติดปัญหาเรื่องภาษานิดหน่อย

เธอพูดอังกฤษไม่เก่งส่วนผมก็พูดจีนไม่คล่อง แต่ก็ถูๆไถๆไปได้ครับ เธอมาเที่ยวพัทยา4วันครับ ผมพาเธอไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งครับ ให้เธอไว้พักผ่อน แล้วตอนเช้าก็จะมารับเธอไปเที่ยว ก็ปกติทั่วไปครับ จนมาถึงวันที่ 3 วันเกิดเรื่องครับ หยางฟางบอกอยากไปท่องราตรีในเมืองพัทยา ก่อนกลับเมืองจีนเมื่อรืนนี้ ผมก็พาเธอไปที่สตาร์ไดท์ผับ ในพัทยาเหนือ ที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวของพวกเกาหลี-ไต้หวัน-จีน ผมดูเธอคงมีความสุขมากๆ เธอโยกย้ายส่ายสะโพกมันมาก หยางฟางคงดีใจที่เจอคนพูดจาภาษาเดียวกับเธอเต็มไปหมด เธอเปิดเหล้ายี่ห้อหนึ่ง แล้วก็ดื่มๆๆๆเธอยื่นเหล้ามาให้ผมแก้วหนึ่ง แต่ผมก็ปฏิเสธไป ผมบอกกับเธอว่าผมเป็นมุสลิมไม่ดื่มแอลกอร์ฮอร์ทุกชนิดครับ แต่ก็มีปัญหาหลายอย่างครับ โดยเฉพาะพวกผู้ชายบางคนที่ชอบมาจับผู้หญิงราตรีไปเที่ยวไปนอนด้วย นี่ก็ยังมีเลย มีไอ้เปรต......ตัวหนึ่งเดินเข้ามา การแต่งตัวดี หล่อ ดูดี เข้ามาพูดคุยกับผม ประมาณว่า ผู้หญิงจีนคนนี้ผมได้มาอย่างไร

มันนึกว่าผมเป็นนักท่องราตรีเหมือนมัน มันบอกว่าอยากได้ แบ่งกันคนละครึ่งไหม ผมบอกว่านี่แฟนผม พาเธอมาเที่ยว ผมต้องบอกอย่างนี้ไป ถ้าผมบอกว่าเขาเป็นลูกทัวส์ เดี๋ยวไอ้พวกเปรตนี้มันตื้อไม่เลิกครับ ใครที่ชอบเที่ยวกลางคืนมักจะรู้ดี แต่มันก็กล้าจริงๆ ขนาดมากับผมแท้ๆ มันก็ยังกล้า ไอ้พวกนี้มันชอบหลอกสาวๆชาวต่างชาติไปนอนเที่ยวแล้วหลอกเอาเงิน ผมรู้ดีวงจรอุบาทนี้ประมาณ5ทุ่ม ผมรีบพาเธอกลับขืนอยู่เดี๋ยวมีเรื่องแน่ๆ ผมรู้สึกว่าเป็นHEROยังไงไม่รู้น่ะ เหมือนเป็นบอร์ดี้การ์ดให้เธอยังไงยังงั้นเลย ฮ่าๆๆ เธออยู่ในสภาพที่เมาแอ๋เลย แถมอ้วกใส่ผมเลอะไปหมด ผมพาเธอมาที่โรงแรมห้องที่เธอพัก สภาพเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ผมอยากเปลี่ยนผ้าให้เธอ

แต่กลัวเจอข้อหาลวนลามครับ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ก็เหม็นคลุ้งทั่วห้องแอร์แน่ ผมเลยใช้กล้องวิดีโอของเธอ ตั้งถ่ายเอาไว้ในขณะที่เปลี่ยนผ้าให้เธอ ก็อย่าไปคิดว่าผมเห็นอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ห้าม!!!!!คิด เพราะมันไม่มีอะไรครับ เห็นแต่ขน???? ใช่ครับ ขนจักแร้ของเธอยาวเป็นกิโล!!! ผมนี่ฮาแตกแทบตกเตียงเลย จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ผู้หญิงยุโรป ผู้หญิงเอเชียต่างก็ไว้ขนจักแร้กันยาว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เมืองหนาวครับ ผมเช็ดตัวให้เค้าแล้วก็แป้งโรยตามตัวเลย บางคนอาจจะด่าว่าผมโง่ ควาย โอกาศแบบนี้หายากน่ะโว้ย แต่ผมก็ไม่ใส่ใจ เขาเป็นคนๆหนึ่งที่จ่ายเงินให้บริษัท เขาคือลูกค้า ดังนั้นผมต้องปกป้องเขาเต็มที่ ถ้าถามว่าผมมีอารมณ์ไหมตอนเช็ดตัวให้เค้า ตอบเลยครับว่า...มี เธอขาวจริงๆ หลังจากเช็ดตัวให้เธอเสร็จ ผมก็ทนความขาวของเธอไม่ไหวก็เลยรีบเข้าห้องน้ำ เพื่อไปชัก...เอ๊ย!!! ซักเสื้อที่เธออ้วกใส่ผม 555+ คนอ่านกำลังคิดลึกครับ อาบูมากัรไม่เค้ยไม่เคย คืนนั้นก็อยากกลับบ้าน แต่ในใจก็เป็นห่วงเค้าอยู่ เพราะเค้าเมา กลัวจะไปกระโดดระเบียงโรงแรมซึ่งอยู่ชั้นที่15 ตายกันพอดี สรุปคืนนั้นผมนอนกับเค้าที่ห้องนั้นแหละ

แต่ผมนอนกับพื้นเค้านอนบนเตียง ซึ่งผมก็นอนคิดเหมือนกัน ว่าเค้าเป็นใครทำไมถึงต้องมาเทคแคร์ขนาดนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเขาเป็นลูกทัวส์ของเรา เราต้องรับผิดชอบเต็มที่อยู่แล้ว พอมาวันที่4ผมตื่นมาประมาณ8โมงเช้า เธอยังนอนกรนอยู่เลย ผมก็รอจนเธอตื่นเกือบ9โมงเช้า เธอเมาไม่รู้เรื่องจริงๆ เธอถามว่าเมามากไหม ผมก็เอากล้องที่ถ่ายให้เธอดู เธอก็ตะลึงนิดๆ แถมมาแอบกัดผมอีก เธอถามว่า ผมทำอะไรเธอหรือเปล่า แต่ถามแบบเล่นๆกัน วันนั้นพาเธอไปทานข้าว เธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ หมูตุ๋นยาจีน หมูพะโล้ อย่างนี้ อาหารจีนมีแต่หมูกับไก่ เอกอี้เอกเอ๊ก เธอก็ชวนผมกิน แต่ผมเป็นมุสลิมทานอาหารพวกนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ก็นั่งดูเธอทานจนอิ่ม จากนั้นก็ไม่ได้ไปเที่ยวใหนครับ เพราะไปมาหมดแล้ว ผมก็พาเธอนั่งรถเล่นในเนินพลับหวานซึ่งห่างจากพัทยาประมาณ 3 กิโลครับ พูดถึงเนินพลับหวานก็เหมือนคนใต้ทาวน์ครับ เพราะที่นี่มีแต่คนใต้เชื้อสายมาลายูเยอะมาก ส่วนใหญ่มาจากปัตตานี ยะลา สงขลา ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม 60% มีมัสยิดประมาณ10 กว่าแห่ง

วันนั้นเป็นวันศุกร์ ช่วงบ่ายผมก็เข้าไปละหมาดตามธรรมเนียมที่มัสยิดฮาวาริสซุนนะห์ ละหมาดเสร็จก็พาเธอไปไหว้พระขอพรอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะกลับพรุ่งนี้บ่าย ผมก็ไปส่งเธอที่โรงแรม แล้วผมก็กลับห้องผม คืนนั้นก็ผ่านไปอีกวัน พอรุ่งเช้าผมไปรับเธอ เพื่อที่จะไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ เธอลงมาด้วยในตาแดงกล่ำ แต่ผมก็ไม่กล้าถามเค้า พอขับรถมาถึงตัวเมืองชลบุรี เธอก็ร้องไห้ใหญ่เลย ผมเลยจอดรถ พาเธอไปนั่งริมทะเลพักหนึ่ง แล้วก็รีบพาเธอไปสนามบินเดี๋ยวไม่ทัน พอถึงสนามบินก็พาเธอไปนั่งทานข้าว แต่อาหารในสนามบินสุวรรณภูมิโคตรแพงเลยครับพี่น้อง

อย่าไปซื้อกินเด็ดขาด หลังจากนั้นก็ส่งเธอขึ้นเครื่องทันที หยางฟางยังมีทีท่าเศร้าอยู่ ผมถามเธอก็ไม่ตอบว่าเป็นอะไร เธอเข้ามากอดและขอบคุณสำหรับที่ดูแลเธอเป็นอย่างดี เธอยื่นซองขาวมาให้หนึ่งซอง บอกว่านี่คือสินน้ำใจ ผมก็รับไว้ ถ้ามีโอกาศแล้วค่อยเจอกันใหม่ ผมกล่าวกับเธอ จากนั้นเธอก็ขึ้นเครื่องจากไป ผมแกะซองดูก็มีเงินไทยอยู่ 23,600 บาท น่าจะเป็นเงินไทยที่เขาแลกแล้วใช้ไม่หมดครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาร้องไห้เพราะอะไร แต่ความประทับก็มีกับแขกคนนี้เหลือเกิน นี่ก็อีกด้านของชีวิตการทำงานครับ ขอบคุณครับที่อ่านจบ......

ปล.ผมมีข่าวดีมาบอก อาจจะมีหยางฟางภาค2 ก็ได้ เพราะเธอจะมาเมืองไทยอีกครั้ง ในวันที่ 22 กรกฎาคม 53 ถ้ายังไงเดี๋ยวมาอัพเดทให้ครับ ที่สำคัญถ้าผมไปเป็นไกด์ให้เธอด้วยน่ะ


เด็กปัตตานี.........อาบูมากัร