10 อันดับ ข้อผิดพลาดจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ !

                  

...ที่ผมตั้งชื่อกระทู้ว่า...." เป็นความผิดพลาดจากผลพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ " เพราะผมไม่อยากจะแก้ตัวอะไร ให้ฝรั่งอีกแล้วครับท่าน ๆ ที่เข้ามาในกระทู้นี้ของผม....และที่ผมว่าเป็นผลงานที่ผิดพลาดนั้น ก็เนื่องมาจากว่า มีคนเชื่อและได้พิสูจน์มาแล้วครับ

ผมเบื่อนะ...อะไรก็ "...อุ้ย..ก็แค่ฝรั่งบางคนเท่านั้นแหละ ..." ...ผมไม่สน...อะไรที่เป็นฝรั่ง ผมซัดแม่มมหมดแหละงานนี้......!

และผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า...เพื่อน ๆ สมาชิกท่านใด ที่เข้ามาในกระทู้นี้ของผม แล้วรู้สึกว่า ไม่มีสาระอันควรที่จะอ่าน....อย่าเสียเวลาของท่าน กับกระทู้ของผมเลยครับท่าน

...ผ่านตาท่านใดมาแล้ว...ก็คง...ไม่ว่ากันนะขอรับกระผม...!

อันดับแรก : Piltdown Man หรือ มนุษย์ พิลท์ดาวน์

...เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1912 ครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ เมื่อ ชาร์ลส์ ดอว์สัน ( Charles Dawson ) ได้อ้างว่าค้นพบเศษกระโหลก และฟัน ที่บ่อกรวด หมู่บ้าน Piltdown ใกล้ๆกับ Uckfield ประเทศอังกฤษ ที่จะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างลิงไร้หาง ( Apes ) กับมนุษย์ที่ขาดหายไป เศษกระดูกนั้นได้รับชื่อว่า "Piltdown Man"40 ปีต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบสอบว่า Piltdown Man นั้นเป็นเรื่องหลอกลวง เนื่องจากฟันที่พบเป็นฟันของลิงอุรังอุตัง และเศษกระโหลกเป็นกระโหลกของมนุษย์ธรรมดา เรื่องทั้งหมดเป็นการร่วมกันหลอกลวงของ Charles Dawson เท่านั้น

...ผมไปค้นเจอข้อมูลนี้มาครับเพื่อน...ก็เลยทำอะไรให้มันง่ายลงสำหรับผมหน่อยครับแหะ ๆ ...และก็ขอขอบพระคุณ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/topic/9957 มา ณ ที่นี้ด้วยครับผม

อันดับสอง: Archaeoraptor หรือ อาร์เชโอแรพเตอร์

....ในปี ค.ศ. 1999 เนชั่นแนล จีโอกราฟิค อ้างว่าฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ชิ้นนี้ เป็นบรรพบุรุษของนกในปัจจุบันครับเพื่อน ๆ

เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า ฟอสซิลที่ถูกค้นพบในประเทศจีนชิ้นนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ความจริงก็คือ ได้มีคนนำเอาชิ้นส่วนฟอสซิล ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ หลายชนิดมาปะติดปะต่อกันขึ้นมาสรุปแล้ว เป็นเรื่องแหกตาครับเพื่อน ๆ

อันดับที่สาม : El Chupacabra หรือ เอล ชูพาคาบรา

....El Chupacabra เป็นภาษาสเสน แปลว่า "Goat Sucker" หรือ ไอ้ตัวดูดเลือดแพะ มันเป็นตำนานของสัตว์ที่เข้าทำร้ายปศุสัตว์โดยเฉพาะแพะเป็นสีที่มันโปรดปรานที่สุด มีรายงานการพบเห็นมันในประเทศลาตินอเมริกา และอเมริกา มีรูปร่างแตกต่างกันไปไม่แน่นอนจาก พยานที่พบเห็นใน เปอโตริโก ( Puerto Rico ) , ทางเหนือของไมอามี ( Maine ) , ทางใต้ของชิลี ( Chile ) ต่างให้ปากคำถึงลักษณะของ ไอ้ตัวดูดเลือดแพะ ( El Chupacabra ) ว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ตัวประมาณลูกหมี มีกระดูกสันหลังยืนขึ้นมาเป็นหนามแหลมเป็นแถวยาวจากคอถึงโคนหาง การโจมตีของ ไอ้ตัวดูดเลือดแพะ ( El Chupacabra ) ครั้งแรกได้รับการบันทึกเมื่อ เดือนมีนาคม 1995 ใน เปอโตริโก ในการโจมตีครั้นี้พบว่ามีแพะตาย 8 ตัว สามตัวในนั้นถูกดูดเลือด

แต่...ความจริง มันก็แค่หมาป่าไร้ขนเท่านั้นเองครับผม....กรรม !

ผมว่ามันจะ...เป็นหมาขี้เรื้อนนะ ถ้าเป็นภาษาบ้านเรา...!

ข้อมูลจาก....http://atcloud.com/stories/66431 ครับผม

อันดับสี่ : Rabbit Mother มารดาแห่งกระต่าย

...ในศตวรรษที่ 18 ที่ประเทศอังกฤษ  นาง แมรี่ ทอฟท์ ( Mary Toft )...อ้างต่อบรรดาแพทย์ว่า ตนนั้น ได้คลอดลูกเป็นกระต่ายถึง 16 ตัว

เรื่องสั้นชื่อว่า Extraordinary Delivery of Rabbets เขียนโดย ศัลยกรรมแพทย์ประจำของกษัตริย์ จอช ได้เขียนถึงราวนี้ของแมรี่ ทำให้ผู้คนพากันหยุดบริโภคสตูว์กระต่ายเลยทีเดียว

หลังจากที่ได้พิสูจน์ว่า เรื่องทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องหลอกลวง วงการแพทย์ต่างก็สุดแสนจะระอาย...งุงิ ไปตาม ๆ กัน

(...แหม่...ผมไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเลยครับเพื่อน ๆ ว่า..เค๊าพิสูจน์กันอย่างไร...มันทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้..เหมือนกับว่า...มีคนมาเรียกเราแทนชื่อทางสายโทรศัพท์ว่า " ที่รัก " ...พอเราถามเข้าจริง ๆ คำตอบที่ได้...คือ " อ้าว...นึกว่าวางหูแล้ว " ...งง สิครับท่าน..แหม่..คนแบบนี้ก็มี แล้วจะให้ทำไงล่ะครับน้องจากอึ้ง...จริงมะ คุณ น้ำริน คุณ Tongkung ..เวรกรรม )

อันดับที่ห้า : The Fiji Mermaid นางเงือกแห่งหมู่เกาะ ฟีจิ

....ตัวประหลาด ในพิพิธภัณฑ์ ฟินิส เทเลอร์ บาร์นัม ( Phineas Taylor Barnum museum ) โฆษณาไปทั่วทุกแห่งหนว่า เป็นสุดยอดปีศาจทะเลครึ่งคน หรือนางเงือกนั่นเอง

แต่ความจริงที่ได้....มันเป็นซากลิง ที่เย็บติดกับปลาเท่านั้นเอง....เวรกรรม !

(...ผมอุตส่าห์เรียมปี่ไว้หลายอัน...มีโอกาสจะไปหาวิศวกรหนุ่ม คุณ Armnoi ร่ำสุราริมฝั่งทะเลซะหน่อยเผื่อฟลุ๊ค...ที่ไหนได้เนาะคุณ Armnoi เนาะ...กรรม )

อันดับหก : The Turk เดอะ เติร์ก

...ในปี ค.ศ. 1770 ไม่มีใครจะหาทางเอาชนะ เจ้าหุ่นยนต์เติร์กในการประชันแข่งหมากรุกได้เลยครับเพื่อน ๆ ...ถึงขนาดเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ ได้เดินทางไปแข่งประชันมาแล้วทั่วยุโรป...

ผลสุดท้าย...จับได้ว่า หุ่นยนต์เติร์กแท้จริงแล้ว ก็คือเซียนหมากรุก ที่สวมชุดเกราะหุ่นยนต์เท่านั้นเอง

อันดับเจ็ด : Alien Autopsy การผ่าชันสูตรร่างของมนุษย์ต่างดาว

....ในระหว่างปี ค.ศ 1990 ตากล้องของอังกฤษนามว่า เรย์ แซนทิลลี่ ( Ray Santilli ) ได้ออกมาอ้างว่าตน เป็นเจ้าของฟิลม์หรือคลิปภาพยนตร์ ที่เกี่ยวกับการผ่าชันสูตรร่างของมนุษย์ต่างดาว หลังจากเหตุการณ์จานบินตกที่รอสเลล์

...เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ลึกลับมืดมน จนกระทั่งนาย แซนทิลลี่ ออกมายอมรับว่าตนเอง...ได้สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเอง...( ดู๊...ดู พี่แกหลอก )

อวัยวะภายในที่เห็นในเทปนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือ สมองแกะ ราสเบอรี่แยม และเครื่องในไก่...!

(..พูดถึงราชเบอรี่แยมแล้ว...ใยห้องแอร์เย็น ๆ ...สาวมัดมือมัดเท้า แล้วป้ายด้วยราชเบอรี่แยม....อืมมม...เนาะคุณ P_LL เนาะ...ฮิฮิ  )

อันดับที่แปด : Say No to Cake อย่าบริโภคเค้ก

...ในปี ค.ศ. 1995 จากแหล่งข่าวที่ไร้ตัวตนของประเทศอังกฤษ เผยถึงผลของการสำรวจบนท้องถนน ในเรื่องที่ตนได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่เรียกกันว่า " Cake "

อ้างว่า...สิ่งเสพติดชนิดนี้จะเข้าไปทำลายบางส่วนในสมองที่เรียกว่า "Shatner's Bassoon."...( ต้องขอโทษเพื่อนๆ  ด้วยครับ..ศัพย์นี้ ผมคิดว่า แพทย์เท่านั้น ที่จะอธิบายได้ )

บรรดาสื่อมวลชน ต่างก็ตื่นตะหนกและเรียกร้องให้มีการต่อต้าน " ขนมเค้ก " กันใหญ่...ถึงขนาดเอาเรื่องขนมเค้ก เข้าไปเป็นประเด็นในสภาน่ะคิดดู...เวรกรรม ( whoop ผมขอแปลเป็น...เวรกรรมเด้อฮับ )

อันดับที่เก้า : Disappearing Blonde Gene ยืนที่สร้างสีบลอนด์ทองในมนุษย์จะค่อย ๆ สูญหายไป

...เรื่องโกหกนี้ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2002 จากแหล่งข่าวทั้ง BBC และ CNN ต่างก็ออกมาบอกว่า รายงานจากองค์กรเพื่อสุขภาพของโลก ได้เผยว่าอีกประมาณ 200 ปี ยีนที่สร้างสีบลอนด์ทองในมนุษย์ จะค่อยๆ  หายสาบสูญไปในที่สุด เพราะฉนั้น จะไม่มีคนที่มีผมสีบลอนด์ทองหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว

เพราะว่ายีนที่สร้างสีบลอนด์ทอง จะเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ จนไม่เหลือ

กลับกลายเป็นคำถามขึ้นมาว่า..." ใครวะ ที่เป็นคนทำการค้นคว้าวิจัยในเรื่องนี้  ? "....เอาล่ะสิครับเพื่อน ๆ ที่สนใจ...!

อันดับสิบ : The Nacirema Tribe  อินเดียนแดงเผ่า นาซิรีม่า

...นาซิรีม่า ระบุไว้ว่าเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่ทางแถบอเมริกาเหนือ อินเดียนแดงเผ่านี้ เป็นเผ่าที่มีพิธีกรรม แปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น มีการขูดขีด เฉือนใบหน้าของตนด้วยเครื่องใช้ที่มีคม 

ความจริง...มันเป็นการเหน็บแนมวิถีชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันครับเพื่อน ๆ

  Nacirema ก็เป็นแค่ American ที่เขียนกลับกันเท่านั้นเอง

========

....อ่านดูแล้ว..บางเรื่อง ก็ไม่เชิงเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ นะครับเพื่อน  ๆ ที่ให้ความสนใจ...แต่ก็อย่างว่าครับ....ผมพยายามแล้วครับผม...ก็ต้องขอขอบพระคุณมายัง....http://science.discovery.com/top-ten/2008/hoaxes/hoaxes-10.html ครับผม

..อีกครั้งครับท่าน ๆ ...สาระ อยู่ที่มุมมองของแต่ละท่านก็แล้วกันครับ

ส่วนเรื่องลีลาการตั้งกระทู้...ผมไม่อยากจะย้ำเลยจริง ๆ ครับ สำหรับเพื่อน  ๆ ชาวเน็ตบางท่านว่า...

" การตั้งกระทู้ มันเป็นเอกลักษณะของแต่ละบุคคล ผมไม่จำเป็นที่จะต้องไปตามตูดเค๊าต้อย ๆ ๆ ...ขอเป็นแบบของผมเถอะนะครับ "

ขาดตก บกพร่องประการใด ขออภัยด้วยครับท่าน ๆ

ฮะ ๆ ๆ ...คุณ Armnoi....!

....ช่วงนี้สบายใจหน่อยครับ...คุณพี่ ป.6 คุณพี่ลูกตากสิน....ช่วงนี้ ไม่มีใครเค๊ามาข่มผมด้วยตัวหนังสือ...

...คงคิดนะเนาะ...ว่าผมคงกลัวแน่...ตัวหนังสือ...โถ...แม่คุณ ผมแกล้งไปงั้นแหละครับ ถ้าเป็นตัวเป็น ๆ แล้วล่ะก็...มือขวาไปก่อน...มือซ้ายตามแน่....

ผู้หญิงนะครับ...ไม่ใช่ผม....

ป.ล. ท่าน Chaychai มีรางวัลกี่ชิ้น ก็...อย่าลืมนะครับ ที่ผมเกริ่นเอาไว้แล้ว....ใครอยากได้ก็ให้มาอ้อนวอนเอา...เสื้อ....