เที่ยวกรุงเทพฯ กับไอดีกว่า !

                                     

 

สวัสดีค่ะ..... ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ฉันชื่อ นาตาลี แต่เพื่อน ๆ เรียกฉันว่า เรย์....เพราะว่าฉันเองชื่นชอบแสงของดวงอาทิตย์ ยามสาดส่อง ด้วยเหตุนี้ แสงแห่งดวงอาทิตย์ จึงเป็นเสมือนแสงแห่งอนาคตของเรา

ประมาณปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ฉันและสามีลาออกจากงานที่แสนจะจำเจในกรุงมอสโคว ออกเดินทางท่องเที่ยวหาประสปการณ์ชีวิตไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ปีที่ผ่านมานี้เราท่องเที่ยวที่อินเดีย  ....ประเทศนี้ เหมือนในเทพนิยาย และตอนนี้เราก็มาถึงประทศไทย ...ในเดือนที่สี่ หลังจากเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยว เราเดินทางโดยรถบัส และรถไฟเท่านั้น อูสเบกิสถาน คาซาสถาน จีน ลาว เวียตนาม เขมร และ...มาถึงตอนนี้ ก็ กรุงเทพมหานคร

บางครั้งเราหยุดพัก...ตามสถานที่ ที่อยู่ใกล้ทะเล และเราก็ชื่นชอบสถานที่แบบนี้

เกือบลืมแหนะ.....เราได้อาสาเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ด้วย และใช้เวลาว่างวางแผนอนาคตของเรา และเราก็มีไอเดียหลาย ๆ ไอเดีย ซึ่งเราก็เชื่อว่าไม่นาน ก็จะกลายเป็นความจริง....และขณะนี้ เราอยู่ที่กรุงเทพฯ เราไปไหนไม่ได้แล้ว เพราะเราหลงเมืองแห่งทวยเทพ แห่งนี้เสียแล้ว....วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

...เราคิดจะตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่เราต้องการ...การที่มีชีวิตเป็นอิสระเสรี มันสุขจนหาที่เปรียบไม่ได้ ...ปกติฉันจะเป็นคนตื่นจากนอนก่อน และฉันชอบแบบนั้นมาก ...ในตอนกลางคืน เสียงจากด้านนอก รอดเข้ามาในห้องพักของเรา ไม่ว่าจะเป็นเสียงหมาเห่า หรือว่าเสียงนก เกือยทั้งคืนที่ฉันต้องตื่นขึ้นมา และคิดไปว่า "...มันเสียงอีหยังวะ ..." ( พี่แกไปลาวมาแล้วครับ...เลยอุทานว่า " เสียงอะไร " )

...ขณะที่ อเล็กซ์ สามีของฉันกำลังหลับ ฉันลุกขึ้นเปิดเครื่องเเล็ปท็อป บรรจุความคิดและความรู้สึกลงไปในคอมพิวเตอร์ การที่ต้องใช้ความคิด....ในตอนเช้าคือช่วงที่ดีที่สุด สมองว่าง แล้วก็ แรงบันดาลใจจะเกิดขึ้น ก็ช่วงเช้าเสมอ

เวลา 9.00 น. ฉันเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ กลับเข้ามาในห้อง สามีของฉันตื่นแล้ว และกำลังเช็คอีเมล์ของเขาอยู่

และนี่ก็ฉันเองค่ะ....เราใช้เวลาในช่วงเช้ากับการเล่นกีต้าร์ เขียนโพสต์การ์ด แล้วก็ดูภาพถ่ายของเรา ในตอนเช้าเป็นช่วงที่ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ

ประมาณ 12.00 น. เราตัดสินใจแต่งตัว และออกไปข้างนอก เกือบลืมไปอย่างหนึ่ง ห้องพักของเรา เรียบง่ายและสบาย ๆ ไม่หวือหวา

และนี่ก็เป็นรอบ ๆ บริเวณที่เราพักอยู่

ถนนบริเวณที่พักของเรา

น้ำสะอาดสำหรับดื่ม....เครื่องบริการน้ำสะอาดแบบนี้ มีประโยชน์มากมายมหาศาล และก็มีอยู่ตามทุกซอกทุกมุมในเมืองนี้

แมว ๆ ....ซอยเล็ก ๆ และหมา...( ผมพากย์เองครับ )

ในที่สุดเราก็มาถึงร้านอาหารโปรดของเรา...ที่นี่พนักงานต่างก็ เป็นกันเองกับลูกค้า และคุยสนุกสนาน เมนูอาหารของเขาน่าทึ่งมาก และอาหารแต่ละอย่าง เสร็จในเวลาอันรวดเร็ว อาหารของรัสเชีย บางครั้งก็ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง ที่นี่ใช้เวลาประกอบอาหารเพียง 15 นาที

( ฝากให้เป็นข้อคิดคุณ Armnoi ครับผม )

หลังจากสั่งอาหารเช้าเสร็จสรรพแล้ว ( ความจริง มันเป็นเวลา 12.30 น. มันน่าจะเป็นอาหารเช้า พร้อมทั้งอาหารเย็นทีเดียวเลยก็ได้ ) โดยปกติ เราไม่ชอบทานอาหารในช่วงเช้าตรู่อยู่แล้ว

คลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ต๊ะ...เอ๋... 

ตัวอะไรเอ่ย...!

และนี่ก็คืออาหารของเราค่ะ มีข้าวแล้วก็ผักสีเขียวที่แสนจะอร่อย น้ำชามะนาว ขนมปังปิ้ง ผักสีเขียวนี้ เรียกว่า “Morning glory”

เมื่อเราอิ่มหนำสำราญกับอาหารรสชาติยอดเยี่ยม ในภาพก็คือ " นี " เธอกำลังศึกษาภาษาอังกฤษ คุยกับเธอแล้วทำให้รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน

เราออกเดินทางกันต่อ หมู่หน้าสู่สะพาน

อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

เราเกือบจะถึงพระตำหนักอยู่แล้ว ก็เป็นช่วงที่เขากำลังจะรดน้ำสนามหญ้าอยู่พอดี เราเลยได้อาศัยความเย็นจากน้ำ เพื่อคลายร้อนไปในตัว

ฉันต้องเข้าไปด้านในคนเดียว สามีฉันไม่ต้องการที่จะเข้าไป

ฉันจะเข้าไปด้านในได้ ก็ต่อเมื่อฉันสวมเสื้อปิดหัวไหล่

ราคาตั๋วแพงไปนิด แต่ก็คุ้มค่า

เธอถ่ายรูปวัดวาอาราม พระตำหนักมาเยอะมากครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ....ผมขอตัดลงเหลือแค่นี้นะครับ

...ได้ประมาณ 14.00 น เราเดินเที่ยวกันต่อ ผู้คนต่างก็เป็นมิตร เรากำลังมองหาธนาคารอยู่

นี่เป็นถนน สำหรับนักท่องเที่ยว

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ช่วงพลบค่ำ เราจะหาที่ เพื่อจะดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเสมอ

ช่วงค่ำ เราตัดสินใจที่จะเข้าไปในร้านนี้ ซึ่งที่เมืองไทย เป็นที่นิยมมาก ๆ

( สงสัยประเทศเธอ...ไม่ใส่ใจร้านแบบนี้...ฮะ ๆ ๆ  เวรกรรม ! )

ที่นี่ มีการแสดงดนตรีสด เราตัดสินใจที่จะทานอาหารมื้อดึก กันที่นี่

กลับถึงห้อง Wi-fi ใช่ได้ เราคุยกับเพื่อน ๆ ทาง ICQ และ Skype ก่อนนอนเราดูหนังการ์ตูน

และตอนนี้ ก็เที่ยงคืน...และวันใหม่กำลังจะมาถึง ...

ฉันหวังว่า...ทุกท่าน เมื่อเที่ยวไปกับฉันในภาพ แล้วรู้สึกว่า เหมือนอยู่บ้านตัวเองไปกับฉันด้วย...!

+++++++

...ผมไม่ทราบครับว่า...เพื่อน ๆ ท่าน ๆ ที่ให้ความสนใจในกระทู้นี้ของผมได้อะไรบ้าง...หาสาระอะไรในนี้ได้บ้าง....

แต่สำหรับผมแล้ว...ผมได้เยอะครับ....

ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละท่านก็แล้วกันครับผม...

อยากจะบอกเหลือเกินครับ...ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา...

ฝรั่งที่เขามาเที่ยวบ้านเมืองเรา...เขาไม่ต้องการหรอกครับ...ตึกรามบ้านช่อง ที่ทันสมัย...ที่เขาต้องการดู ต้องการเห็น ก็คือความเป็นไทย และธรรมชาติของเมืองไทย...แล้วพวกท่าน ๆ ไปกู้เงินมาทำไม สร้างตึกหลังใหญ่ ๆ โต ๆ

 ฝรั่งมันบอกครับว่า...

" ถ้ากูอยากเห็นความเจริญแบบนั้น บ้านกูก็มีดีกว่านี้อีก กูไม่มาดูที่เมืองไทยให้โง่หรอกครับท่าน "

 .....เป็นไงครับเขาว่ามาแบบนี้...!

กระทู้นี้...ผมตั้งขึ้น ก็เพราะผมเห็นว่า สองท่านที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้...มีมุมมองที่แตกต่างครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ...และฝรั่งดี ๆ แบบนี้ มีมุมมองแบบนี้ ก็มีกันเกลื่อนกลาดครับที่บ้านเรา...เห็นสองท่านนี้ ก็ทักทายหน่อยก็แล้วกันครับเพื่อน ๆ แหะ ๆ

ขอขอบพระคุณ http://mysampleday.com/index.php/2011/12/18/one-day-at-my-lovely-bangkok/ มา ณ ที่นี้ด้วยครับผม

ผิดตกประการใด ขออภัยครับเพื่อน ๆ

ความเห็นที่ 1
น้ำริน11

เห็นด้วยกับลุงแดนครับ

สายไฟระโยงระยาง ก็ไม่ได้ถ่ายมา สงสัยจะมองกรุงเทพฯ

ประมาณว่า เอาแต่สิ่งดี ๆ มาโพสต์เผยแพร่ แต่มุมดี ๆ ครับป้า

ความเห็นที่ 2
น้ำริน11

ดูท่า Fifth Amendment ของหมูสนาม จะขึ้นอยู่กับเฮียแกนะ

ถ้าเฮียแก elect to raise or not to raise

แล้วค่อยมาว่ากันอีกที แต่ทางนี้คิดว่า

เฮียแก election แล้วก็ raise ตลอดนะ

55555555555+++++++++++++

ความเห็นที่ 3
ซีsexฉ่าย1

...เฮ็ดหยังอยูหล่า....?

เอ๋า...อ้ายเอ๋าเพล๊งม๊าให่ฮัดฮ่องไว่เด้อหล่า....อ้ายอยากให่เจ่าฮ่องให่ฟั๊ง...

อ้ายไป๋เฮ็ดบุ๋ญกอนเด้อ...คึดฮอดน่องหลาย...แฮ๊งน๊ำ... :em27:... :em13:

http://www.youtube.com/watch?v=kzAud_Wbg0w&feature=related