เก็บตก...ที่ดินปลูกบ้าน....!

            

.....ผมไปอ่านเจอในนิตยสารฉบับหนึ่งครับเพื่อน ๆ  ท่าน ๆ ที่ให้ความใจ......เกี่ยวกับการเลือกเฟ้น หาที่ดินสำหรับปลูกบ้าน หรือที่อยู่อาศัย....ในสมัยโบราณ อ่านไปอ่านมา...เอ๊ะ...แปลกดีแฮะ เรื่องแบบนี้ก็มีด้วย...

ผมก็เลยคิดจะมาตั้งกระทู้...แบ่งบันเรื่องราว ที่ส่วนตัวผมคิดว่า...แปลก...และก็...ท่าน ๆที่เข้ามาอ่านก็โปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการอ่านก็แล้วกันนะครับ...

สาระ..... อยู่ทึ่มุมมองของแต่ละท่านครับ ผ่านตาท่านใดมาแล้ว ผมก็ขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ก็แล้วกันครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ...

...เริ่มกันเลยเนาะครับ...ฮะ ๆ ๆ

( ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องครับ...ผมขโมยภาพมา ฮะ ๆ ๆ )

...คนสมัยโบราณ มีความรอบคอบ....แล้วก็ละเอียดอ่อนมากในการดำรงชีวิต พร้อมกันนั้น ก็มีความเชื่อในสิ่งอันเป็นมงคล และไม่เป็นมลคลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะต้องเลือกสรรอย่างดีที่สุดด้วย ถือว่า...หากเลือกได้สิ่งเป็นมงคลที่สุด ย่อมทำให้อยู่อาศัยอย่างสุขสบาย โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียน มีโชคลาภและมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

...ก่อนจะปลูกบ้านสร้างเรือนในที่ดินแห่งหนึ่งแห่งใดของคนสมัยก่อน เขาจะตรวจสอบอย่างพิศดารเอาการทีเดียวครับ เช่นสำรวจตรวจตราว่า ที่ดินผืนนั้นมีท่อนไม้หรือตอไม้จมดินอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็ต้องขุดเอาออกมาทิ้งให้หมด ด้วยถือว่าเป็นเสนียดจัญไร ...ข้อนี้ผมว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านก็คงได้ยินมาแล้วครับเกี่ยวกับการปลูกเรือนคร่อมตอ ซึ่งสมัยปัจจุบัน ก็พอจะอนุโลมให้กระทำเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตอไม้หรือท่อนไม้ที่ฝังลงจมดิน เป็นสาเหตุของการมีปลวกขึ้นบ้าน ถ้าปลูกบ้านคร่อมลงไป....

( ภาพประกอบจากกูเกิ้ลครับผม )

...นอกจากตรวจพื้นดินดังกล่าว...คนโบราณยังต้อง " ชิมรสดิน " ก่อนปลูกบ้าน วิธีการชิมรสดิน เขาให้ขุดดิน เป็นหลุมลึกลงไปประมาณ 1 ศอกเศษ ๆ แล้วใช้ใบตองปูทับผิวดินก้นหลุม  จากนั้นก็ให้เอากองหญ้าคาสดและสะอาดปูทับลงไปบนใบตองอีกชั้น ทิ้งไว้หนึ่งคืน ให้ไอดินจับใบตองเป็นละอองน้ำเรียกว่า " เหื่อดิน " ท่านให้เอาเหื่อดินมาชิมดูครับเพื่อน  ๆ ที่ให้ความสนใจ....

( ภาพประกอบจากกูเกิ้ลครับผม )

...ถ้าดินมีรสเปรี้ยว เรียกว่า " ดินส้ม ".... ไม่ควรอยู่ เพราะที่ดินจะมีอิทธิพล ทำให้เกิดความทุกข์ความเดือดเนื้อร้อนในตลอดเวลา

...ถ้าดินมีรสหวาน.... จะให้คุณพอประมาณ หรือเป็นกลาง ๆ ไม่บันดาลให้เกิดความสุขความเจริญรุ่งเรืองมากมายนัก และก็ไม่ได้ทำให้เกิดความทุกข์ ความเสื่อมแต่อย่างใด

....ถ้าดินมีรสจืด..... ถือว่าเป็นดินที่ให้คุณสูง จะอยู่อย่างเป็นสุข ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน โชคลาภความเจริญไหลมาเทมา

...ถ้าดินมีรสเค็ม.....ไม่ควรปลูกบ้านหรือที่อยู่อาศัย ณ ที่ดินผืนนั้น เนื่องจากเป็นที่ดินหามลคลมิได้ ขืนอยู่ไป จะมีแต่ความเสื่อม ความเดือดร้อน เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เนือง ๆ

( ภาพประกอบจากกูเกิ้ล ครับผม )

....นอกจากการชิมรสดิน...ท่านให้ดมกลิ่นดินด้วยครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ.....

....ถ้าดิน มีกลิ่นหอมดั่งดอกบัว หรือดอกสารภี ...เรียกว่า..." ที่พราหมณ์ " เป็นที่อันมงคลยิ่ง จะให้ความอุดมสมบูรณ์ในทุกสถาน

( ดอกสารภี )

....ถ้าดินมีกลิ่นหอมเหมือนดอกพิกุลเรียกว่า " สัตภูมิ ".... จะเป็นที่ดินให้ความร่มเย็นเป็นสุข

ถ้ากลิ่นดินมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้อื่น ๆ ถือว่าเป็นที่ดินที่ดีทั้งสิ้น แต่ถ้ากลิ่นดินมีกลิ่นเผ็ดร้อน กลิ่นเค็ม หรือกลิ่นเหม็น ถือว่าเป็นที่ดินไม่ดี ไม่ควรปลูกสร้างบ้านเรือนอย่างเด็ดขาด...

อืมม......ทุกวันนี้ การมีโอกาสเลือกหาที่ดินอันเป็นมงคลนั้น เป็นไปแทบไม่ได้ครับเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ....หรือทำไม่ได้เอาเสียเลย โอกาสจะมีบ้านอยู่สักหลัง มีที่ดินเป็นของตัวเอง เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะฉนั้น การพินิจพิเคราะห์ที่ดินเหมือนสมัยโบราณ จึงทำไม่ได้...เพราะเหตุนี้กระมังครับท่าน ๆ ที่ให้ความสนใจ...คนในสมัยปัจจุบัน จึงดำรงชีวิตอยู่อย่างอลหม่าน ทุกข์มากกว่าสุขอย่างที่เห็นและเป็นอยู่...

มันก็น่าจะจริงไม่จริงบ้างนะครับท่าน ๆ ....ซื้อที่ดินดี ก็เป็นศรีแก่ตัว...ซื้อที่ดินไม่ดี...ผีก็ไล่ออกนอกประเทศ....ฮะ ๆ  ๆ กรรม !

...เพื่อนที่สนใจก็ใช้วิจารณญาณอีกครั้งนะครับในการอ่าน...ส่วนผิดตกประการใด หรือผ่านตาท่านใดมาแล้ว กระผมก็ขออภัยอีกครั้งครับผม...

ขอขอบพระคุณเรื่องราวในอดีตนี้มายัง...นิตยสาร " ทำไงจึงจะหายงอนทีแม่คุณ " มา ณ ที่นี้ด้วยครับผม...

===============

...ขาดไม่ได้ครับ..ของฝากสำหรับหนุ่มวิศกรรูปหล่อ และนักธุระกิจใหม่ประจำเอ็มไทย...คุณ Armnoi คอยรักครับผม...