มังสวิรัติลดภาวะโลกร้อน เรื่องจริงที่มนุษย์ควรรู้

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=65083&NewsType=2&Template=1

?จากหนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ ฉบับวันที่ 30?ตุลาคม 2551 จ๊ะ?

มังสวิรัติลดภาวะโลกร้อน เรื่องจริงที่มนุษย์ควรรู้?

อาหารมังสวิรัติอาจดูห่างไกลกับเรื่องของภาวะโลกร้อน แต่ย้อนกลับไปกระบวน การผลิต เมื่อเราบริโภคอาหารที่ปลอด เนื้อสัตว์จะช่วยทำให้โลกเย็นลง?จากรายงานของสหประชาชาติระบุว่าการรับประทานเนื้อสัตว์เป็นสาเหตุสำคัญทำให้???? เกิดภาวะโลกร้อนนั้นเพราะเกิดแรงผลักดันสำคัญ ของการตัดไม้ทำลายป่า มีตัวเลขออกมาว่ามากกว่า 70% ของป่าอะเมซอนถูกโค่นลงเพื่อทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ การผลิตปศุสัตว์ผลิตก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการขนส่งทั่วโลก ?มูลสัตว์จำนวนมากเป็นแหล่งที่มาของก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล และก๊าซมีเทนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ถึง 21 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าวัวผายลม หรือแม้ กระทั่งเรอออกมายังปล่อยก๊าซมีเทนสู่โลก ?เนื่องจากก๊าซมีเทนส่ง ผลให้โลกร้อน รายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สุพรีมมาสเตอร์ (www.SupremeMasterTV.com) สถานีที่เน้นรายการสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจให้กับมนุษย์ ได้จัดสัมมนาทางไกลผ่านดาวเทียม ณ สถาบันเอไอที (Asian Institute of Technology) เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยร่วมสนทนาพูดคุยกับ อนุตราจารย์ชิงไห่ นักมนุษยธรรมชาวเวียดนาม ศิลปิน และครูทางจิตวิญญาณที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วโลก เธอสนใจศึกษาศาสตร์ของศาสนาพุทธฉบับมหายาน และเป็นบุคคลที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ชื่อดังของโลก ?ในช่วงปีที่ผ่านมา อนุตราจารย์ชิงไห่ ศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนเพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เธอจึงใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวในการจัดทำรายการโทรทัศน์สุพรีมมาสเตอร์ โดยออกอากาศฟรีทางช่องสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2550 ที่ผ่านมา ด้วยหวังจะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาเห็นความสำคัญของภาวะโลกร้อนภายใต้แนวทางอันโดดเด่นของเธอคือการเลือกบริโภคมังสวิรัติ?อนุตราจารย์ชิงไห่ กล่าวในวันสนทนาทางไกลในวันนั้นว่า การรับประทานเนื้อสัตว์เป็นสาเหตุของโรคร้ายของมนุษย์ แม้แต่นมยังเป็นสาเหตุมากมาย คัมภีร์ในศาสนายังแนะนำให้คนเราไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ปริมาณถั่วเหลืองที่ผลิตได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของโลกต้องนำไปเลี้ยงสัตว์?? แทนที่จะเหลือไว้ให้ผู้คนบริโภค ทั้งนี้การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทำให้หยุดการฆ่าทั่วโลก ทำให้สุขภาพดีขึ้น ที่สำคัญทำให้เรารักษาโลกใบนี้ไว้ได้โดย??? ทางอ้อม ??ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เรายังไม่เห็นผลกระทบที่มากมายเพียงครั้งเดียว ถ้าเรายังไม่ทำอะไรเลยผลที่แย่กว่านั้นจะตามมา ภายใน 4 ปีถ้าเราไม่ทำอะไรเลยผลแห่งกรรมที่เราทำไว้ก็จะเกิดขึ้น ไม่มีใครอยู่รอด ผลของภาวะโลกร้อนเกิดจากกฎของจักรวาล ทำอะไรก็จะได้ตามนั้น?? อนุตราจารย์ชิงไห่ระบุ?? นอกจากนี้ในงานสนทนาทางไกลผ่านดาวเทียม ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์นาซา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องโลกร้อน เข้าร่วมสนทนาทางไกลนี้ด้วย บอกเล่าให้ฟังถึงปรากฏการณ์บริโภคเนื้อสัตว์ว่า เมื่อพิจารณาความยืนยาวของชีวิต ชาวเอสกิโมซึ่งกินเนื้อและไขมันจำนวนมาก มีอายุเฉลี่ยประมาณ 27 ปี ขณะที่ชาวหันสาซึ่งเป็นชนเผ่าที่อาศัย?? อยู่ในปากีสถาน กินเมล็ดธัญพืช อาหารสด??? ผลไม้และผัก มีอายุยืนยาวถึง 110 ปี ??นอกจากนี้มีตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างการบริโภคอาหารมังสวิรัติและเนื้อสัตว์ให้ฟังว่า หากเทียบสัดส่วนระหว่างนมถั่วเหลืองจำนวน 100 กรัมกับนมวัว ปริมาณของโปรตีนที่ได้จากนมถั่วเหลืองให้มากกว่าถึง 41 กรัม ขณะที่นมวัวได้ 26 กรัม ??ระหว่างการใช้พื้นที่ผลิตโปรตีนในปริมาณเท่า ๆ กัน การทำปศุสัตว์ใช้พื้นที่ถึง 17 เท่าเมื่อเทียบกับการปลูกถั่วเหลือง รวมทั้งน้ำที่ใช้ต้องใช้มากกว่าในการเลี้ยงสัตว์ด้วยเมล็ดพืชแล้วย้อนกลับมาเป็นโปรตีนในสัตว์ที่มนุษย์จะได้กลับคืนมา จะมีโปรตีนต่ำมากแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนและพลังงานของอาหารทั้งหมดที่เอาไปเลี้ยงสัตว์ และเปลี่ยนสภาพมาเป็นเนื้อสัตว์ ???80-90 เปอร์เซ็นต์ของเมล็ดธัญพืชจะถูกนำไป??? เลี้ยงสัตว์ นับเป็นการสูญเสียอย่างหนึ่ง เพราะเราได้คืนแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างโดยเฉลี่ยคนอเมริกันกินเนื้อ 129 ปอนด์ต่อ 1 ปีในเวลานี้ ถ้าลดการกินเนื้อลงครึ่งหนึ่ง อาหารจะมีเพียงพอสำหรับประชากรของประเทศกำลังพัฒนา? คนไทยผู้เชี่ยวชาญเรื่องโลกร้อนบอกเล่า ?เรื่องของภาวะโลกร้อนอาจนำวิกฤติมาสู่โลกแต่ขณะเดียวกัน บางแง่มุมยังมีโอกาสอย่างใดอย่างหนึ่งซุกซ่อนอยู่หากมีการปรับวิถีการกินใหม่ทั้งโลก แน่นอนช่วยลดโลกร้อนได้ ผลที่ตามมายังช่วยเรื่องสุขภาพและที่สำคัญเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ขาดแคลนอาหารด้วย?ดังคำกล่าวของมหาตมะคานธีที่ว่า โลกนี้เพียงพอสำหรับความต้องการของทุกคน แต่ไม่เคยเพียงพอสำหรับความโลภของผู้คน.

?

พรประไพ? เสือเขียว

ความเห็นที่ 1
Cibai

เปรียบเทียบซะ.....

ลองเอาชาวหันสาที่กินมังฯ ในปากีฯ ไปอยู่ขั่วโลกแบบชาวเอสกิโมดู ว่าจะอยู่ได้เกินปีหรือป่าว

ปัญญาอ่อน

ความเห็นที่ 3
ธรรมชาติ

เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะไก่เป็นไข้หวัดนก เราไม่ต้องไปกินมันเราก็ไม่ต้องเป็นไข้หวัดนก วัวเป็นโรควัวบ้าถ้าเราไม่ไปกินวัวเราก็ไม่ต้องไปกลัวว่าจะติดโรค ง่ายจะตายไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันซับซ้อนเลยง่ายจะตาย

ความเห็นที่ 4
YOO

มีปัญหาด้านสุขภาพ อ้วนไป ผอมไป ความดัน เบาหวาน ฯลฯ ติดต่อสอบถามแนวทางแก้ไข อย่าปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังทุกปัญหามีทางแก้ เพียงแค่แนะนำการใช้โภชนาการธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่มีเอฟเฟคภายหลังใช้วิธีธรรมชาติมาบำบัดดีกว่า ได้ผลแน่ รับรอง
? ไม่ต้องออกกำลังกายหนัก
? ไม่ต้องอดข้าว
? ไม่ต้องกินยา (อันตรายมาก)
สนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ where.u@hotmail.com หรือ 089-781 0006
www.chairman23.healthmycare.com