ทำไมต้องเล่านิทานให้ลูกฟัง..?

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ในโครงการ เล่านิทาน อ่านหนังสือ เสริมการเรียนรู้ สู่การพัฒนาเด็กปฐมวัย ณ โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โดย ดร.วรนาท รักสกุลไทย เป็นวิทยากรในการบรรยาย ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจว่า “ทำไมต้องเล่านิทานให้ลูกฟัง?”

1.       ทำให้เก่งในเรื่องของการแยกแยะจำแนกเสียง มีการยืนยันจากผลการวิจัยมาแล้วว่า ภาษาไทยเป็นภาษีที่ดีต่อการพัฒนาสมองของเด็ก ภาษาไทยเป็นเสียงดนตรี มีการออกเสียงวรรณยุกต์ เสียงสระ ซึ่งเป็นลักษณะที่พิเศษทำให้สมองลูกพัฒนา และถ้าลูกสามารถแยกเสียง เช่น กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า จะทำให้ลูกเป็นผู้รับรู้ทางเสียงที่ดี เขาก็จะอ่าน เขียน ต่อไปได้ดี

2.       การอ่านเอาเรื่อง คือ มีการพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับเนื้อหาในนิทานที่สำคัญตามลำดับ โดยเริ่มจาก นิทานที่หนูอ่านมีตัวละครกี่ตัว --> เรื่องเกิดขึ้นที่ไหน --> เรื่องที่ลูกฟังมีปัญหาหรือข้อขัดแย้งอะไร --> จะแก้ปัญหากันอย่างไร --> บทสรุปของเรื่องเป็นอย่างไร  การตั้งคำถามลำดับเหตุการณ์ เป็นการสร้างลำดับความคิดให้กับลูก ฝึกให้ลูกสร้างกระบวนการคิด วิเคราะห์ อย่างมีเหตุและผล ทำให้เด็กรู้คำศัพท์ที่หลากหลาย และฝึกให้เด็กมีการคิดแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับวัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่ควรสอนเด็ก

3.       มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหนังสือ เช่น แนะนำลูกว่า นี่คือปกหน้า นี่คือปกหลัง เด็กก็จะได้ลำดับ หรือ ฝึกการสังเกตของลูก ปกหน้ากับปกรองในมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

 

“นิทานช่วยแก้ปัญหาต่างๆของลูกได้ และในการเลือกหนังสือควรเลือกหนังสือที่ปลูกฝังคุณธรรมให้กับลูกด้วย ถ้าเราไม่เลี้ยงลูกด้วยหนังสือขณะลูกยังเล็ก โอกาสที่เมื่อโตขึ้น ลูกจะไม่จับหนังสือเลยมีสูง”

 

โครงการ “เล่านิทาน อ่านหนังสือ เสริมการเรียนรู้ สู่การพัฒนาเด็กปฐมวัย” ยังเหลือการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการอีก 2 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ วันที่ 29 มิถุนายน - วันที่ 1 กรกฎาคม 2555  และ อยุธยา วันที่ 6-7 กรกฎาคม 2555   สำหรับ   พ่อแม่ ครู และผู้ดูแลใกล้ชิดเด็กปฐมวัย ที่ต้องการเทคนิคดีๆ ในการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างรอบด้าน รีบสมัครด่วนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการฯ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2241-8000 ต่อ 341 หรือเว็บไซต์ www.motherandcare.in.th หรือ www.onec.go.th