ชมรมขนหัวลุก

 

 

 

1  ผีดงพญาไฟ

.....ร้อยปีก่อนมีฝรั่งคนหนึ่งเดินทางผ่านป่าดงพญาไฟอันได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยภูติผีปีศาจและสัตว์ร้ายมากมาย

จนภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นดงพญาเย็น    เพื่อไปประเทศลาว 

คืนหนึ่งขณะตั้งแคมป์ไฟกับลูกหาบคนท้องถิ่นใกล้บึงแห่งหนึ่ง   เวลาล่วงเลยทุกคนแยกย้ายกันเ้ข้านอน  

ช่วงหัวค่ำยังได้ยินเสียงสัตว์กลางคืนส่งเสียงเป็นระยะๆ

แต่พอตกดึกรอบๆบริวเณกลับเงียบสงัดเหมือนเป็นสัญญาณว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล

ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องขึ้นไปทั่วจนคนได้ยินขนลุกไปตามๆกัน   เสียงคล้ายผู้หญิงร้องตกใจ

นายฝรั่งหยิบปืนคู่ใจออกมาจากเต้นท์มองหาต้นเสียง   จนไปพบกับตัวอะไรบางอย่าง  ตัวเล็กกว่าคน

ขนรุงรังเต็มตัว  มีเขี้ยวงอก  เดินดุ่มเป็นกลุ่มมาทางคณะคาราวาน  ลูกหาบตกใจกลัวตัวสั่นต่างร้องกันระงมว่า

ผี  ผีกองกอยมากินเลือดคน   นายฝรั่งยกปืนยิงไปยังกลุ่มสัตว์ประหลาดเหล่านั้น   เมื่อกระสุนโดนตัวพวกมัน

ต่างพากันร้องกรีดเสียงตกใจปนโกรธแค้น   กระสุนทำอะไรพวกมันไม่ได้  พวกมันยังพากันเดินเข้ามาเรื่อยๆ

ลูกหาบท้องถิ่นมีอายุคนหนึ่งจึงเอาสายสิญจน์วงรอบแคมป์ให้ทุกคนเข้าไปอยู่ในวงรอบสายสิญจน์

นายฝรั่งทำตามแบบงงๆ  ปรากฏว่าพวกผีร้ายพวกนั้นไม่กล้าเข้าใกล้สายสิญจน์  ทำให้นายฝรั่งแปลกใจมาก

เมื่อทำอะไรเหยื่อมันไม่ได้ พวกมันต่างพากันเดินกลับลงไปในบึงเหมือนอย่างขามา

หมายเหตุ  ในตำราพุทธศาสนาเรียกยักษ์ชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ใต้น้ำ

ตามสระหนองคลองบึงทะเล  กินมนุษย์เป็นอาหารว่า รากษส   ส่วนตัวคิดว่า น่าจะเป็นพวกนี้

 

2   เธอคือใคร

.....หลายสิบปีก่อน   มีพ่อค้าเร่ขายของไปตามชนบทแวะพักที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดแถบชายแดน

เมื่อพระในวัดอนุญาต  พ่อค้าคนนี้จึงยึดเอาศาลาการเปรียญหลังเก่าเป็นที่พำนัก

ศาลาหลังนี้มีอายุนับร้อยปี   เสาต้นใหญ่ทำจากไม้สัก   พื้นกระดานหนายาวคงเป็นไม้อย่างเดียวกัน

เนื่องจากเป็นวัดบ้านนอกมีพระอยู่ไม่กี่รูป  พอค่ำก็เงียบมืดไปหมดทั้งวัด เพราะไฟฟ้ายังไม่มี

ต้องอาศัยตะเกียงของใครของมัน   ด้วยความเมื่อยล้าจากการเดินทาง  พ่อค้าจึงเอนตัวลงนอนตามปกติ

คืนนั้นเป็นคืนวันเพ็ญ  แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในศาลาพอเห็นรางๆ

เมื่อพ่อค้านอนหลับไปได้งีบใหญ่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินขึ้นบันไดศาลามา  เสียงพื้นไม้ลั่นเป็นจังหวะ

แกจึงหันไปมองด้วยความสงสัยว่า ดึกแล้วใครขึ้นมาบนศาลา  ภาพที่แกเห็นเป็นผู้ชายผอมสูง

ใส่ชุดเขาวยาวคลุมตัวเหมือนนาคใส่แห่รอบโบสถ์   ผู้ชายลึกลับคนนั้นมองมาทางพ่อค้า  

อยู่ดีๆแกก็ขนลุกไปทั้งตัว เพราะรู้โดยสัญชาตญาณว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ  แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

สักพักมีเสียงบนฝาเพดานดังขึ้น  พ่อค้าจึงมองตามเสียงนั้นไป   สิ่งที่แกเห็นคือหญิงสาวนางหนึ่ง

แต่งกายแบบโบราณกำลังคลานไต่มาจากเพดานศาลาลงมาตามเสาช้าๆพลางจ้องหน้าแกไปด้วย

เสียงหมาใต้ศาลาหอนกันระงม    แกตกใจกลัวมากเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีิวิต  

เมื่อหญิงประหลาดคนนั้นไต่ลงมาใกล้ถึงตัวแก   ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงบันไดศาลาได้จุ๊ปากขึ้นหลายที

เป็นเชิงห้าม   พอหญิงคนนั้นได้ยินก็ทำท่าหวาดกลัวแล้วไต่กลับขึ้นไปบนเสาเพดานเหมือนเดิม

เมื่อพ่อค้าหันไปมองผู้ชายที่บันไดก็พบแต่ความว่างเปล่า   รุ่งเช้าแกเล่าให้พระในวัดฟังและสรุปเอาเองว่า

ผู้ชายปริศนาคนนั้นน่าจะเป็นเทวดาเจ้าที่มาห้ามผีสาวในเสาไม้สักไม่ให้ทำร้ายแก