ชมรมขนหัวลุก

เรื่องเล่าจากพี่ผล

.....พี่ผลทำงานเป็นตำรวจกลับมาเยี่ยมบ้านเป็นครั้งคราว     ตกค่ำเด็กๆชอบมาล้อมวงฟังเรื่องผี

จากพี่ผลคนมากประสบการณ์ไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ   พี่ผลเล่าว่า  มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องไปปราบโจรที่

จังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นหมู่บ้านห่างไกลความเจริญอยู่ติดป่าต้องเดินเท้าเข้าไปหลายวันกว่าจะถึง

โจรจะปล้นแล้วหลบซ่อนอยู่แถวนี้   พี่ผลและเพื่อนตำรวจพากันไปพักที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน

บ้านแกมีสองหลัง   เก่าใหม่  หลังใหม่แกอยู่กับลูกเมีย  หลังเก่าเป็นบ้านพ่อแกที่ตายไปหลายปีแล้ว

บ้านหลังเก่าทำจากไม้เนื้อดีทนทานสภาพยังใช้งานได้ปกติแต่บรรยากาศจะวังเวงหน่อย

ช่วงนั้นฝนตกหนักออกไปตามข่าวโจรลำบากเลยต้องพักอยู่บ้านกันไปก่อน

อยู่กันมาปกติตกวันที่สาม   กลางดึกหลังแยกย้ายกันเข้านอน  พี่ผลนอนคนเดียวในห้องต่างหาก

ปรากฏว่าแกเห็นเงาดำๆเหมือนคนเดินรอบมุงหาอะไรบางอย่างอยู่   ทีแรกแกไม่นึกว่าผี  นึกว่าขโมย

จึงอยู่เงียบๆรอดูต่อไปว่ามันจะทำอะไร    ร่างดำๆที่แกเห็นเหมือนรู้ความคิดของแก

มันค่อยๆยื่นหน้าดันมุงเข้ามาดูคนในมุ้งว่าหลับหรือยัง   พี่ผลเลยเอามือชกมันเต็มแรง  แต่ชกไม่โดนอะไร

ลุกขึ้นมาดูรอบๆก็ไม่เห็นใครในห้อง   ได้ยินเสียงร้องแปลกๆอยู่รั้วบ้าน  คล้ายเสียงสัตว์ออกหากิน

พอรุ่งเช้าพี่ผลเลยเลียบเคียงถามผู้ใหญ่บ้านถึงพ่อที่เสียไปว่ารูปร่างยังไง เป็นอะไรตาย

ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า สูงใหญ่เป็นนายพรานเก่า   หลังจากตายบ้านนั้นผีดุ   เมียแกเคยเห็นเลยไม่กล้าอยู่

แต่ตัวแกไม่เคยเห็น   พี่ผลคิดว่าน่าจะเป็นผีพ่อผู้ใหญ่บ้านมาทักทายเล่น  แกก็ไม่คิดอะไรเพราะเป็นคนไม่กลัวผีอยู่แล้ว

แล้วถามต่อถึงเสียงสัตว์ที่ได้ยินออกหากินตอนกลางคืนที่ได้ยิน  ผู้ใหญ่บ้านว่า เป็นเสียงผีกองกอย

ออกหากินมันร้องว่า กระตองอ๋อยๆๆ  วังเวงเยียบเย็น  มาหลายวันแล้ว

หลังกินข้าวเย็นคุยกะเพื่อนๆเสร็จก็พากันนอน    เมื่อทุกคนหลับสนิท  พี่ผลรู้สึกว่าได้ยินเสียงประหลาดอีกแล้ว 

แถวรั้วบ้าน  แกจึงเดินมาตรงหน้าต่างแล้วเพ่งมองไปในความมืด

เห็นลักษณะคล้ายคนนุ่งแต่กางเกงยืนอยู่ตรงรั้วนิ่งๆ ไม่นานก็เดินมาเรือนที่พี่ผลกะเพื่อนนอนอยู่

พี่ผลจึงค่อยถอยหลังกลับมานอนดูการกระทำของมันต่อไป    สักครู่พี่ผลก็เห็นมือคนจับขอบหน้าต่าง

ปีนขึ้นมาแล้วค่อยๆหย่อนตัวเบาๆลงพื้นค่อยๆเดินมาที่มุง  ยกตีนมุงขึ้นแล้วจับนิ้วหัวแม่โป้งตีนขึ้น

ปล่อยลง  พี่ผลลุกขึ้นจะถามว่าเป็นใครมาทำไม  มันก็ตกใจรีบกระโดดลงเรือนหนีไป

 พี่ผลจึงเรียกลูกน้องค่อยๆโหนหน้าต่างแล้วหย่อนตัวลงดินวิ่งตามบุรุษลึกลับคนนั้นไป

จนถึงกระท่อมในป่า    ในกระท่อมเงียบ  พี่ผลเคาะประตูขอเข้าตรวจ  เสียงภายในเป็นชาย

บอกว่า ไม่สะดวกให้มาตอนเช้า  ขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านลูกน้องตำรวจตามมาทันพอดี

ผู้ใหญ่บ้านจึงบอกให้เจ้าของกระท่อมออกมา  คนข้างนอกเป็นตำรวจไม่ต้องกลัว

ประตูกระท่อมจึงค่อยๆแง้มเปิดออกพร้อมชายร่างล่ำสันผิวคล้ำนุ่งกางเกงผืนเดียว

พี่ผลถามว่าไปเรือนผู้ใหญ่บ้านทำไม   มันตอบว่า ไม่ได้ไป   นอนอยู่ข้างใน

พี่ผลเอามือจับหน้าอกมันฟังเสียงหายใจแล้วบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ไอ้นี่โกหก 

เสียงหายใจเหมือนคนวิ่งมาเหนื่อยๆ  และเท้าก็เปื้อนโคลน 

แต่มันบอกว่าหาจับกบเขียดแถวนี้  ผู้ใหญ่เลยชวนพี่ผลกลับบ้าน 

ตอนเช้าผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ทุกคนฟังว่า   คนเมื่อคืนชื่อไอ้โคย

เป็นคนมาจากชายแดนเขมร  เมื่อก่อนมีเพื่อนรักในหมู่บ้านด้วยกันเคยไปล่าสัตว์ในป่าด้วยกัน

อยู่ดีๆวันหนึ่งเพื่อนคนนั้นก็ป่วยและสั่งห้ามไม่ให้นายโคยมาเยี่ยม   แต่นายโคยก็มาเยี่ยมจนได้

ต่อมาเพื่อนคนนั้นก็ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ   ตัวผอมซีดเหมือนไม่มีเลือดในร่างกาย   นิ้วโป้งตีน

 มีรอยเขี้ยวปริศนา    พี่ผลเล่าเรื่องการยกนิ้วหัวแม่โป้งตีนให้ฟัง

ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า การยกนิ้วหัวแม่โป้งตีนขึ้นแล้วปล่อยลงเป็นการทดลองว่า

เหยื่อหลับสนิทยังจะได้ดูดเลือดกินจนหมด   เป็นวิธีหากินของผีกองกอย

ปกติมันกินได้ทั้งเลือดสัตว์และคน  กินแล้วอยู่ได้เป็นอาทิตย์เป็นเดือนก็มี  

พี่ผลกับเพื่อนกลับไปที่กระท่อมก็ไม่เจอใครแล้ว   พี่ผลจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เจอคนผีหรือคนกันแน่