ชมรมขนหัวลุก

 

เรื่องที่  1  กระสือยายเวียง

พี่ผลเป็นตำรวจกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปีและมีประสบการณ์แปลกๆ ในป่ามาเล่าใฟ้พวกเราฟังตลอด

คืนหนึ่งอากาศร้อนอบอ้าว  พวกคนงานในสวนบอกว่าจะไปดักจับผีกระสือที่ออกมาหากินช่วงนี้

ส่วนพี่ผลนอนอยู่ที่บ้านกับเด็กชายแก้วหลานชาย    ตกดึกหลานตื่นขึ้นมาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง

เห็นแสงไฟสีเขียวลอยขึ้นลงเหมือนกำลังหากินเศษปลาเศษกุ้งอยู่    รู้โดยอัตโนมัติว่าคือกระสือ

เพราะผู้ใหญ่ในบ้านเคยเ่ล่าให้ฟังว่าเห็นบ่อยๆ    หลานจึงปลุกพี่ผลให้ลุกขึ้นมาดู

พี่ผลเอ่ยเบาๆว่า กระสือ  แล้วลุกขึ้นจะออกไปดูใกล้ๆ   เมือสองคนอาหลานค่อยๆย่องออกไปดูกระสือ

แสงไฟก็หรี่ลงแล้วลอยหายไปโผล่ตรงโน้นตรงนี้    แล้วอยู่ๆก็มีเสียงคนงานในสวนหลายคนร้องขึ้นมาว่า

กระสือโว้ย   ล้อมวงจับมันให้ได้     กระสือมันกลัวคนเหมือนคนแก่เคยเล่าให้ฟัง  มันดับไฟแล้วหนีคน

แสงไฟโผล่มุมโน้นมุมนี้  คนงานก็แห่กันไปตรงนั้นเพื่อจับกระสือเพราะคิดว่ามันกลัวคนมากกว่าเรากลัวมัน      

คนอื่นต่างมีท่อนไม้ในมือ     แต่ลุงคำพิเศษกว่าเพื่อน  แกยืมไม้คานเมียที่เคยเป็นม่ายมาเฉพาะ 

แกว่ากระสือมันกลัวไม้คานแม่ม่าย    พูดแล้วแกก็เอาไม้คานฟาดสุ่มๆไปรอบๆที่เห็นแสงไฟปรากฏ

แล้วจู่ๆก็มีเสียงคนแก่ร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดเหมือนคนโดนตีว่า  โอย   กุตายแน่คราวนี้

เสียงนั้นเยือกเย็นชวนขนหัวลุกแบบไม่เคยได้ยินมาก่อน   แล้วแสงไฟก็หายเข้าไปในสวนลึก  

ทุกคนจึงกลับบ้านแยกย้ายกันไปนอน   จนเช้าจึงพากันไปบ้านยายเวียงที่อยู่ในสวน

ประวัติแกมาจากภาคเหนือ  เป็นคนเฝ้าสวนอยู่คนเดียวมาหลายปี  ไม่สุงสิงกะใคร

และไม่ชอบให้ใครมาหยิบสอยเอาผลไม้ในสวนแกโดยพลการ    แกเป็นหญิงแก่ที่โมโหร้ายคนหนึ่ง

เมื่อทุกคนแห่กันไปกระท่อมแก   เห็นยายเวียงนอนซมอยู่เหมือนคนเป็นไข้    จึงถามว่าเป็นอะไร

ยายเวียงไม่สบตาตอบว่า เมื่อคืนมีโจรมาปล้นแล้วทุบตีแก   ลุงคำจึงถามว่า โจรเอาอะไรตีแก

รอยเหมือนไม้คานที่แกตีกระสือเมื่อคืน  ยายเวียงไม่พอใจ  ตะโกนไล่ทุกคนออกจากบ้าน

พวกคนงานเลยพูดกันว่า ยายเวียงต้องเป็นกระสือแน่นอน  เพราะไฟกระสือชอบสว่างและดับไป

แถวๆกระท่อมที่แกอยู่  บวกกับนิสัยการเป็นอยู่ลึกลับของแกและร่องรอยไม้คานที่ลุงคำตีโดนแกคืนนั้นนั่นเอง 

 

 เรื่องที่  2  ผีต้นโพธิ์

จ่าปลอดเป็นตำรวจมาหลายปี  ทุกคืนแกจะเดินตรวจตามซอกซอยต่างๆจนดึกดื่นเที่ยงคืนถึงกลับบ้านนอน

คืนหนึ่งเดือนหงายแกออกตรวจตามปกติ   พอเดินเลียบกำแพงวัดดอกไม้

กำลังจะผ่านต้นโพธิ์ร้อยปีที่ทอดกิ่งพาดถนน  จ่าปลอดก็เห็นอะไรบางอย่างห้อยลงมาจากกิ่งโพธิ์

โอนเอนไปมา   ทีแรกแกนึกว่ากิ่งโพธิ์หักลมพัด   แต่มองดีๆแล้วไม่ใช่  ช่วงนั้นไม่มีลม

ลักษณะเหมือนคนตัวยาวๆเอาขาห้อยกิ่งโพธิ์    ตัวดำตาถลน   แขนห้อยโยนตัวไปมาเหมือนกำลัง

เล่นกายกรรม   แกมองมัน  มันก็จ้องแกตาไม่กระพริบ

จ่าปลอดจึงค่อยๆถอยหลังกลับไปนอนที่โรงพัก  ไม่กลับบ้านเหมือนทุกคืน

แกเคยได้ยินคนชอบเที่ยวกลางคืนเล่าให้ฟังว่า  เจอเปรตที่ต้นโพธิ์  แกก็ฟังหูไว้หู

นึกว่าคนอดนอนเห็นอะไรก็ทึกทักว่าเป็นผี   จนมาเจอกับตัวเองถึงรู้ว่า ผีมีจริง

จากวันนั้นมาตอนเดินตรวจกลางคืนแกพยายามเดินเลี่ยงต้นโพธิ์ไปทางอื่น

เพราะไม่อยากเจอสิ่งที่แกไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต