ตำนานผงพิเศษตราร่มชูชีพ

คุณสมเกียรติ ศุภโกวิท เป็นชาวจังหวัดลำปาง สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ รุ่นที่ 1
(ปัจจุบัน คือมหาวิทยาลัยแม่โจ้) ต่อมาได้เข้ารับราชการที่กรมป่าไม้ แต่ด้วยมีใจรักในการค้าขาย จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของ คุณสมเกียรติฯ ในขณะนั้น รักที่จะผลิตยาขาย เพราะเห็นว่าอาชีพขายยาเป็นอาชีพที่สงบและเป็นกุศล
และ
ยาที่ผลิตได้จะต้องมีคุณภาพ ราคาถูก เหมาะ กับผู้ที่มีรายได้น้อย จึงได้อาศัยความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา พยายามคิดค้น และพัฒนาสูตรยาจากเภสัชตำรับทั้งในและต่างประเทศ โดยซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศมาปรุงผสมกับตัวยาอื่นๆ ทดลองอยู่นาน จึงได้ตำรับยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ใช้โรยแผล รักษาสิว และฝีหนอง มาบรรจุซองขาย

เมื่อเริ่มขายดี คุณสมเกียรติฯ จึงพยายามคิดตั้งชื่อตำรับยาผงโรยแผลและรักษาสิวที่ตนเองได้พัฒนาขึ้น โดยมีอยู่วันหนึ่งในช่วงที่ สงครามโลก
ครั้งที่ 2 เริ่มสงบแล้ว คุณสมเกียรติฯ ได้ไปนอนพักอยู่ใต้ต้นประดู่หลังวัดเทพศิรินทราวาส จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เห็นเครื่องบิน บินผ่านมามี
ทหารมากมายโดดร่มชูชีพ ลงมาทั่วท้องฟ้า จึงเกิดความคิด และตัดสินใจใช้ “ร่มชูชีพ” เป็นเครื่องหมายการค้า
และตั้งชื่อตำรับยาผงโรยแผล
รักษาสิวนี้ว่า “
ผงวิเศษ” และยังนำเอารูปของตนเองมาไว้บนซองยาอีกด้วย ส่วนชื่อบริษัทได้นำชื่อภริยา “สมจิตต์” มาตั้ง จึงได้เป็น
บริษัท สมจิตต์โอสถ จำกัด” โดยในช่วงแรกบริษัทฯ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 96 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงนางเลิ้ง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
และ
ผงวิเศษตราร่มชูชีพได้ออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2493

 

พ.ศ.2500 คุณสมเกียรติฯ ได้พยายามพัฒนาสูตรตำรับ ยาแก้ปวดพัน และยาธาตุน้ำแดงขึ้นเมื่อพัฒนาสูตรตำรับยาสำเร็จ จึงได้นำยาแก้ปวดฟัน
ตราร่มชูชีพ และยาธาตุวิเศษตราร่มชูชีพ ออกจำหน่ายในท้องตลาด
 

พ.ศ.2505 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฏหมายใหม่ ให้เปลี่ยนชื่อยาต่างๆ ที่มีชื่อฟังแล้ว
เป็นการอวดอ้างสรรพคุณในการรักษา คุณสมเกียรติฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อยาจาก
ผงวิเศษตราร่มชูชีพ” เป็น “ผงพิเศษตราร่มชูชีพ” ซึ่งแปลว่าแตกต่างไป
จากสามัญ

พ.ศ.2506 คุณสมเกียรติฯ ได้ย้ายบริษัทฯ มาตั้ง ณ เลขที่ 9/19 ซอยลาดพร้าว 23 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม
เขตจตุจักร กรุงเทพ
และได้สร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ เป็นโรงงานชั้นเดียวพร้อมโรงพิมพ์

พ.ศ.2518 คุณสมเกียรติฯ ได้ตัดสินใจเลิกผลิตและจำหน่ายยาแก้ปวดฟันตราร่มชูชีพ และยาธาตุวิเศษตราร่มชูชีพ
เนื่องจากวัตถุดิบในการผลิตบางตัวหายาก และเกิดความไม่สะดวกในการขนส่งยาสำเร็จรูป

พ.ศ.2527 คุณสมเกียรติฯ ได้สร้างโรงงานขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นอาคารสูงเจ็ดชั้น พร้อมโรงพิมพ์สองชั้น โดยใช้เครื่อง
จักรในการผลิตและบรรจุที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมันตามมาตรฐานสากล

พ.ศ.2531 คุณสมเกียรติฯ ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ จังหวัด
เชียงใหม่
( ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ )

พ.ศ.2532 บริษัท สมจิตต์โอสถ จำกัด ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐาน การผลิตยา (GMP)
จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยากลุ่มแรกๆ ที่ได้รับมาตรฐานนี้

พ.ศ.2533 ดร.สมเกียรติ ได้จัดงานฉลองครบรอบสี่สิบปี ผงพิเศษตราร่มชูชีพ
ขึ้นเพื่อขอบคุณตัวแทนจำหน่าย ร้านขายยา และผู้ใช้ที่ให้การสนับสนุน
ด้วยดีตลอดมา

พ.ศ.2542 บริษัทฯ ภายใต้การนำของทายาทของ ดร. สมเกียรติ ได้ปรับปรุงโรงงาน ทั้งสถานที่ผลิตอันทันสมัย รวมถึง
เครื่องมือวิเคราะห์ที่แม่นยำ ทั้งนี้เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ
 

พ.ศ.2547บริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้เครื่องหมายการค้า
ตราร่มชูชีพ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ คือ “ยาหม่องตราร่มชูชีพ

ความเห็นที่ 1
Armnoi คอยรัก
ไหนล่ะ นม ไหนล่ะหิ ไหนล่ะ:-)
ความเห็นที่ 2
ตกสำรวจ
อย่าไปเชื่อมัน .......... ไอ้นี่ " ตัวปลอม "
ความเห็นที่ 3
สิงห์ยาดอง
ใช้ผงพิเศษ โรยหอยกับหมีได้ไหม ปอมซัง
ความเห็นที่ 4
dish123
ความเห็นที่ 6
ปอมซัง
ผงพิเศษโรยหิได้ครับ เวลาเจ็บหิและเป็นแผลตอนปี้กัน แต่ไม่ช่วยเรื่องกลิ่นนะ
ความเห็นที่ 7
SLopE2d
ปอมซังมันเปลี่ยนไป เอาดีทางนมทางหอยไม่ได้ เอาดีทางผงพิเศษตราร่มชูชีพมันเลยจริงไหมปอม
ความเห็นที่ 8
ปอมซัง
เปล่าครับ ผมต้องตามหานม หาหอย ให้เจอครบหมื่นคนเหมือนเดิม แต่บางทีผมก็มีสาระกับเขาบ้าง
ความเห็นที่ 9
ชารีส
ปอมเคยเอายาหม่องมาทาช้างน้อยยัง จะได้เป็นช้างใหญ่กับเขาบ้างอะไรบ้าง
ความเห็นที่ 10
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย
...................จริง......หมอนี่ตัวปลอมแน่ๆ ตัวจริงของปอมมันต้องวุ่นวายอยู่กับนมและหิเท่านั้น ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ