ต่อให้กินออร์แกนิคฟู้ด ถ้าไม่ถ่ายก็คือ “ยาพิษ”

ท้องผูก = สะสมยาพิษ

ท้องผูก คืออาการที่ลำไส้ขับถ่ายยาก ไม่สม่ำเสมอ อุจจาระแข็ง ต้องออกแรงเบ่ง ท้องอืด แน่น รู้สึกว่าถ่ายไม่หมด เมื่อขับถ่ายไม่หมด กากอาหารที่บูดเน่าในลำไส้จะกลายเป็นสารพิษที่เป็นผลเสียต่อร่างกายได้

 

ท้องผูกเกิดจาก

·         รับประทานอาหารไม่สม่ำเสมอ ทานน้อย มีปริมาณกากใยไม่เพียงพอ

·         ขาดการออกกำลังกาย

·         ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

·         ยาบางชนิด เช่น ยาระงับปวด ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมและแคลเซียม ยารักษาความดันโลหิตสูง  ยารักษาโรคพาร์กินสัน ยาต้านปวดเกร็ง ยาต้านซึมเศร้า ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ ยาต้านการชัก

·         ลำไส้ทำงานแปรปรวน หรืออยู่ในท่าที่ลำไส้มีการเคลื่อนไหวน้อยเป็นเวลานาน

·         ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น ตั้งครรภ์ อายุมากเดินทางท่องเที่ยว

·         การใช้ยาระบายที่ไม่ถูกต้อง

·         โรคหรือสภาวะบางอย่าง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง

·         ปัญหาของการทำงานของลำไส้

อาการแบบนี้..ท้องผูกแน่ๆ  

·        ท้องอืด โต เพราะลำไส้เคลื่อนไหวน้อย

·        ถ่ายอุจจาระลำบาก เจ็บปวดเมื่อเบ่ง อุจจาระแข็ง แห้ง

·        มีลมในท้อง

·        แน่นๆ หน่วงๆ บริเวณใกล้ทวารหนัก

ป้องกันอย่างไรดี

ขับถ่ายทุกวัน เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการขับถ่าย คือก่อน 7 โมงเช้า ร่างกายจะได้ขับถ่ายอาหารในวันวานให้หมดไป

ไม่กลั้นอุจจาระ  เพราะจะทำให้อุจจาระแข็งและแห้งมากขึ้น

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น ขับถ่ายคล่อง

รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง พวกผัก ผลไม้ โดยเฉพาะลูกพรุน แอปริคอต อินทผลัม กล้วย ถั่วเปลือกแข็ง โฮลเกรน ขนมปัง และซีเรียล แต่เมื่อกินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก  ก็ต้องดื่มน้ำให้มากด้วย เพราะไฟเบอร์ต้องการน้ำ เพื่อช่วยให้อุจจาระบวมและนิ่มขึ้น

ออกกำลังกาย เพื่อช่วยกระตุ้นระบบย่อย ควรยืดเส้นยืดสาย 2-3 นาทีทุกครึ่งชั่วโมง

ระวังการใช้ยา ยาบางชนิด อาหารเสริมจำพวกธาตุเหล็ก ทำให้การย่อยช้าลง เกิดอาการท้องผูกได้

งดอาหารจำพวกข้าวสาลี กินข้าวสาลีให้น้อยลงเพราะกลูเทนในข้าวสาลีที่ผ่านการแปรรูปทำให้อาหารย่อยยาก 

 

ภัยร้ายจากท้องผูก

สิว ผิวพรรณไม่สดใส กากอาหารที่บูดเน่าในลำไส้ทำให้เกิดสารพิษที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย เมื่อร่างกายดูดซึมสารพิษไปใช้ ทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็ว เมื่อสะสมนานไ ร่างกายจะระบายออกทางผิวหนัง ทำให้เกิดสิว ผิวหยา ไม่สดใส และอาจมีกลิ่นปากได้

ตับเสื่อม ตับมีหน้าที่ขับสารพิษตกค้าง หากท้องผูกเป็นประจำ ตับต้องทำงานหนัก ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น

ผลเสียต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ การเบ่งอุจจาระแรงๆ ในผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดสมอง จะเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้โรคหัวใจกำเริบ เร่งให้อาการทรุดลง

ริดสีดวงทวาร เมื่อท้องผูกต้องออกแรงเบ่ง อุจจาระที่แข็งจะเสียดสีทำให้ทวารหนักปริ เลือดไหล กลายเป็นริดสีดวงได้

เสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ อุจจาระที่ค้างในลำไส้นานจะเกิดจุลินทรีย์บางชนิด ทำให้ลำไส้เป็นแผลเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกและมะเร็งลำไส้

*ข้อมูลจากเวบไซด์ทางการแพทย์และสุขภาพ

ความเห็นที่ 1
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย

...............กระทู้นี้มีประโยชน์ครับ
พอไม่อุจจาระสองสามวันนี่ผมเดือดร้อนแล้ว. คือต้องหาสาเหตุ
และรู้ในที่สุดว่า. วัยอย่างเราดีที่สุดคือการออกกำลังกายและวกินกล้วยน้ำว้า.......ไม่มีปัญหาแล้วครับ ทุกวันนี้พอตื่นนอนต้องเข้าส้วมทันที. ของมันเคยชินนะ

ความเห็นที่ 2
สิงห์ยาดอง

กินผักเยอะๆครับ จะทำให้ถ่ายคล่อง จะผักสด ผักลวก หรือแกงที่มีผักเป็นส่วนประกอบ ออกกำลังกาย อันนี้แน่นอน เป็นปกติอยู่แล้วตอนเย็นๆก็เดินหรือวิ่งก็ได้เอาแคเหงื่อออก แต่ของผมจะปั่นจักรยาน ทุกวันยกเว้นวันที่ฝนตก :em19: :em19: :em19:

ความเห็นที่ 3
ชารีส

วันนี้คุณขี้แล้วหรือยัง

ด้วยความปรารถนาดีจากกขช.

กรมการขี้แห่งชาติ :em13: :em12:

ความเห็นที่ 4
ปอมซัง

ส่วนผมวันๆนอนปั่นกระดอทุกวันแทนการปั่นจักรยาน เพราะรถโดนยึด :em13: :em13: :em13: