สินค้า House Brand เลียนแบบ กฎหมายเอาผิดได้ไหม?

 

เราอ่านไปเจอโพสต์หนึ่งที่เพื่อนแชร์มา แล้วเห็นว่าน่าสนใจดี

จึงขอรวมความคิด อยากเอามาถามความเห็นจากเพื่อนๆ

 

 

สมมติคุณทำสินค้าออกมาวางขาย ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

แล้วสินค้าตัวนั้นของคุณขายดีมากกกกกกก 

ร้านสะดวกแห่งนั้นจึงทำสินค้าตัวนั้นออกมาวางขาย

โดยตั้งสินค้าขายข้างๆ ของคุณ แถมหน้าตายังเหมือนเด๊ะๆ

ยังกะพี่น้องฝาแฝด ที่คลานตามกันออกมา แถมราคายังถูกกว่า

แต่คุณเรียกร้องอะไรไม่ได้ ไม่งั้นสินค้าถูกเด้งออกมาแน่ๆ

ทำอย่างนี้ มันเท่ากับการเลียนแบบ หรือการละเมิดลิขสิทธฺ์ไหม?

 

แบบนี้จะทำยังไง?

เมืองไทยเราควรมีกฎหมาย Anti-trust ไหม?

ซึ่งก็คือ กฎหมายป้องกันการผูกขาด (Antitrust Laws)

ถูกกำหนดใช้ครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา ในปี 1883

และได้กลายเป็นต้นแบบต่อการออกกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของประเทศอื่นๆ

 

เพื่อลดการผูกขาดครองอำนาจในตลาดจากบริษัทใหญ่

ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้

และผู้บริโภคไม่ถูกเอาเปรียบ 

 

ตามประสบการณ์เรา สินค้า House Brand บางตัว

ทำออกมาเหมือนตัวขายดีมาก บางครั้งหยิบผิดก็มี

แถมออกมาขายราคาถูกกว่า ตัดราคากันเห็นๆ 

 

จริงที่บอกว่าผู้บริโภคจะได้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น

แต่มันก็ไม่ใช่ลอกเลียนบรรจุภัณฑ์ตัวที่ขายดี จนผู้บริโภคสับสน

ถ้าจะทำควรออกแบบแพ็คเกจใหม่

ราคาจะถูกกว่า แต่บางครั้งคุณภาพนี่ห่างไกลกันมาก

 

ผู้บริโภคบางคนเน้นประหยัด จนลืมใส่ใจคุณภาพ

ไปๆมาๆ ได้ของถูก แต่เสียแพง

ยกตัวอย่างง่ายๆ น้ำยาล้างตัวดัง ใช้นิดเดียวก็ล้างชามได้หมดกอง

แต่สินค้าที่ออกมาเลียนแบบ ต้องเทหลายที กว่าจะล้างจานสะอาด 

ก็คิดดูเอา ว่าอันไหนคุ้ม ราคาก็ถูกกว่าแค่บาทสองบาท

  

 

รูป : Monkey Trader 

ความเห็นที่ 1
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย

..................ต้องกลับไปดูกฏหมายลิขสิทธิ์ใหม่ครับ
การละเมิดลิขสิทธิ์มีตั้งแต่การทำเทียม...เลียนแบบ

มันอยู่ที่ว่าเจ้าของเดิมได้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้หรือเปล่า ? ถ้าจดไว้ก็ฟ้องร้องได้...บทลงโทษมันมีครับ

ในกรณีนี้ มันก็แล้วแต่เจ้าของสินค้าตัวเดิม...ถ้ากลัวเขาถอนสินค้าของตัวเองออกจากร้านสะดวกซื้อก็ทนเอา...ทำเป็นเฉยๆเสีย

ในสังคมทุนนิยมก็อย่างนี้แหละ ...ปลาใหญ่กินปลาเล็ก...เป็นของธรรมดาที่ร้านเซเว่น(ยกตัวอย่าง) เขาจะซื้อเอาร้านโชห่วยที่ขายดีไว้เลย....จะเปิดเป็นร้านเซเว่นหรือซื้อทิ้งไว้เฉยๆก็เรื่องของคนเงินหนา
คิดดูครับ

ความเห็นที่ 2
ตกสำรวจ

ดูจากรูป ยังไงก็ไม่เข้าข่าย ..... " เจตนา " ต้องดูที่เครื่องหมายการค้า
(เป็นหลัก)เท่าที่ดู รูปทรง / ลวดลายของบรรจุภัณ์ ..... ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เหมือนขวดแป็ปซี่ / ขวดโค๊ค ..... ใส่ขวดแก้วเหมมือนกัน/น้ำสีเดียวกัน
แต่เครื่องหมายการค้า ต่างกันริบลับ ..... ไม่ส่อเจตนา 100%

ถ้าเป็นแบบ " คิตตี้ รีสอร์ท " ที่จังหวัดเลย ..... นั่นมันเจตนาลอกเรียน
แบบชัดเจน 100% ..... ชื่อ /สัญลักษณ์(เครื่องหมายการค้า ที่มีลิขสิทธ์)
สีสรร/รูปทรง แม่มเรียนแบบๆ หน้าด้านๆ ...... โดนชัวร์

ความเห็นที่ 3
ตกสำรวจ

สวัสดีครับคุณลุงฯ

เครือ CP คุมเศรษฐกิจของไทยไปแล้ว 28% GDP
เชื่อแม่เลย ..... " ไข่ต้ม " แม่มยังทำขาย

ความเห็นที่ 4
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย

.......................สวัสดีครับ..คุณตกสำรวจ
ลุงได้ยินข่าวมาว่า คิตตี้รีสอร์ท ที่ญี่ปุ่นปฏิเสธมาแล้วว่า เขาไม่มีสาขาที่เมืองไทย ที่จังหวัดเลยจึงเป็นของปลอมแน่นอน
กรณีนี้ ..ฟ้องได้ครับ แต่มันอยู่ไกลนะ .. ตั้งตัวแทนฟ้องร้องจะคุ้มกันหรือเปล่า ?

ความเห็นที่ 5
ตกสำรวจ

เจ้าของ " คิตตี้ รีสอร์ท " ..... มันกะลักไก่/ตีกิน แบบฟรีๆ

ได้ข่าวว่า ..... ทางเจ้าของลิขสิทธิ์เขาแต่งตั้งให้กงศุลญี่ปุ่นประจำเชียงใหม่
เจรจาเรื่องค่าลิขสิทธื์อยู่ครับ

ความเห็นที่ 6
ตกสำรวจ

ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ..... อาจขอหมายศาลคุ้มครองชั่วคราว(พรบ. ลิขสิทธิ์)
สั่งปิดคิตตี้ รีสอร์ท ..... จนกว่าจะหาข้อสรุปได้

ความเห็นที่ 7
ชารีส

ปลาใหญ่กินปลาน้อย

กฏหมายก็อ่อนเหมือนมะเขือเผา

ทราบมาว่าถ้าสาขาไหนขายดี มันจะไปตั้งแย่งลูกค้า เอี้ยมาก

ต่อไปประเทศไทยคงเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศซีผี

ตั้งแต่ตื่นจนนอนต้องจ่ายให้มัน :em28:

ความเห็นที่ 8
คุณชายไก่

เคยอ่านข่าว สตาร์บัค ฟ้อง ร้านกาแฟ สตาร์บัง ไหมครับ ???? คล้ายๆกันเลยครับ

ความเห็นที่ 9
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย

...............เคยอ่านข่าวนี้แล้วครับ ในพันทิป
ปรากฏว่าสตาร์บังยอมแพ้....ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้สตาบัคไป....ไม่ทราบว่าเท่าไหร่
เหตุเกิดที่ท่าพระอาทิตย์ครับ...ตรงข้าม สนง.ของบัก
อะไรนะ...ที่เขาชอบใส่เสื้อเหลืองนั่นแหละ