เนตแบงค์ ยุคนี้ยังกลัวกันอีกหรือ

หลังปี 2000 สังคมเริ่มขยับก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล และในที่สุดก็เข้าสู่ยุคโซเชียลเบ่งบานประปี 2006-2007 เมื่อการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณอินเตอร์เนตความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้นและครอบคลุมไปเกือบทั่วโลก

สิ่งนึงที่เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีของการเป็นจุดสูงสุดของยุคโซเชียลเบ่งบาน นอกจากความนิยมโทรศัพท์ 3G 4G แบบขาดไม่ได้แล้ว ความนิยมในการซื้อขายออนไลน์ หรือแม้แต่การทำธุรกรรมต่างๆผ่านระบบเครือข่ายที่เชื่่อมต่อกันก็เป็นอีกข้อพิสูจนืที่สำคัญ 

เพราะต้องยอมรับว่า ในยุคเริ่มแรก ผู้คนยังคงกลัวที่จะไว้ใจอินเตอร์เนตเนื่องจากกลัวถูกขโมยข้อมูล และไม่ยอมละทิ่งความเคยชินเก่าๆ

แต่ ปี 2015 ก็ยังมีคนไม่น้อยที่ยังกลัวเนตแบงค์ หรือการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่ดี ถึงแม้ในปัจจุบันระบบต่างๆมีความมั่นคงปลอดภัยและมีเสถียรภาพแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นหากใครยังยังไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ลองมานำความรู้จักกับเนตแบงค์ดูสักตั้ง จะได้รู้ว่าเนตแบงค์นั้นมันมีดีอย่างไร และไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน

Self service Banking

        NetBank นั้นเป็นการปฏิวัติการธนาคารรูปแบบใหม่ และเหมือนจะอยู่ในรูปแบบของ E-Commerce ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเหมือนเดิมแต่จะแตกต่างกันก็เพียงกระบวนการเริ่มต้นเท่านั้นเพราะ NetBank นั้นลูกค้าสามารถทำเองโดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยลูกค้าสามารถที่จะโอนเงิน เช็คสรุปยอดบัญชี ชำระบิลต่าง ๆ รวมถึงการซื้อขายกองทุน เป็นความสะดวกสบายอย่างมากโดยผ่านเทคโนโลยีในมือ ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่สะดวกและง่าย ที่ลูกค้าธนาคารจะสามารถทำได้ด้วยตนเอง เสมือนมีเลขาส่วนตัวที่ช่วยทำแทนพนักงานแต่อยู่ในการควบคุมของลูกค้าเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะมีระบบ code หรือ password จากทางระบบซึ่งเป็นการรับประกันเรื่องของความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) ที่จะส่งยืนยันก่อนทำการขอทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในตัวลูกค้ามากยิ่งขึ้น

       สามารถตอบสนองความต้องการของคนสมัยใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายความรวดเร็วไม่ชอบการรอคอยเป็นเวลานาน ๆ จึงเกิดระบบการทำธุรกรรมออนไลน์ขึ้น ซึ่งทางต่างประเทศเองก็มีระบบนี้เช่นกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ตอบสนอง Life style ที่รีบเร่งตลอดเวลาของชีวิตคนทำงานที่ทำงาน กลุ่มเป้าหมายไม่จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ทางเทคนิคคอมพิวเตอร์หรือระบบอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อจัดการบริหารการเงินของตนเองได้อย่างง่ายดาย

       ต่อมาธนาคารได้พัฒนารูปแบบให้บริการมาเป็นผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว (Internet-only bank) ซึ่งระบบนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศมาตั้งแต่ช่วงปี 1997 และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วในต่างประเทศที่คนใช้งานบริการธนาคารผ่านอินเทอร์เน็ตกันเป็นเรื่องปกติมานานแล้ว ธนาคารที่เปิดใหม่และให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างเดียวเช่น ING Direct ที่แยกบริการออกจาก ING ที่เป็นกลุ่มธนาคารแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ และขยายบริการไปหลายประเทศ ได้แก่ แคนาดา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, อิตาลี, ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, และสหรัฐฯ (ในสหรัฐฯ ภายหลังรวมกับธนาคาร Capital One) หรือ CIT Bank นั้นได้รับความนิยมถึงกับมีเงินฝาก 5,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาหลังเปิดให้บริการเพียง 18 เดือน 

        สำหรับประเทศไทยรูปแบบธนาคารดังกล่าว ที่เห็นได้ชัดคือ ME by TMB  การขอเปิดบัญชี ME ทำได้ค่อนข้างง่ายด้วยการนำเอกสารไปยัง ME Place เพื่อเปิดบัญชีได้เลยเหรือ จะลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ ME by TMB เสียก่อนก็จะช่วยประหยัดเวลาในการไปยืนยันตนได้เหมือนกัน ส่วนนี้จะต่างจากในต่างประเทศ คือ บริการของ ME by TMB นั้นเราจะต้องไปยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของบัญชีที่ธนาคารอย่างน้อยหนึ่งครั้งตอนเริ่มใช้งาน ซึ่งเป็นข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

การใช้งานหลักคือเราต้องผูกบัญชี ME เข้ากับบัญชีออมทรัพย์อย่างน้อย 1 บัญชี และมากที่สุดสามารถผูกได้ถึง 3 บัญชี ซึ่งอาจจะเป็นบัญชีของธนาคารอะไรก็ได้ แต่แนะนำให้เป็นบัญชีธนาคารทหารไทย เพราะค่อนข้างสะดวกในการโอนเข้า-ออกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แทนที่จะถูกจำกัดไว้ที่สองครั้งแถมต้องเลือก “การโอนแบบวันทำการถัดไป” เท่านั้น ในกรณีที่ผูกกับบัญชีธนาคารอื่นๆ

แม้ว่า ME by TMB จะมีสาขาที่เรียกว่า ME Place อยู่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับธนาคารแบบดั้งเดิม แต่ธุรกรรมทั้งหมดก็สามารถทำได้ไม่ยากนัก กระบวนการฝากนั้นสามารถโอนเงินได้ตามปกติ หรือจะใช้เครื่องฝากเงินอัตโนมัติ (ADM – Auto Deposit Machine) ที่ธนาคาร TMB ทุกสาขาก็ได้เช่นกัน ส่วนกระบวนการการถอนเงินก็เป็นการโอนเงินออกจากบัญชีเข้าสู่บัญชีที่ผูกไว้ ด้วยการโอนผ่านจากทางหน้าเว็บหรือสามารถโทรหา ME Call Center ดังนั้นหลังจากเปิดบัญชีแล้วก็แทบจะไม่ต้องไปสาขาอีก

นอกเหนือจากการยืนยันตัวตนตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ความได้เปรียบของบัญชีออนไลน์แบบเดียวกับในต่างประเทศก็ยังอยู่ครบถ้วน ค่าธรรมเนียมของ ME จะฟรีแทบทั้งหมด โดยเฉพาะ ME ยังไม่มีขั้นต่ำของเงินในบัญชีทำให้สามารถโอนเงินเข้ามาวางไว้เท่าใดก็ได้ และถอนออกไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าหากเหลือเงินไว้น้อยแล้วจะถูกเรียกเก็บค่ารักษาบัญชีเหมือนบัญชีแบบอื่นๆ แถมยังมีบริการ SMS อัพเดทยอดเงินเข้า-ออก ให้ทราบตลอดเวลา

ดังนั้นปลอดภัย สบายใจหายห่วง ถึงเวลาเลิกกลัว NetBank 

แต่เรื่องที่น่าตกใจ คือข่าวเมื่อไม่นานนี้ ที่ธนาคาร ME หันมาทำธุรกิจน้ำหอม พร้อมขึ้นป้ายโฆษณาว่าจะมีการจัดงานเปิดตัวเร็วๆนี้ ซึ่งยังไม่แนว่าเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแคมเปญยั่วเย้าให้ลูกค้าสนใจ น่าคิดว่าหากเป็นจริง Me จะทำน้ำหอมกลิ่นไหนอกกมาเป็นคอลเลกชั่นแรก และจะจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์หรือไม่

 

Tmb-1

 

 

ธนาคารที่เปิดให้บริการ

K-Mobile Banking PLUS

 

  "ME ฝากไม่ประจำ" จากทางธนาคารทหารไทย (TMB)

 

KTB Netbank “เพื่อชีวิตง่ายสุดขีด” เป็นรูปแบบใหม่ของธนาคารกรุงไทย

   

 

SCB Internet Banking (Easy Net) สำหรับทางธนาคารไทยพาณิชย์

   

ความเห็นที่ 1
สุดแสนล้านทรวง

จะไม่ให้กลัวได้ยังไงล่ะ ทำธุรกรรมเงินอยู่ดีๆแท้ๆ แมร่งกลายเป็นธุรกิจน้ำหอมหน้าตาเฉยเลย

งงอะดิตรู :em18: :em18: :em18: