หายสงสัยซะที กับท่าไหว้ครูของบัวขาว ''หนุมานแผลงศร''

หลายๆ คน คงสงสัยกับท่าไหว้ครูของบัวขาวใน การชกแต่ละครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่เอาชนะ กู ฮุย มาหมาดๆ เพื่อคลายสงสัย แอดิมน เพจ Banchamek Gym ได้เผยดังนี้

 ---------------------------- 

แอดมินขอวิชาการนิดนึงครับ 
ตามที่มีผู้ทักท้วงมาหลายท่านต้องขออภัยแทนผู้พากย์ นะครับในช่วง บัวขาวชกครั้งที่ผ่านมา ว่า หนุมานไม่เคยแผลงศร
บัวขาวจะใช้ท่าร่ายรำท่าหนุมานแผลงศร 

นั้นที่จริงทางบัวขาวใช้ท่าร่ายรำพระรามแผลงศร
ซึ่ง ท่าร่ายรำมวยไทยของบัวขาวนั้นมีที่มาที่ไปตามอย่างโบราณ ไม่ไช่ทำสนุกๆสวยๆ โดยอาจจะดัดแปลงไปตามครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนมาตามความเหมาะสม ดังนี้ 
บัวขาวยิงศรทั้ง3เล่ม โดยเล่มสุดท้ายนี้มีอนุภาพร้ายแรงมาก นั้นมีชื่อ ความสำคัญดังนี้ 

พระรามมีศร3เล่มเป็นอาวุธ 
1. ศรพลายวาต
2. ศรอัคนิวาต 
3. ศรพรหมมาสตร์ 

พรหมาสตร์ แปลว่า ศรแห่งพระพรหม เป็นศรที่พระพรหมสร้างขึ้น. ศรพรหมาสตร์เป็นศัตราวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ ตามคัมภีร์ปุราณะ มีแต่ไม้เท้าพรหมทัณฑ์ของฤๅษีวสิษฐ์เท่านั้นที่จะต้านอำนาจของศรพรหมาสตร์ได้ ส่วนรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ ว่า ศรพรหมาสตร์สามารถล้างศรพรหมาสตร์ด้วยกันเองได้ ศรพรหมาสตร์นั้นเมื่อแผลงออก ก็เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น [ผู้ใช้ศรสามารถบังคับให้แล่นไปสังหารศัตรูได้ดังใจแม้จะไม่เห็นกายศัตรูก็ตาม และยังอาจ]บันดาลเป็นลูกศร[หรือศัตราวุธนานาชนิด]กลาดเกลื่อนเต็มท้องฟ้าและพุ่งอย่างรวดเร็วไปพิฆาตหมู่ศัตรู ในรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่๑ กล่าวถึง ศรพรหมาสตร์ที่อินทรชิตแผลงไป ดังนี้

"จึ่งจับพรหมาสตร์ขึ้นพาดสาย หมายองค์พระลักษณ์รังสรรค์
หน่วงน้าวเหนือคอเอราวัณ กุมภัณฑ์ก็ผาดแผลงไป
บันดาลเป็นศรเกลื่อนกลาด ทำอำนาจพ่างพื้นแผ่นดินไหว"

ในรามเกียรติ์อสูรสำคัญ เช่น กุมภกรรณ อินทรชิต และทศกัณฐ์ ต้องสิ้นชีวิตลงเพราะศรพรหมาสตร์ของพระราม

พระราม (เทวนาครี: राम รามะ) เป็นตัวละครเอกในเรื่องรามเกียรติ์ ตามตำนาน เล่าว่าพระรามเป็นปางที่ 7 ของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ (รามาวตารหรือรามจันทราวตาร) อวตารลงมาเป็นโอรสท้าวท ศรถ และพระนางเกาสุริยา มีพระวรกายเป็นสีเขียว ทรงธนูเป็นอาวุธ มีศรวิเศษสามเล่มคือ ศรพรหมมาตร ศรอัคนิวาต และศรพลายวาต เวลาสำแดงอิทธิฤทธิ์จะปรากฏเป็น 4 มือ ทรงเทพอาวุธ ตรี คฑา จักร สังข์

การร่ายรำท่าพระรามแผลงศร 
เป็นการร่ายรำที่สวยงามท่าหนึ่งที่เป็นท่ายืน ก่อนการร่ายรำท่าพระรามแผลงศร 
ใหัเริ่มต้นการไหว้ครู ตั้งแต่ท่านั่งเทพพนม ตามลำดับจนถึงท่าเทพนิมิตร 
ท่าพระรามแผลงศรมักจะ นิยมร่ายรำเพียงทิศเดียว คือหันหน้าไปทางทิศของคู่ต่อสู้

จังหวะที่ ๑ หมุนตัวไปทิศเบื้องขวาไหว้พระพรหมทิศ เบี้องขวา ๑ ครั้ง

จังหวะที่ ๒ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ๑ ก้าว พร้อม 
กับชูแขนทั้งสองข้างในลักษณะคล้ายจับคันศร ด้วยมือซ้าย

จังหวะที่ ๓ มือขวาเอื้อมมาด้านหลังทำท่าลักษณะ หยิบลูกศรบริเวณต้นคอ 
มาพาดคันศร แล้วน้าวสาย ศรมาด้านหลัง ๒ - ๓ ครั้ง ทำท่าน้าวศรครั้งที่ไม่ 
ปล่อยศร ค่อยๆ เลื่อนมือขวา ตามมแรงดึงของคัน ศรน้าวศรครั้งที่ ๒ ก็ไม่ปล่อยศร 
พอน้าวศรครั้งที่๓ ทำลักษณะยกคันศรสูง ระดับหูตัวยืนนิ่งสายตามอง 
เล็งไปที่เป้าหมายแล้วปล่อยศรโดยบิดมือขวาขึ้น

จังหวะที่๔ เมื่อปล่อยลูกศรออกไปแล้วเท้าขวา ลงพื้น 
แล้วยกขาซ้ายงอขึ้นด้านหน้า พรัอมกับ ทำท่ายกมีอเหนือหน้าผาก 
ตามองตามลูกศรไปคล้าย
กับดูว่าลูกศรจะถูกที่หมายหรือ ไม่หากไม่ถูกให้ส่าย หน้าถ้าถูกให้ผงกศีรษะ 
สีหน้าแสดงความยินดี

จังหวะที่๕ ให้เสกคาถา เช่น นะจังงัง ๓ จบ และใชัเท้ากระทืบพื้น ๓ ครั้ง

จังหวะที่๖ ย่างสามขุมเข้ามุมของตนแล้วโค้งคำนับให้คู่ต่อสู้ ๑ ครั้ง 
เป็นจบกระบวนท่า.  

-------------------

ทีนี้ ก็หายสงสัยกันซะทีครับ สมกับเคยได้รับรางวัล ไหว้ครูยอดเยี่ยมเลยนะครับ พี่บัว 

 

ขอบคุณ เพจ Banchamek Gym

 

ความเห็นที่ 1
สุดแสนล้านทรวง
ถ้าเรียนศิลปากร โดนครูตี ครูตบไปแล้วล่ะ มันไม่เหมือน ทั้ง 2 ขาเลย มือซ้ายยังผิด แต่ถ้าเป็นนักมวย ถูกต้องทุกอย่าง เป็นเพียงการไหว้ครูเท่านั่น ศิลปะไหว้ครูแบบเนี่ยะ พวกชมรมต่อต้านงมงายไม่ชอบ เนติวิทย์ก็ไม่ชอบ เพราะต้องมีท่าหมอบกราบวิญญานครูมวยไทยกับเวที
ความเห็นที่ 2
ลุงป.6 ณ เอ็มไทย
...................บัวขาวทำถูกต้องแล้วครับ...คนเก่าๆเข้าใจ แต่คนที่สงสัยคงเป็นคนสมัยใหม่จึงต้องถาม...การไหว้ครูก็คือการ Warm up. ของนักมวยโบราณนั่นแหละครับ...แต่ละท่าทางมีการพลิกแพลงไปได้ไม่่มีตายตัว การคำนับคู่ต่อสู้นั้นก็ถูกต้องครับ...เพราะเราคำนับที่ครูบาอาจารย์ของเขา ...ทุกคนมีครูบาอาจารย์กันทั้งนั้นจึงหากินทางอาชีพนี้ได้