แชร์ประสบการณ์ เป็นผู้จัดการมรดก โดยไม่ต้องง้อทนาย ทำเองง่ายนิดเดียว!

แชร์ประสบการณ์ การเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่ต้องง้อทนาย 

 
เนื่องด้วยครอบครัวเรา สูญเสียพ่อแบบไม่ทันตั้งตัว อยู่ดีๆ แกก็จากไปแบบเงียบๆ  โดยก่อนหน้านี้ไม่มีอาการป่วยทั้งสิ้น ยังแข็งแรงและสุขภาพดี กว่าจะทำใจได้ใช้เวลาเป็นปี สำหรับเรื่องมรดก เราทิ้งระยะเวลาการดำเนินเอกสารที่ควรจะทำไป สุดท้ายเราก็ต้องเริ่มมาดำเนินการเอง ข้อเสียข้อเราคือ เราไม่เคยสนใจข้อมูลใดๆ ของพ่อเลย จะมีแต่แม่เราเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อกับแม่เราทำอะไรไว้บ้าง เป็นข้อเสียเลยนะ เพราะเราเอาแต่ทำงาน บ้างาน ทุ่มเทสุดๆ เพื่อตำแหน่งและเงิน   ใครที่กำลังเป็นแบบเราก็ควรหันกลับมาใส่ใจครอบครัวมากกว่านี้นะ ควรรู้ข้อมูลต่างๆ ไว้บ้างก็ดี เอาล่ะสิ เราบอกรายละเอียดทรัพย์สินคร่าวๆ แล้วกันนะ  จะบอกว่าเรานี่โชคเหมือนจะดีนะ คือมีอาเป็นทนายนะ เพื่อนเป็นนิติกรนะ  แต่อาเราเป็นทนายอยู่ต่างจังหวัด เพื่อนเราก็เป็นนิติกร แต่ไม่เคยทำคดีผู้จัดการมรดกเลย เอาตามจริง ช่วยเราไม่ได้มาก ได้แต่แนะนำเบื้องต้นแค่นั้น 

มาดูขั้นตอน ในการยื่นเป็นผู้จัดการมรดก ด้วยตัวเอง ไม่ง้อทนาย กันดีกว่า ว่าเราทำอย่างไรบ้าง  

1. มรดกลำดับแรกเลย คือเงินบำนาญราชการ และบัญชีธนาคาร เพราะหลังจากงานศพ เรายังไม่รู้เรื่องผู้จัดการมรดกที่ต้องทำ รู้แต่ว่าใช้เวลานานมาก  แต่เราใช้วิธียื่นแบบนี้ก่อนเลยคือ ใช้วิธีสืบพยานจากอำเภอ ซึ่งเราก็มีความยุ่งยากเพราะการสืบพยานที่อำเภอ ต้องสืบโดยมีบุคคลเหล่านี้ ปู่ (เสียแล้ว) ย่าเรา แม่  พี่สาวเรา เรา รวมทั้งคนข้างบ้านเรา 2 คน (ดีที่ทะเบียนบ้านเรากับพ่ออยู่ที่เดียวกัน ถ้าเป็นคนละที่ยิ่งมีปัญหาแน่) ย่าเราอยู่ต่างจังหวัดต้องพาย่าเราไปอำเภอที่ย่าเราอยู่แล้วเอาหลักฐานจากอำเภอทางโน้น มายื่นที่อำเภอของเรา คือถ้าเราอยู่เหนือ ย่าเราอยู่ใต้ แล้วไม่มีรถส่วนตัวหรือเงินค่าเดินทางนี่จบกัน แนะนำว่าไปยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกจะง่ายกว่า ประหยัดค่าใช้จ่าย จากนั้นก็ไปยื่นเรื่องที่กลาโหมและธนาคาร และรอประมาณ 1-2 เดือน จึงจะได้เงินคืน 

2. ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ที่ดิน รถ พวกนี้คือเรื่องที่เราควรไปยื่นร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก เพราะหลายรายการเดินเรื่องอีกนาน  เราก็ไหนๆ เราก็ทำงาน Office ดูแลเอกสารต่างๆ ติดต่อราชการมาบ้าง ลองทำเองดีกว่า เพราะดูใน Internet  บอกว่าต้องจ้างทนายเสียเงินเป็นหมื่น ด้วยความเสียดาย เลยค้นคว้าเอาจากใน Internet แต่มันก็ไม่ละเอียดมากแต่ก็ดีกว่าไม่มีข้อมูลพื้นฐาน และทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ www.chawbanlaw.com ซึ่งเราใช้ข้อมูลการเขียนเอกสาร รูปแบบ จากที่นี่แหละ เขียนละเอียดมาก อย่างแรกเลย เราดาว์นโหลดแบบฟอร์มคำร้อง  จริงๆ ใช้พิมพ์เอาก็ได้นะ แต่เราไม่รู้เลยใช้เขียนด้วยลายมือเอา เขียนตามที่เค้าแนะนำ แต่เราก็แก้ข้อมูลในส่วนที่เป็นของเราให้ถูกต้อง อย่าไปลอกของเค้าหมดล่ะ แล้วตรงผู้ร้องกับผู้เรียง/ผู้พิมพ์ นี่ลงชื่อเรา จากนั้นก็เตรียมเอกสารตามนี้ ซึ่งตอนครั้งแรกเราไปขอจากศาลมาดูก่อนว่าต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติม แล้วคำร้องเราต้องทำไว้ 3 ชุด แนบเบอร์โทรติดต่อของเราไปด้วย พอทำเสร็จเรียบร้อยก็เอาไปยื่นที่ศาล เพราะฉะนั้นตอนยื่นให้ถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ว่ายื่นเอกสารขอเป็นผู้จัดการมรดกที่ไหน ที่สำคัญต้องจดเลขวันที่ศาลนัดไต่สวน เวลา คดีแดงที่เท่าไหร่ เพราะต้องรอไปอีก 3 เดือน เพราะต้องติดประกาศ โดยวันนั้นเราต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าส่งคำคู่ความ 450 บาท ค่าขึ้นศาล 200 บาท และค่าประกาศอีก 500 บาท พอครบวันที่เราต้องไปไต่สวน เอาละสิ งง ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมใน Internet เลย บอกกว้างมาก แต่ก็ใช้ความกล้าไปถามเจ้าหน้าที่ๆ ก็ดีนะเค้าบอกให้ไปดูประกาศกระดานไว้ ว่าคดีแดงของเราที่เท่าไหร่ ซึ่งเรารู้วันและเวลาของเราเป็นบ่าย ก็ไปดูบัลลังก์ (ห้อง) ที่เท่าไหร่ ในวันนั้นของเรานี่มีชนกับพวกที่เค้ามาฟ้องร้องคดีหนี้กันเยอะมาก คือมานั่งรวมๆ ในห้อง แล้วรอศาลท่านเรียกไต่สวน ก็ให้กล่าวคำสาบานพร้อมดูเอกสารต้นฉบับที่เราร้องขอมรดก จากนั้นก็เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าประมาณ 2 อาทิตย์มาขอคัดสำนวน แต่จริงๆ ควรมาสัก 3-4 อาทิตย์

เนื่องจากศาลมีคดีเยอะมาก ต้องใช้เวลานานในการออกเอกสารการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เราดันไปตรงเป๊ะ 2 อาทิตย์ เอกสารยังไม่เสร็จเรียบร้อยยังค้างอยู่ห้องการเงินยังไม่ถึงห้องคัดสำนวนเลย ตอนสุดท้ายเราคัดสำนวนไว้ 2 ฉบับๆ 100 บาท ทำเผื่อไว้จะได้ไม่เสียเวลามาอีก เค้าก็จะรับรองประทับตราตัวจริงให้ทั้ง 2 ฉบับเลย เป็นอันสิ้นสุดการดำเนินเอกสาร หลังจากนี้เราก็เอาไปใช้ต่อได้เลย  

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ www.chawbanlaw.com ที่ช่วยเราได้มากในการทำเอกสารและวิธีการ แต่เราก็สรุปให้เพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ที่ต้องไปติดต่อศาลเพิ่มมีอะไรบ้าง อย่างน้อยก็เป็นข้อมูลให้สำหรับคนที่ไม่พร้อมจะจ่ายค่าทนายนะ และที่สำคัญ ที่ศาลเค้ามีทนายอาสา ไว้คอยช่วยเหลืออยู่แล้ว หากต้องการความช่วยเหลือก็ไปติดต่อได้เลย แต่คิวยาวหน่อยนะ เพราะว่ามีแต่คนต้องการปรึกษา  

หวังว่า เรื่องนี้ จะช่วยเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังจะ จัดการกับมรดก ในลักษณะแบบนี้ได้นะ 

ตัวอย่างเอกสาร