ว่าด้วยเรื่องเซ็กส์และความรักของวัยรุ่นไทย


วัยรุ่นเป็นวัยที่บางทีเรียกว่า “วัยวุ่น” เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนทำงานจนรูปร่าง เสียง และความต้องการทางเพศเปลี่ยนไป รูปร่างก็มีการเติบโตแบบพรุ่งพรวด เสียงของเด็กผู้ชายก็เปลี่ยน และความต้องการทางเพศก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงเป็นช่วงที่พ่อแม่จะต้องใส่ใจกับลูกเป็นพิเศษ พ่อแม่บางคนอาจจะไม่สบายใจไม่รู้ว่าลูกของตนซึ่งโตทางกายแล้วจะไปทำอะไรนอกบ้านที่ตนไม่เห็นบ้าง ก็กลัวจนเกิดอาการบังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้จนลูกรำคาญ ทั้งนี้เพราะเขารักแต่รักไม่ถูกทาง วิธีเลี้ยงลุกวัยรุ่นให้ถูกทางคือ สอนเขาตั้งแต่เด็กให้มีความรับผิดชอบสร้างความภูมิใจในตนเองด้วยการให้เขาจัดการกับชีวิตและทักษะของเขา โดยคอยดูและคอยกำกับอยู่ห่างๆให้อิสรภาพแก่เขาในการมีส่วนตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขา และเขาจะเป็นคนมีอิสระจากสนามชีวิต (field independent)ไม่ถูกชักจูงง่ายเกินไป มีเหตุมีผลถ้าพ่อแม่เลี้ยงด้วยเหตุผลและความรักจะเลือกรับสิ่งต่างๆอย่างมีสติ

    ปัญหาวัยรุ่นไทยส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดพ่อแม่ที่เข้าใจ เห็นใจ และรักอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่จะต้องบอกว่าอะไรถูกอะไรผิด การขาดการดูและเอาใจใส่ของพ่อแม่ทำให้เด็กเคว้งคว้าง หาทางออกโดยการไปเที่ยวนอกบ้าน และเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีการสั่งสอนที่ถูกต้องจึงไปตามกระแสเพื่อนและกระแสสังคม

    สังคมไทยก็เหมือนสังคมอื่นๆในโลกที่อยู่ในกระแสของโลกาภิวัฒน์ สื่อที่เจริญมากทำให้เรารู้เรื่องประเทศอื่นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย สังคมที่มีอิทธิพลที่สุดต่อเราคือสังคมตะวันตก เราต้องยอมรับว่าสังคมตะวันตกนำความเจริญมาสู่โลกด้วยผลงานมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาอินเตอร์เน็ต และความรู้ทางสังคมศาสตร์ ปรัชญาและมนุษยศาสตร์ ในขณะที่นำทรัพย์ทางวิชาการมหาศาลมาให้เรา ก็มีการนำอิทธิพลเชิงลบเช่น free sex มาให้ ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการแต่งงาน ในอดีตเด็กผู้หญิงวัยรุ่นอายุน้อยทีมีลูกจะถูกบังคับให้มอบลูกให้ผู้อื่นเลี้ยง ปัจจุบันนี้การเป็นแม่วัยรุ่นได้รวมจำนวนเด็กหญิงเกือบล้านคนต่อปีในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นวิกฤต

   สังคมไทยในระยะหลังก็ได้รับระบบ free sex มาใช้ในหมู่วัยรุ่นจนเกิดวิกฤตมีมารดา 10 ขวบ จำนวน 60 คน เด็กวัยรุ่นติดเอดส์มากขึ้น ปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ผู้ใหญ่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือ การป้องกันต้นเหตุคือการสานสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครู และอาจารย์ ร่วมกันตั้งเป้าหมายลดวิกฤตครั้งนี้ พยายามเข้าใจลูกและธรรมชาติของเด็ก อย่าไปโทษเขาหรือตราหน้าว่าเขาเลว พยายามเข้าใจ มีความเห็นใจ (empathy) สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันฉันมิตร (rapport) ซึ่งจะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่จิตใจที่ยังอ่อนโลกแต่ต้องการความรักและการดูแลอย่างใกล้ชิดแต่ไม่ชอบให้ถูกบังคับและห้าม จึงต้องเลี้ยงพวกเขาด้วยอารมณ์รักและจูงใจพวกเขาด้วยเหตุผล

นักวิชาการตะวันตกได้แบ่งประเภทของความรักออกเป็นหลายประเภท แนวการแบ่งอันแรกคือ

-  ทฤษฎีของ Hatfield และ Sprecher ซึ่งแบ่งความรักเป็น

1. ความรักแบบลุ่มหลง (passionate love)

2. ความรักแบบเพื่อนหรือคู่หู (companionate love)

-  ทฤษฎีความรักของ Sternbergซึ่งแบ่งความรักเป็น 3 มุมใหญ่ๆหรือเรียกว่าทฤษฎีความรักแบบสามเหลี่ยม (A triangular Theory of Love) ได้แก่

1. ความสนิท (intimacy)

2. ความลุ่มหลงหรือความใคร่ (passion)

3. การผูกมัด (commitment)

-  ทฤษฎีความรัก 6 แบบ (Six Love Styles) มีชื่อย่อว่า G-PLACE ซึ่งแบ่งโดย Hendrick และ Hendrick

1. G คือ Game ความรักแบบ Game playing หรือความรักแบบเล่นเกม

2. P คือ Possessive love หรือความรกแบบหึงหวง

3. L คือ Logical love หรือความรักแบบใช้การคำนวณผลประโยชน์

4. A คือ Altruistic love หรือความรักแบบเสียสละ

5. C คือ Companionate love หรือรักแบบเพื่อน

6. E คือ Erotic attraction หรือการดึงดูดทางเพศ



ปัญหาวัยรุ่นและทางแก้

ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์นั้นมีมาตั้งแต่โบราณกาล เพราะเซ็กซ์เป็นแรงขับที่รุนแรงที่สุด ซึ่งซิกมันด์ ฟรอยด์ถึงกับสร้างทฤษฎีจิตวิเคราะห์ โดยบอกว่ามนุษย์นั้นถูกขับโดยสัญชาตญาณ 2 ชนิด คือ สัญชาตญาณชีวิต (life instinct) หรือเซ็กซ์ และความก้าวร้าว หรือสัญชาตแห่งความตาย (death instinct) สังคมส่วยใหญ่ก็ยอมรับอิทธิพลที่มีมหาศาลของเซ็กซ์โดยมีกลไกควบคุมให้อยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสม สังคมมีแนวการยอมรับในระดับต่างๆ ด้วยวิธีที่หลากหลาย ในสังคมที่เข้มงวด ผู้คนก็เก็บกด สังคมที่เสรีเกินไปก็เกิดปัญหาติดโรค และตั้งครรภ์โดยไม่พึงปรารถนา และที่ร้ายที่สุดเป็นโรคที่ตายได้เช่นโรคเอดส์และเซ็กซ์ที่ฟรีเกินไปทำให้สตรีเป็นหมันด้วยโรคหนองในและคลาไมเดีย สืบพันธุ์ไม่ได้อีกต่อไป นี่คือผลพวงทางกายของการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตของความเหมาะสมจนตัวเองและสังคมต้องเดือดร้อนปัญหาทางใจของ free sex คือการมั่วเซ็กซ์ทำให้ตนเองรู้สึกไร้ค่า ลึกๆ ลงไปบางคนอาจคิดด้วยซ้ำว่าตนน่ารังเกียจ การที่เลยตามเลย มั่วแล้วมั่วเลยอาจทำให้เกิดอาการความภูมิใจในตน (self-esteem) ตก ลึกๆ ลงไปบางรายอาจเกิด self-hatred เกียดตัวเองก็เลยประชดชีวิตมีคู่ทีเดียวหลายคน


การกระทำเรื่องไม่ดีนั้นเกิดขึ้นได้ถ้ามันมีจุดเริ่มต้น เช่น เผลอไปหรืออยากลอง สิ่งเตือนใจคือต้องมีสติ และต้องรู้ว่าการลองของตัวเองอาจมีผลถึงชีวิตเมื่อเป็นโรค นอกจากชีวิตของตนเองแล้วยังอาจเกี่ยวกับชีวิตที่ตนก่อให้เกิด และชีวิตของคู่ที่มีเพศสัมพันธ์กับตนอาจหมดอนาคต ถ้ามีการทำแท้งก็เป็นการฆ่าลูกของตนเอง ซึ่งผู้หญิงหลายคนอาจถูกหลอนโดยความรู้สึกบาปเป็นเวลานับปี ดังนั้น เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรถึกกับสร้างปัญหาชีวิตที่รุนแรงเมื่อเกิดโรคเอดส์ขึ้นมา หรือตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์


ปัญหาติดโรคและตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์นั้นเป็นปลายเหตุ ต้นเหตุอยู่ที่ครอบครัว ความอ่อนแอของเด็กและสังคมที่ชักนำไปในทางนั้น พ่อแม่ปัจจุบันนี้มีอยู่จำนวนหนึ่งที่มัวแต่ทำมาหากิน มุ่งความสำเร็จทางวัตถุจนมองข้ามไปว่า คุณภาพชีวิตมิได้ขึ้นอยู่กับวัตถุอย่างเดียว จิตใจหรือจิตวิญญาณเป็นอีกส่วนที่สำคัญที่ต้องได้รับการดูแล นอกจากตัวเองจะไม่พัฒนาทางจิตวิญญาณแลปัญหายังกระจายไปอยู่ที่ลูกด้วย เพราะลูกได้รับการดูแลเพียงด้านเดียวซึ่งก็คือทางร่างกายและวัตถุ แต่จิตใจของลูกกลับถูกละเลย ไม่มีการสื่อสาร ไม่มีการไถ่ถามความรู้สึกและสารทุกข์สุกดิบเกี่ยวกับความในใจของลูก พ่อแม่ที่ต้องการดูแลจิตใจของลูกนั้นต้องเริ่มต้นจากการดูแลจิตวิญญาณของตัวเองเสียก่อนโดยการอ่านหนังสือความรู้ เริ่มมีกิจกรรมทางศาสนาและช่วยเหลือผู้อื่น พ่อแม่ที่มีชีวิตที่สมบูรณ์ (fulfilled) จะสามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนและเป็นต้นแบที่ดีของลูก การรักลูกที่ถูกทางเริ่มจากตัวเองมีวิถีชีวิตที่ถูกต้อง มีวินัย มีคุณธรรม และมีความสุข


ความอ่อนแอของเด็กที่ป้องกันตัวเองจากภัยของกะแสสังคมไม่ได้ เกิดขึ้นนอกจากจะมาจากกระบวนการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังเกิดจากกระแสสังคมมีความรุนแรงมาก สื่อลามกและสื่อน้ำเน่ามีไปทั่ว รัฐบาลควรกวาดล้างสื่อเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุด จึงควรจำกัดอายุเด็กที่จะเข้าถึงสื่อเหล่านี้ ละครน้ำเน่าก็ควรได้รับการตรวจสอบจากกรรมการว่าให้ผลเสียต่อสังคมอย่างไร การสร้างบรรยากาศทางสังคมที่ช่วยพยุงเด็กให้เข็มแข็งมีความสำคัญมาก


ที่สำคัญที่สุดตัวเด็กเองจะต้องมีสติ ตระหนักรู้ทุกครั้งที่คิดจะทำอะไร อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมทางศาสนา และเลียนแบบผู้ใหญ่ที่เป็นต้นแบบที่ดี คนเรามีน้อยมากที่ตั้งใจทำชั่ว แต่ก็เกิดขึ้น การทำเรื่องไม่ดีนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคนส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ตั้งใจ อาจมีตั้งใจบ้างเพราะไปได้ข้อมูลหรือถูกจูงใจให้หลงผิดชั่วคราว แต่คนที่คิดว่าฉันจะทำชั่วนั้นมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะคิดว่าคงไม่เป็นไร ขอลองสักนิด การทำชั้วก็เหมือนการทำความดี เริ่มต้นทีละนิด คิดว่าเรื่องเล็กๆ ไม่เป็นไร แต่เกิดผลได้มหาศาล การติดบุหรี่ก็เกิดจากมวลเดียว free sex ก็เริ่มจากครั้งแรก คนเรามีวิธีปรับจิตคือทำไปจะแก้ตัวไป เมื่อทำเรื่องไม่ดีก็เริ่มคิดใหม่แก้ตัวให้ตัวเอง อยู่ไปนานๆ ความผิดกลายเป็นเรื่องถูก ข้อสำคัญของการผิดพลาดคือ ให้ตั้งสติหันกลับมาคิดใหม่ อย่าคิดว่าตายแล้วเป็นคนเลวของสังคมคงไม่ให้อภัย อายมาก ข้อสำคัญของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ต้องไม่ตีตราบาปให้เด็ก ให้อภัย ยอมรับเขา และเข้าใจเขา เมื่อเพลี่ยงพล้ำให้ใช้สติหาทางแก้ไข ถ้าไม่ติดโรคเช่นโรคเอดส์ ปัญหาอื่นๆ ล้วนแก้ได้ อย่าตกใจเกินเหตุ เมือปัญหาเกิดขึ้นคุยกับลูกช่วยกันหาทางออกด้วยความเข้าใจและเห็นใจ แม้เป็นโรคเอดส์ทุกวันนี้การแพทย์เจริญมากสามารถทานยาและอยู่ได้อีกนับสิบปีต้องให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ เสริมสร้างกำลังใจด้วยความรักและความเข้าใจ และให้ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดด้วยการหมั่นทานยาและไปพบแพทย์


ปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ก็ป้องกันได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อจะมีเพศสัมพันธ์ อย่าคิดว่าเป็นของขลังพกไว้แล้วป้องกันได้ อย่าลืมว่าการป้องกันที่แท้จริงอยู่ที่การใช้ พกไว้ไม่ใช้ยิ่งอันตราย เพราะจิตวิทยาของการมีของในกระเป๋าคือเชื่อมั่นขึ้น จึงกล้าคิดจะลอง พอจะใช้ไม่ทันกับอารมณ์เพศที่พุ่งขึ้นและใจอาจคิดว่า “เอาน่ะ” ไม่ไหวแล้ว ไม่ใช้ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร ถ้าโชคดีก็อาจรอดพ้นจากปัญหาทั้งปวง ฟลุ๊คไม่ติดโรคและฝ่ายหญิงไม่ตั้งครรภ์ แต่ถ้าโชคร้ายครั้งเดียวติดเอดส์ล่ะจะเป็นอย่างไร ชีวิตก็สั้นตั้งแต่ยังเด็ก จึงเป็นการอันตรายมากถ้าไม่ใช้สติในการควบคุมพฤติกรรมของตนเอง ตั้งสติก่อนทำอะไรทุกครั้ง เพราะถึงแม้พกถุงยางแล้วยังมีขั้นตอนที่สำคัญกว่าคือการใช้


สำหรับวัยรุ่นที่ยังบริสุทธิ์ ข้อแนะนำข้อแรกคือ ให้รักษาพรหมจรรย์ไว้ อย่าชิงสุกก่อนห่าม กิจกรรมทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องของผู้ที่มีวุฒิภาวะแล้ว มีความพร้อมทางการศึกษา และมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อผลที่จะเกิด ให้เรียนหนังสือก่อน สร้างอนาคต ถ้ามีความต้องการทางเพศรุนแรงก็ให้ช่วยตัวเอง เพราะ masturbation หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมิได้ผิดทั้งศีลธรรมหรือผิดกฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่จะต้องยอมรับความต้องการอันนี้ของเด็ก ไม่ใช่ไปขู่ว่าบาปหรือทำแล้วจะเป็นบ้า

เซ็กซ์เป็นสิ่งสวยงามและมีความศักดิ์สิทธิ์ เซ็กซ์ทำให้มนุษย์มีความสุขและสืบพันธุ์ ทำให้มนุษย์ไม่สูญพันธุ์ แต่เซ็กซ์ที่ไรความรับผิดชอบและไร้รักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ วัยรุ่นปัจจุบันถึงมีเพศสัมพันธ์แบบไร้รัก พบกันก็มีเพศสัมพันธ์กันที่ make ไม่ใช่  love แล้ว แต่เป็นการดูถูกตนเองและดูถูกคู่ โดยการคิดว่าเขาเป็น object หรือวัตถุทางเพศ ความสัมพันธ์ทางเพศนั้นจะต้องเกิดจากคู่สัมพันธ์ที่มีความพร้อมทั้งคู่ คือมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และวุฒิภาวะ พร้อมที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความรักความเข้าใจ อุทิศตนให้กันและกัน ให้ภัยกันเมื่ออีกฝ่ายทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเพราะเข้าใจผิด ครองคู่กันตลอดชีวิต


สำหรับวัยรุ่นอเมริกาซึ่งเป็นต้นแบบของเพศสัมพันธ์ (free sex) ปัจจุบันนี้หันมาสนใจพรหมจรรย์แล้ว มีการส่งเสริมให้อดกลั่น มีการงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ (abstention) มีการส่งเสริมให้ใส่ purity rings หรือแหวนบริสุทธิ์ กระแสในอเมริกาได้ชี้ให้เห็นว่าการอิ่มตัวของการมั่วกันทางเพศ ข้อสำคัญที่สุดอาจจะรู้แล้วว่าเพศสัมพันธ์เสรีทำลายฐานของจิตใจ เป็นมลพิษทางศีลธรรม (moral pollution) หรือมลพิษทางศีลธรรมที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เพราะลดความภูมิใจในตน หรือในกรณีรุนแรง สร้างอาการเกลียดตัวเอง มีพฤติกรรมทำชั่วต่อเนื่องเพราะความเคารพในตัวเองหมดแล้ว

ข้อแนะนำข้อที่ 2 คือ ให้มุ่งการศึกษา เพราะสำคัญที่สุดต่ออนาคต ถ้าใช้เวลาและพลังไปกับการเรียน sex drive หรือแรงขับทางเซ็กซ์ก็จะถูกผันไปทำเรื่องที่สร้างสรรค์


ข้อแนะนำข้อที่ 3 คือ ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ไม่ว่าจะไปโบสถ์ ไปวัด หรือไปมัสยิด อยู่ในชุมชนแห่งศรัทธา ช่วยเหลือสังคม บุคคลที่มีจิตอาสาจะเป็นคนที่มีความสุข และความดีเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ไม่มีใครห้าม ความดีก็เหมือนความชั่ว เริ่มจากทำนิดเดียวและทำตามอัตภาพ จะสังเกตว่า การให้หนึ่งบาทแก่ขอทานก็ทำให้จิตชุ่มชื่นแล้ว แล้วการให้ที่มีมากกว่านั้นล่ะจะทำให้สุขแค่ไหน ฉะนั้น จงเริ่มให้และเริ่มช่วย เริ่มสวดมนต์เพียงบทเดียวก็พอ พอทำดีจิตก็จะปรับให้เรายิ่งดีขึ้น เกิดความพึงพอใจ ภูมิใจ อิ่มเอิบใจและมีความสุข นักเรียนนักศึกษาหรือแม้บุคลทั่วไปก็ทำได้ โครงการ V star ของวัดธรรมกายสอนให้เด็กทำดี ผลปรากฏว่าเด็กมีพฤติกรรมดีขึ้น ไม่ขโมยของร้านค้าเหมือนสมัยก่อน การทำความดีนั้นมีการติดต่อกัน มี social contagion


ข้อแนะนำข้อที่ 4 คือ ให้คบคนดี ช่วยคนไม่ดีให้เห็นแสงสว่าง อยู่ในแวดวงคนดี ช่วยเหลือกัน และมีความสามัคคีสมานฉันท์ ช่วยกันคิดและช่วยกันทำความดี


ส่วนข้อแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่หรืครูบาอาจารย์คือ ให้มีใจกว้าง (open mind) รับฟังปัญหา และคอยสอดส่องว่าพฤติกรรมของเด็กมีอะไรผิดปกติไหมจุดสำคัญที่ต้องยึดคือ มีท่าทีให้อภัย (forgiveness) การเปิดใจและการให้อภัยเป็นสิ่งแรกที่เด็กรับรู้ได้เมื่อเกิดขึ้น บวกกับความเห็นใจ (empathy) แล้วจะทำให้เด็กกล้าเปิดตัวเล่าปัญหาของตนเองให้ผู้ใหญ่ฟัง นอกจากเปิดใจ ให้อภัย และเห็นใจแล้ว ผู้ใหญ่จะต้องร่วมกันถกปัญหาและหาทางแก้ไข ถ้าตนเองแก้ไม่ได้เพราะปัญหาซับซ้อนเกินไปก็ไปหาผู้เชี่ยวชาญ หรือปรึกษาผู้ใหญ่ เพื่อน หรือญาติ พยายามหาทรัพยากรมาช่วยให้มากที่สุด แต่ก่อนอื่นใดต้องแสดงว่ามีความเป็นห่วงและแคร์เขามากจริงๆ


อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ดังกล่าวเป็นการแก้ที่ปลายเหตุเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว วิธีป้องกันไม่ให้ลูกหรือเด็กเตลิดข้อสำคัญคือ สังคมประกิต (socialization) พ่อแม่จะต้องมีวิธีสอนลูกที่ถูกต้องตั้งแต่เกิด พ่อแม่ทุกคนหวังดีต่อลูก อยากให้ลูกได้ทุกสิ่ง พ่อแม่บางส่วนอยากให้ลูกได้สิ่งที่ตนไม่มี เช่น ตนมีการศึกษาต่ำก็อยากให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งการอยากให้ลูกเรียนสูงๆ นั้นถูกต้องแล้ว แต่ถ้าทำเกินเหตุ เช่น ไปบังคับเขาให้เรียนวิชาที่ตนอยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน จนเขามีความทุกข์เพราะอยากเรียนอย่างอื่น ก็สร้างความทุกข์และความขัดแย้งกับลูก ลูกอาจต่อต้านเลิกเรียนไปเลยก็ได้ อย่างนี้เขาเรียกว่า หวังดีแต่มีผลร้าย (good intention with bad results) ปล่อยให้ความหวังดีกลายเป็นสิ่งทำลายลูกเลย ให้เสรีภาพในการเลือกวิชาและเลือกวิถีชีวิตของตนเองเถอะ คนเราทุกคนอยากมีคนชี้นำที่รักและใส่ใจ แต่การหวังดีจนไปบังคับให้เขาทำโน่นทำนี่มีแต่จะสร้างความเสียหายให้ทุกฝ่าย ดังนั้น จงเลี้ยงลูกแบบเสรีนิยมโดยมีการกำหนดขอบเขตของความถูกต้องด้วยวิธีนี้เขาเรียกว่า การเลี้ยงลูกด้วยเหตุผล (authoritative parenting) รักเขา ดูแลเขา ให้ความอบอุ่นแก่เขา แต่ต้องบอกเขาว่าอะไรผิดอะไรถูกตามหลักสากล มิใช่ผิดถูกตามที่ตนเองสั่งให้ทำ


ไม่ควรปล่อยปละละทิ้งลูก ปัดความรับผิดชอบให้ครู เพราะคนสอนพื้นฐานชีวิตที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ หรือคนเลี้ยงดู ครูอาจารย์นั้นมีบทบาทเสริมจากพ่อแม่อีกทีหนึ่ง อย่าลืมว่าพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและมีสายใยผูกพันกับลูกที่ลึกซึ้ง ถ้าพ่อแม่มีความยุติธรรม อบอุ่น และรักอย่างไม่มีเงื่อนไข คอยให้ความรู้ หรือคอยหาผู้รู้มาช่วยสอนลูกก็จะได้ลูกที่โตเป็นเด็กที่มีคุณภาพ เด็กที่ผูกพันกับพ่อแม่และมีความสุขกับพ่อแม่จะมีสายใยเชื่อมระหว่างเขาและพ่อแม่ ดังนั้น ว่าตัวเขาจะไปไหนเขาจะนึกถึงพ่อแม่และคำสอนอยู่เสมอ โอกาสจะเตลิดก็มีน้อยเพราะพ่อแม่ได้สร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้เขาแล้ว ทำให้เขามีจิตสำนึกที่ดี (conscience) ซึ่งเป็นกลไกควบคุมจากภายในที่ดีที่สุด การคุมคนจากภายนอกนั้นได้ผลน้อยกว่าภายในมาก ให้ตัวเขาคุมตัวเขาเอง ให้สติเขารักเขาจนเขาไม่มีปมด้อยต้องคิดมาก แล้วเขาจะมีสติเพราะ ได้พัฒนาบุคลิกภาพที่มั่นคงแล้วมี secure personality


การพัฒนาบุคลิกภาพนั้นต้องพัฒนาจากทั้งกายภาพและจิตใจ เราสามารถป้องกันวันรุ่นของเรามิให้เพลี่ยงพล้ำ ติดโรค ตั้งครรภ์โดยไม่พึงปรารถนา ด้วยการดูแลทั้งทางกายและทางใจ ร่างกายของเขาต้องแข็งแรง และจิตวิญญาณของเขาต้องแข็งแกร่งด้วย ปัญหามีไว้สำหรับให้แก้ สังคมไทยต้องมีผู้ใหญ่ที่ร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ดีที่สุดให้กับอนาคตของชาติแรงขับทางเพศเป็นแรงขับที่รุนแรงมาก ฉะนั้นเด็กควรเรียนรู้ถึงผลและอันตรายที่เกิดจากการไม่ควบคุมพฤติกรรมของตนเอง มนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐเรามีศักยภาพที่จะอยู่เหนือแรงขับได้ ขอเพียงหมั่นหาความรู้ ทำให้ตนสามารถรู้เท่าทันเหตุการณ์และอารมณ์ของตนเอง ตั้งสติ ควบคุมจิตใจ นึกถึงพ่อแม่ว่าจะเสียใจแค่ไหนถ้าตนเพลี่ยงพล้ำ นึกถึงอนาคตของตนเอง หัดมองการณ์ไกลชั่งใจให้ดี ข้อสำคัญต้องรู้จักคบเพื่อน อย่าไปคบคนไม่ดี ช่วยเหลือผู้ยากไร้และช่วยเหลือสังคม พยายามครองตนเองให้พ้นภัยสังคมซึ่งทุกวันนี้มีรอบด้าน การเป็นคนดีเป็นได้ไม่ยาก อย่าลืมว่าเราเป็นสัตว์ประเสริฐ ขอให้รู้ศักยภาพของตนเอง และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า


บทความจาก http://www.saboojaii.com/forum/index.php?slim=ok&topic=3087.0