รถไฟความเร็วสูงนำขบวนการพัฒนา ต่อยอดการศึกษา เพิ่มวิชาระบบราง เร่งผลิตบุคลากรป้อนตลาดแรงงานทั้งในประเทศและภูมิภาค

เว็บไซต์ educations.com เผยผลการสำรวจความคิดเห็นนักศึกษาทั่วโลกกว่า 20,000 คน พบว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 3 ของโลก ที่นักศึกษาต่างชาติอยากมาเรียนต่อมากที่สุด โดยเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ติดอันดับท็อป 10 ของโลก ด้วยเหตุผลความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม เป็นประเทศที่สวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม ผู้คนเป็นมิตร อัตราค่าครองชีพที่ไม่สูงสำหรับนักศึกษาต่างประเทศที่เข้ามาเรียน โดยปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติเล่าเรียนอยู่ราว ๆ 20,000 คน

นับว่าเป็นข่าวดีที่สะท้อนด้วยว่าระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยไม่ด้อยไปกว่าชาติอื่น ๆ จึงเป็นจุดหมายของการเข้ามาศึกษาต่อ นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยกำลังทำโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ก็ยังก่อให้เกิดการพัฒนาอีกหลายด้าน ที่สำคัญมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น ซึ่งมีผลให้มีการพัฒนาด้านบุคลากรและด้านการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน ทำให้มีสาขาวิชาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เป็นการต่อยอดคุณค่าและดึงดูดตลาดการศึกษาต่อในไทยด้วยเช่นกัน


สำหรับผลที่ตามมาของโครงการอีอีซีนั้น ทำให้รัฐบาลออกนโยบายเร่งพัฒนาบุคลากรในทุกด้าน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่มีอย่างน้อย 470,000 อัตรา ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (10 S-Curve) ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การพัฒนาบุคลากรด้านระบบรางและรถไฟความเร็วสูง



สถาบันอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาต่างตอบรับกับนโยบายและความต้องการด้านนี้ โดยสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนด้านนี้อยู่แล้ว ได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไป ขณะที่อีกหลายสถาบันได้เปิดสาขาวิชาใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบราง เพื่อผลิตกำลังคนป้อนอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ ซึ่งจากผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า ภายในปี 2563 ประเทศมีความต้องการกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบรางสูงถึง 31,000 คน แบ่งเป็นวิศวกร 6 พันคน ช่างเทคนิค 1.2 หมื่นคน และเจ้าหน้าที่ประจำสถานี 1.3 หมื่นคน


         


นักศึกษาที่จบการศึกษาด้านระบบราง จะมีความรู้ความสามารถทั้งการควบคุม ดูแล ตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และการบริหารจัดการ ระบบขับเคลื่อนยานพาหนะระบบราง ระบบควบคุมอาณัติสัญญาณ หรือควบคุมดูแลการทำงานหรืออาชีพที่ใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง ในบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีอีเอ็ม หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน) บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) และบริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์) รวมทั้งกลุ่มบริษัทค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ บริษัทขนส่งและกระจายสินค้า ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายรถไฟและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถไฟและระบบราง ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเป็นวิศวกรที่ปรึกษา ออกแบบ วางแผน วิเคราะห์ระบบ และแก้ปัญหาในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับระบบราง



ปัจจุบันประเทศไทยกำลังดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางในหลาย ๆ ส่วนพร้อมกัน อาทิ ระบบรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าบนดิน และรถไฟฟ้าใต้ดิน ครอบคลุม 76 จังหวัด รวมระยะทางกว่า 30,000 กิโลเมตร และประเทศในอาเซียนยังขาดแคลนวิศวกรที่มีความรู้ทั้งด้านระบบรางและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอยู่มาก องค์กรและบริษัทต่าง ๆ จึงมีความต้องบุคลากรสายตรงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับระบบรางไม่ต่ำกว่าปีละ 10,000 อัตรา ขณะที่ไทยมีความต้องการปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 อัตรา ดังนั้น การศึกษาในสาขานี้จึงมีอนาคตที่ค่อนข้างสดใส



อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ภายใต้โครงการอีอีซีนั้น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด หรือกลุ่มซีพี เป็นผู้ชนะการประมูล โดยมีพันธมิตรประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD, China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน), บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี (Ferrovie dello Stato Italiane S.p.A.) หรือ FS 


สำหรับอิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงได้อย่างรวดเร็ว สำหรับจุดเด่นของรถไฟอิตาลี คือ ระบบที่มีมาตรฐานและการควบคุมที่เชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และซีพีได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการเลือกใช้คนเก่งและมือดีจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการพัฒนาคน ผ่านสถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และการให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศแลกเปลี่ยนบุคลากร และส่งบุคลากรไปฝึกงาน ล่าสุดได้จับมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สนับสนุนนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติงานจริงที่ประเทศจีน จึงมีความเป็นไปได้ว่า ภายหลังการลงนามในสัญญาดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามิบน ในอนาคตอันใกล้อาจมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านระบบราง ส่งนักศึกษาไปฝึกงานในต่างประเทศ เพื่อต่อยอดความรู้ สร้างทักษะเพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่โลกของการทำงานจริงในอนาคต