ทางออกพ้นวิกฤติ....ต่อชีวิตอนาคตปลาทูไทย

 “ปลาทู” ถือเป็นปลาที่อยู่คู่ครัวไทยมาเนิ่นนาน แม้มันจะเป็นปลาทะเล แต่ด้วยความที่มีจำนวนมากมายเต็มทะเลในอดีต ปลาทูจึงถูกส่งไปขายทั่วประเทศ คนไทยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งไม่มีพื้นที่ติดทะเลก็กินปลาทูไทยได้อย่างสบายท้อง

ทุกวันนี้ถึงแม้ปลาทูจะยังไม่ขาดตลาด แต่ใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่าปลาทูตัวใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายความว่าปลาทูสุขภาพแข็งแรงตัวโตมากขึ้น แต่มีใครกี่คนจะทราบว่าปลาทูที่วางขายในท้องตลาดประเทศไทยเวลานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ปลาทูพันธุ์ไทย หน้างอคอหักอย่างที่เราคุ้นเคย แต่เป็นปลาทูที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งมาเลเซีย โอมาน บังกลาเทศ และอินเดีย หรือที่เราเรียกกันว่า “ปลาทูแขก” นั่นเอง

อาจเป็นเพราะเรายังคงมีปลาทูกินอยู่ทุกวัน แม้ความมันในเนื้อปลาทูอาจจะหายไป เนื่องจากปลาทูไทยได้รับการพิสูจน์ทางโภชนาการมาแล้วว่ามีไขมันดี เทียบเท่าไขมันในเนื้อปลาแซลมอน และปลาทูน่า ซึ่งไขมันดีนี้สามารถป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลาทูแขก ตัวใหญ่ โดยสรุปแล้ว ทุกวันนี้เราแทบจะไม่มีปลาทูสัญชาติไทยกินกันอีกแล้ว ถือเป็นวิกฤตปลาทูไทยก็ว่าได้ แต่เราไม่ค่อยรู้สึกอะไรกัน เพราะเรายังมี “ปลาทูแขก” กินกันอยู่

ในเรื่องอาหารการกินเราอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ในแง่ความอุดมสมสมบูรณ์ของท้องทะเล ประเทศไทย ถือเป็นเรื่องใหญ่มากหากจะบอกว่าปลาทูไทยกำลังจะสูญพันธุ์

ถ้าเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ ปลาทูไทย อีกไม่นอนลูกหลานของเราคงได้กินเฉพาะปลาทูแขกที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น


ดังนั้นภาครัฐจึงได้ออกมาตรการควบคุมการทำประมง เพื่อทำให้ปลาทูในอ่าวไทยมีจำนวนมากขึ้น โดยเป็นมาตรการที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ ‘ปิดอ่าว’ ในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม 2562 ที่มีอยู่เดิมทุกปี

ทั้งมาตรการในการควบคุมการทำการประมงที่มีโอกาสที่จับพ่อแม่พันธุ์ปลาทูก่อนที่จะมีการวางไข่ โดยการกำหนดขนาดตาอวนติดตาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในช่วงเวลา ‘ปิดอ่าว’ และมาตรการในการควบคุมการทำประมงที่มีโอกาสจับลูกปลาทูที่เพิ่งเจริญเติบโต โดยการกำหนดเขตห้ามทำการประมงในพื้นที่ประมาณ 7 ไมล์ทะเล นับจากเขตชายฝั่งต่อจากระยะเวลาที่ปิดอ่าวออกไปอีก 1 เดือน ในพื้นที่ปิดอ่าวเดิม

ซึ่งถึงแม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้การจับลูกปลาขนาดเล็กหมดสิ้นไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากทุกภาคส่วนต่างยังคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวประมง แต่ผลจากการใช้มาตรการเหล่านี้ก็ยังเป็นที่ประจักษ์ว่ามีการพบเห็นปลาทูเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

ซึ่งนอกจาก​นอกจากมาตรการที่ช่วยกันดูแลทรัพยากรปลาทูจากการทำการประมงแล้ว เราทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมได้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาทูได้อย่างง่ายๆ คือ ไม่บริโภคปลาที่มีไข่ หรือปลาตัวเล็กๆ ปล่อยให้ปลาเหล่านี้ได้เติบโตมาเป็นอาหารในช่วงเวลาที่เหมาะสมและมีมูลค่าที่เศรษฐกิจดีกว่า หากเราทุกคนช่วยกัน กรมประมงเชื่อมั่นว่าท้องทะเล ทรัพยากรประมง จะกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ดังเช่นแต่ก่อนได้อีกครั้ง


ขอบคุณภาพ: we are CP