กสทช. จัดอบรมหลักสูตรตัวต่อตัว ภาควิชาการสื่อสารไร้สาย ร่วมผนึก ITU และ UTM ผลักดันให้เกิด 5G

     30 กันยายน 2562 กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกิจการการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจกรรมโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จับมือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และ Universiti Teknologi Malaysia (UTM) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการ NTBC-ITU-UTM Center of Excellence 2019 Traffic Engineering and Advanced Wireless Network Planning” หลักสูตรการฝึกอบรมแบบตัวต่อตัว ภาควิชาการสื่อสารไร้สาย ภายใต้หัวข้อ วิศวกรรมจราจรและแผนความก้าวหน้าของเครือข่ายไร้สาย เป็นระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562

ณ ห้องประชุม The Suite ชั้น 3 โรงแรม เรดิสัน บลูพลาซ่า กรุงเทพฯ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ทาเร็ค อับ ราห์มาน ศาสตราจารย์ภาควิชาการสื่อสารไร้สาย Universiti Teknologi Malaysia (UTM), (TBC) สำนักงานภูมิภาคของ ITU สำหรับเอเชียและแปซิฟิก และ อาชี่ย์ นารายัน ผู้ประสานงานโครงการสำนักงานภูมิภาคของ (ไอทียู) สำหรับเอเชียและแปซิฟิก กล่าวปาฐกถา เพื่อเป็นการสร้างความรู้ให้กับผู้กำหนดนโยบายให้กับหน่วยงานที่กำกับและดูแล รวมถึงผู้ประกอบการโทรคมนาคมในส่วนของ 4G, 5G และ IoT และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งยังเป็นการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิศวกรรมจราจรและการวางแผน เครือข่ายเพื่อพัฒนาโครงการ และสร้างทักษะในการพัฒนาแผนงานสำหรับ 5G และ IoT

        สำหรับประเด็นการฝึกอบรม อาทิ 1. ระบบ 4G, 5G และ IoT และ ITU รวมถึงการขับเคลื่อน นโยบาย กฎระเบียบ ธุรกิจ เทคโนโลยี และอื่นๆ  2. มาตรฐานของ 4G และ 5G 3. คุณสมบัติหลักของบริการ IoT

และนำเสนอระบบและมาตรฐาน IoT ในปัจจุบัน 4. อธิบายถึงรูปแบบธุรกิจที่เสนอสำหรับการแนะนำ IoT และวิวัฒนาการของ LTE ไปสู่ LTE-M และ NB-IoT เพื่อแนะนำบริการ IoT  5. คุณสมบัติและข้อจำกัด

ของ MMTC และ CMTC 6. โครงสร้างเครือข่าย 5G และเทคโนโลยีหลัก อาทิ คลื่นความถี่วิทยุ พื้นที่การเก็บข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย (cloud) และ การทำงานแบบเสมือนจริง ฯลฯ รวมถึงการกำกับดูแลให้เหมาะสมสำหรับ IoT และการเปลี่ยนแปลง 5G 7. การพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลในประเทศ 8. การวางแผนเครือข่าย

IP โดยมุ่งเน้นที่ส่วนสำคัญ การรักษาความปลอดภัยของการกำหนด ระเบียบการ และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายการรักษาความปลอดภัย 9. การวางแผนเครือข่าย IOT เริ่มต้นจากการให้บริการที่คาดว่าจะได้รับการเสนอ และรวมถึงทุกองค์ประกอบของเครือข่าย 10. การวางแผนเครือข่าย IP โดยมุ่งเน้นที่ IXP

การปรากฏ และการเชื่อมต่อระหว่างกัน 

เนื่องจากได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายไปสู่ 4G ทำให้ผู้คนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้ชีวิตและอุตสาหกรรม ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และประเทศส่วนใหญ่จะสามารถเข้าถึง 5G ได้ในไม่กี่ปีข้างหน้า 5G เป็นเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่การเชื่อมต่อแบบ 4G LTE โดยมีข้อดีหลายประการที่มาพร้อมกับ 5G เช่น การให้ความเร็วข้อมูลที่เร็วกว่า 4G ซึ่งจะสร้างโอกาสสำหรับกรณีการใช้งาน IoT ใหม่, AR, แอพพลิเคชั่น VR , ยานยนต์อัจฉริยะ, การดูแลสุขภาพจากระยะไกล และหุ่นยนต์

           โดย กสทช. ได้มีการเตรียมพร้อมที่จะขับเคลื่อนการนำเครือข่าย 5G มาใช้ในประเทศไทยโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยจาก 4 ภาคหลักในประเทศไทย เพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G ในมหาวิทยาลัย โดยจุดประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G และขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ผ่านการสร้างขีดความสามารถและกระบวนการทดสอบ 5G

           และทำให้เข้าใจเกี่ยวกับวิศวกรรมจราจรและแผนความก้าวหน้าของเครือข่ายไร้สายนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเทคโนโลยีของ 5G จะเป็นเครือข่ายรุ่นใหม่ที่นำเสนอความสามารถใหม่จากเครือข่ายความเร็วเสมือนบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับการปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการดาวน์โหลดและอัพโหลด สำหรับ IoT จะทำให้บริษัทมีความสามารถในการควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

           ดังนั้นการพัฒนาและกฎระเบียบของ 5G จะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ เพื่อสนับสนุนเครือข่าย 5G ซึ่งสำนักงาน กสทช. นั้นตระหนักถึงความสำคัญของ 5G และยังคงอยู่ในขั้นตอนการผลักดันเทคโนโลยีนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างเต็มที่ในประเทศไทย