ท่องเที่ยวหลังโควิด...นาทีทองของไทยเที่ยวไทย

เชื่อว่าตอนนี้ถ้าใครคิดจะไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ หาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ คงประสบปัญหาคล้ายๆกันคือ หาที่พักตามโรงแรมดังๆ ในเมืองไม่ได้แล้ว เพราะถูกจองเต็มหมดทุกที่!!!

 

เขาใหญ่ หัวหิน พัทยา ชลบุรี เต็มไปด้วยผู้คนออกมาท่องเที่ยว บรรยากาศช่างแตกต่างจากเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ที่มีการประกาศล๊อกดาวน์อย่างสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะผู้คนโหยหาการเดินทาง เพื่อผ่อนคลาย หลังจากถูกแช่แข็งชีวิตด้วยมาตรการล็อกดาวน์

ในแง่ผู้ประกอบการโรงแรมเอง ที่ผ่านมาเราได้ภาพความดิ้นรนสู้วิกฤติของโรงแรมหลายๆแห่งที่พยายามปรับตัวหารายได้ทุกวิถีทางในช่วงที่ไม่สามารถรับลูกค้าเข้าพักได้ เช่น ปรับครัวโรงแรมมาขายอาหารสร้างรายได้เลี้ยงพนักงาน หรือการขายเวาเชอร์โรงแรมล่วงหน้าแบบไม่ต้องกำหนดวันเข้าพัก เพื่อหากระแสเงินสดมหมุนเวียนพอประครองธุรกิจให้ได้นานที่สุด

ซึ่งในช่วงเกิดวิกฤติใหม่ๆจำได้ว่า'เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์' หรือเจ้าสัวซีพี ได้ออกมาแนะนำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัว และขอให้รักษาพนักงานเอาไว้ อย่าไล่คนออก และเวลาที่เหลือระหว่างรอสถานการณ์ดีขึ้น ก็ให้ถือโอกาสนี้ปรับปรุงโรงแรม การบริการ อบรมพนักงาน ดูแลห้องพักให้อยู่ในสภาพใหม่ ปรับปรุงการบริการของพนักงานให้ดี เพื่อที่ว่าเมื่อมีโอกาส คนพร้อมเดินทางท่องเที่ยว จะได้กลับมาฟื้นได้เร็วที่สุด "หลังวิกฤตต้องมีโอกาส แล้วใครฉวยโอกาสนี้ได้ก่อน คนนั้นจะเป็นผู้ชนะ" เจ้าสัวกล่าว

ซึ่งหากจะพูดกันตามจริงช่วงตอนต้นเดือนมีนาคม ผู้ประกอบการที่คิดและทำอย่างเจ้าสัวแนะนำ คงต้องบอกว่าเป็นคนใจถึง และคิดผิดปกติมหาศาล เพราะขณะนั้นวิกฤตจะออกไปทิศไหน ไม่มีใครบอกได้ จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อโลกยังไม่ค้นพบวัคซีนรักษา การท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นได้ยังไง? 

 

 


แต่เจ้าสัวก็คือเจ้าสัว.... วิสัยทัศน์การมองโลกย่อมไม่ธรรมดาต่างจากคนทั่วไป 

เพราะตอนนี้การท่องเที่ยวภายในประเทศเริ่มฟื้นขึ้นอย่างฉับพลัน  อัตราการจองห้องพักโรงแรมที่พัก โดยเฉพาะกลุ่ม 4-5 ดาว ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างชัดเจน บวกกับกลยุทธ์ลดราคาห้องพักจากช่วงปกติไม่ต่ำกว่า 50% ที่งัดออกมาสู้กัน กระตุ้นให้เกิดการเร่งจับจ่าย หลังธุรกิจท่องเที่ยวหยุดนิ่งมา 3 เดือนเต็ม และมีข้อมูลที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งจากอัตราการจองห้องพักที่คนให้ความสนใจกดจองมากที่สุด กลับไม่ใช่ห้องธรรมดา แต่คือ "ห้องที่แพงที่สุด" ห้องธรรมดา 3,500 ไม่เต็ม หรือนี่จะเป็นผลจากการถูกกักตัวอยู่แต่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆเป็นระยะเวลานานๆ เมื่อได้รับการปลอดปล่อยทีก็ขอจัดเต็มแบบสุดๆ

ซึ่งแน่นอนว่าขณะนี้ตลาดการท่องเที่ยวทำได้เพียงการเดินทางแบบ “ไทยเที่ยวไทย” เท่านั้น หากในอนาคตมีมาตรการผ่อนคลายการเดินทางแบบ Travel Bubble ก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบโรงแรมยิ้มออกได้บ้าง เพราะเม็ดเงินจากต่างชาติจะได้ไหลเข้าระบบเศรษฐกิจบ้านเราเสียที  

ในช่วงนี้เสมือนเป็นเวลานาทีทอง ที่คนไทยจะได้เที่ยวไทยแบบไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ต้องไปเบียดเสียดแย่งกันกินแย่งกันใช้ และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น เกิดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า และกิจการที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป เราคนไทยไปให้กำลังใจโดยการเที่ยวไทยกันเถอะ :)