ถ้าจะหยุดโลกร้อนกันจริงๆ ทำไมไม่ทำกันอย่างจริงจังสักที

ต่อจากกระทู้คราวก่อน เรื่องโลกร้อน ผมคงต้องขอออกตัวอีกทีว่า คราวก่อนผมหลงประเด็นไปหน่อย

 อันที่จริงผมต้องการจะสื่อความหมายว่า ถ้าพวกเราจะหยุดโลกร้อนกันจริงๆจังๆ มันก็น่าจะทำอะไร

ที่มันมากกว่าการพูดว่า ให้ปลุกต้นไม้ กับ ประหยัดพลังงาน ผมหมายถึงการหยุดการกระทำทุกอย่าง

ที่ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของโลก เช่น การปล่อยก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรม การใช้รถยนต์

การใช้สาร CFC ฯลฯ ถ้าโลกนี่ ไม่มีคนใช้รถยนต์หรือโรงงานอุตสาหกรรมเลย ผมรับรองว่ามันลดได้แน่นอน

การพูดว่า ให้ค่อยเป็นค่อยไป หรือการปรับตัวที่ละนิดนั้น มันไม่ทันแล้วละครับ ก็อย่างที่หลายคนเคยพูดไว้ว่า

ถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ ปัญหามันก็จะไม่จบ ต่อให้ปัญหานี้มันต้องใช้เวลาแก้ไขยาวนานเป็นร้อยๆปี การเริ่มวันนี้ก็จะทำ

ให้ร่นระยะเวลาของปัญหาให้สั้นลง อย่างน้อยสักวันนึงก็ยังดี ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิดนะครับ

แต่ก็อย่างที่เห็นกันละครับ ไม่มีรัฐบาลของประเทศไหน จะจัดการปัญหานี้ อย่างจริงๆจังๆสักที

ผมมีเรื่องเล็กๆน้อยๆจะเล่าให้ฟัง หลายคนอาจเคยได้ยินมาแล้ว เรื่องของหมีขั้วโลกที่จมน้ำตาย

ฟังดูอาจไม่น่าแปลกใจ หากคุณไม่รู้ถึงวิถีชีวิตของมัน หมีขั้วโลกนั้น สามารถว่ายน้ำติดต่อกันโดยไม่พักได้ประมาณ 1อาทิตย์ครับ

แต่ที่มันจมน้ำตาย ก็เพราะว่า มันว่ายน้ำมานานกว่านั้น แต่ไม่สามารถหาแผ่นน้ำแข็งที่ทนทานพอจะเป็นที่พักของมันได้

นี่เป็นภาพสะท้อนว่า แผ่นน้ำแข็งที่ขั้วโลก กำลังละลายมากขึ้นทุกวัน และค่อยๆบางลงเรื่อยๆ

ไม่แน่ว่า ในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้ไปเที่ยวทะเลที่เชียงใหม่ก็ได้ครับ ^^