ว่าด้วยเรื่องทองคำ!? ระหว่าง ทอง กับ อาหารและน้ำ อันไหนมีค่ามากกว่ากัน?

  

 

ทองคำ!? ถ้ามีคนให้ฟรีๆ มีหรือที่ใครจะไม่รีบคว้า…..

อ้าว.. ก็เพราะมันเป็น แร่ธาตุ ที่มนุษย์เรากำหนดให้เป็น สิ่งมีค่า นี่คะ

เราเดาออกไหมคะ ทำไมคนเราถึงให้ยกให้ แร่ธาตุประกายแวววาวนี้ เป็นสิ่งที่มีค่า ทั้งๆ ที่กินไม่ได้นะ

เนี่ย เดาคำตอบออกไหมคะ ^.^

 

 

คำตอบก็คือ ทองคำมีค่าเพราะ "คุณสมบัติของทองนี่แหล่ะ" เป็นปัจจัยสำคัญประการเดียวเลยล่ะที่

ทำให้คนเราหลายคนหมายปองมัน

แหม….. ทองคำมันจะไปดีกว่า อาหารและน้ำอะไรนักเชียว มาดูข้อมูลกัน~

 

 

คุณสมบัติของทองคำ

          มีความแวววาวอยู่เสมอ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนดังนั้น เมื่อสัมผัสถูกอากาศสีของ

ทองจะไม่หมองและไม่เกิดสนิม มีความอ่อนตัว ทองคำเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวมากที่สุด ด้วยทอง

เพียงประมาณ 2 บาท เราสามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร หรืออาจตีเป็นแผ่นบาง

ได้ถึง 100 ตารางฟุต เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทองคำเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อน

ความร้อนได้ดี ทองคำสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ได้มีการนำทองคำไปฉาบไว้ที่หน้ากากหมวก

ของนักบินอวกาศ เพื่อป้องกันรังสีอินฟราเรด  (แค่คุณสมบัติก็ขนลุกแล้ววว แร่ธาตุอะไรจะดีเลิศขนาดน้านนนน *o*!)

 

 

          มนุษย์รู้จักทองคำมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปี เป็นความหมายแห่งความมั่งคั่ง จุดหลอมเหลว 1064

และจุดเดือด 2970 องศาเซลเซียส เป็นโลหะที่มีค่าที่มีความเหนียว (Ductility) และความสามารถใน

การขึ้นรูป (Malleability) คือจะยืดขยาย (Extend) เมื่อถูกตีหรือรีดในทุกทิศทาง โดยไม่เกิดการปริแตก

ได้สูงสุด ทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์สามารถดึงเป็นเส้นลวดยาวได้ถึง 80 กิโลเมตร ถ้าตีเป็นแผ่นก็

จะได้บางเกินกว่า 1/300,000 นิ้ว ส่วนความกว้างจะได้ถึง 9 ตารางเมตร

           ทองคำบริสุทธิ์จะไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมี (Chemicalinactive) ได้ง่าย จึงทนต่อการผุกร่อนและ

ไม่เกิดสนิมกับอากาศ (Oxidide) แต่มีปฏิกิริยากับคลอรีน ฟลูออรีน น้ำประสานทอง

 

 

 

 

          คุณสมบัติเหล่านี้ประกอบกับลักษณะภายนอกที่เป็นประกายจึงทำให้ทองคำเป็นที่หมายปอง

ของมนุษย์มาเป็นเวลานับพันปี โดยนำมาตีมูลค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและใช้เป็น

วัตถุดิบที่สำคัญสำหรับวงการเครื่องประดับ

 

          ทองคำได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในวงการเครื่องประดับทองคำ เพราะเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียว

ที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน 4 ประการซึ่งทำให้ทองคำโดดเด่น และเป็นที่ต้องการเหนือบรรดาโลหะมีค่าทุก

ชนิดในโลก คือ

 

 

  1.งดงามมันวาว (lustre) สีสันที่สวยงามตามธรรมชาติผสานกับความมันวาวก่อให้เกิดความงาม

อันเป็นอมตะ ทองคำสามารถเปลี่ยนเฉดสีทองโดยการนำทองคำไปผสมกับโลหะมีค่าอื่นๆ ช่วยเพิ่ม

ความงดงามให้แก่ทองคำได้อีกทางหนึ่ง

   2.คงทน (durable) ทองคำไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไป 3000 ปีก็ตาม

   3.หายาก (rarity) ทองเป็นแร่ที่หายาก กว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์(31.167 gram) ต้องถลุง

ก้อนแร่ที่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนหลายตัน และต้องขุดเหมืองลึกลงไปหลายสิบเมตร จึงทำให้มีค่าใช้

จ่ายที่สูง เป็นเหตุให้ทองคำมีราคาแพงตามต้นทุนในการผลิต

 

   4.นำกลับไปใช้ได้ (reuseable) ทองคำเหมาะสมที่สุดต่อการนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพราะมี

ความเหนียวและอ่อนนิ่มสามารถนำมาทำขึ้นรูปได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยการทำ

ให้บริสุทธิ์ (purified) ด้วยการหลอมได้อีกโดยนับครั้งไม่ถ้วน

 

โอ่วววว นี่หรือเปล่า สาเหตุราคาทองสูงขึ้นแล้ว สูงขึ้นอีก!?

ว่าจะไปซื้อทองสักหน่อยพอเจอราคาที่สูงลิบลิ่วล่ะก็ ถอดใจเลย

สมัยก่อนทองคำ 1 บาท ราคาเพียง 5000 บาท แต่ปัจจุบันนี้ ทองคำ 1 บาท ราคาสูงถึง

ประมาณ 17,000 แน่ะ (กรุณาอย่าเดาอายุ จขกท. 5555)

 

ตั้ง 17000 บาท!! ซื้อข้าวได้กี่จาน ซื้อน้ำได้กี่ขวดน้อ

จึงเกิดข้อสงสัย จริงๆ แล้ว ถ้าคิดให้ดีระหว่าง อาหารและน้ำ กับ ทอง อันไหนจะมีค่ามากกว่ากัน?

 

ทองคำ.... หรือ น้ำ.....? อาหาร.... หรือ ทองคำ? 

เราจะตายถ้าเราขาดน้ำและอาหารไม่ใช่รึ? แล้วทอง กับ อาหารและน้ำ ตกลงแล้ว...อันไหนจะมีค่า

มากกกว่ากัน กันแน่!? ฝากไว้ให้ลองคิดนะคะ

 

 

แล้วเรื่องแปลกๆ ของทอง อีกอย่างก็คือ ทำไม?  คำว่า "ทอง" จึงไปอยู่ในคำหยาบซะอย่างงั้น -_-"

เช่น ดอกXXX, ตัวเงินตัวXXX !? เป็นต้น น่าแปลกมากๆ (*o')