หนาวนี้... ณ น่าน ไปปั่นจักรยาน ไหว้พระรอบเมือง!!


น่าน จังหวัดทางภาคเหนือ ที่พอได้ยินชื่อ ก็จะนึกถึง เมืองสโลวไลฟ์ งานศิลปะจิตรกรรมอันเลื่องชื่อ หลายคนอาจได้ไปบ่อยๆ แต่สำหรับเรา นี่คือ ‘ครั้งแรก’ พอได้ไปเยือน ก็ขอบอกว่า ประทับใจจริงๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน



รีวิวของเราน่าจะเหมาะกับคนที่ยังไม่เคยไป เพราะส่วนมากคนที่เคยไปแล้ว เขาจะเลือกไปเที่ยวอำเภออื่น เช่น บ่อเกลือ เวียงสา แม่จริม ที่จะแอดแวนเจอร์ขึ้นไปหน่อย ไม่ใช่ในเมือง ที่จะเที่ยวแบบชิลๆ ซึมซับวิถีชาวบ้าน


ยิ่งต้นหนาวแบบนี้ เป็นช่วงที่เหมาะจะไปมากๆ เพราะอากาศกำลังดี ต้นไม้เขียวชอุ่ม กับไอเย็นๆ ของอากาศ ที่เริ่มพัดผ่านมาจากประเทศตอนบน


เมืองน่าน แม้จะเป็นตัวเมือง แต่ก็ยังคงวิถีแบบดั้งเดิมไว้อยู่มาก อาคารบ้านเรือนสมัยเก่าๆ ก็ยังมีให้เห็น จนกระทรวงวัฒนธรรมฯ เลือกที่จะเสนอชื่อต่อยูเยสโก เพื่อขอขึ้นเป็นเมืองมรดกโลก



เราเดินทางกันด้วยเครื่องบิน ลงที่สนามบินน่าน เป็นเครื่องบินลำเล็ก วันที่มาฝนตกเล็กน้อย จึงได้ฟีลชุ่มๆ เย็นๆ ไม่ร้อน



พักที่ น่าน บูติก โฮเทล ถือว่าเป็นโรงแรมที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ห้องพักกว้าง นอนสบาย แถมมีจักรยานให้ได้ยืมปั่นแบบฟรีๆ ซึ่งตอบโจทย์มากๆ สำหรับคนไม่ได้มีรถส่วนตัวไปแบบเรา และก่อนมาก็ตั้งใจไว้ ว่าจะปั่นจักรยานเที่ยว จะได้ชมเมืองแบบละเอียด



จัดกระเป๋าเสร็จ ก็มาดูแผนที่ที่ปักหมุดไว้ สถานที่สำคัญที่อยากไป ส่วนใหญ่เป็นวัด ในที่นี้ ต้องทำการบ้านก่อนไปนิดนึง จะได้ไม่ปั่นน่องโตวนไปมา โดยเลือกโรงแรมที่พักเป็นจุดเริ่มต้น ปั่นเป็นวงกลมให้วนกลับมาที่เดิม



ที่แรกที่เราไป คือ วัดหัวเวียงใต้ 


เด่นสง่าด้วยรูปปั้นพญานาค อายุกว่า 160 ปี เลื้อยยาวตามแนวกำแพงวัด


เข้าไปข้างในอุโบสถไหว้พระประธาน



จากนั้นเดินต่อไปยังข้างหลัง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไม้




วัดภูมินทร์


ไม่ไปไม่ได้ ใครมาน่านแล้วไม่ได้แวะ ถือว่ามาไม่ถึง ไปดูภาพจิตรกรรมกระซิบรักบรรลือโลก ของปู่ม่านย่าม่าน



ระหว่างทางขึ้นพระอุโบสถ จะมีท้องพญานาค ที่เขาบอกว่าลอดผ่านแล้วจะโชคดี



จากนั้นขึ้นไป ไหว้พระประธาน ที่หันหน้าครบ 4 ทิศ ให้ไหว้ให้ครบทั้ง 4


แล้วมาจบที่ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง กระซิบรักบรรลือโลก ปู่ม่านย่าม่าน ที่ใครหลายๆ คน ต่างพูดถึง



จากนั้นออกมาที่ฝั่งตรงข้ามไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน



ซึ่งจุดนี้มีมุมยอดฮิต อุโมงค์ต้นไม้ให้ได้ถ่ายรูป




จากนั้นเดินเข้ามาจะเป็น โบราณสถานวัดน้อย วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย



มีคำบอกเล่าถึงประวัติว่า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 ได้กราบบังคมทูลถึงจำนวนวัดในเมืองน่าน ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 แต่ปรากฏว่านับจำนวนวัดเกินไป 1 วัด จึงได้สร้างวัดน้อยแห่งนี้ขึ้นมาให้ครบตามจำนวนที่กราบบังคมทูลไป ซึ่งเจ้าผู้ครองนครได้เข้าเฝ้ารัชการที่5 เพียงครั้งเดียว ใน พ.ศ.2416 จึงสันนิษฐานว่า วัดน้อย คงได้จัดสร้างหลังจากนั้น



วัดมีขนาดกว้าง 1.98 เมตร ยาว 2.34 เมตร สูง 3.35 เมตร แบบศิลปะล้านนา สกุลช่างน่าน มีพระพุทธรูปแผงพระพิมพ์ไม้ ประดิษฐานอยู่ภายใน



จากนั้นเดินมาต่อที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งเดิมคือ หอคำ (คุ้มหลวง) มีวัตถุโบราณจัดแสดงอยู่มากมาย แต่เสียดาย ตอนที่เราไป กำลังปิดปรังปรุง



อนุสาวรีย์ เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ผู้เป็นเจ้าของหอคำ ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน


หันไปอีกฝั่ง ก็เห็นเจดีย์ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร


ทั้งปั่นทั้งเดินมาสักพัก มาแวะถนนคนเดิน หาของทานเล่นแก้เหนื่อย ที่จะเปิดตอนเย็นของวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้ออาหาร และผลิตภัณฑ์จากคนท้องถิ่น

 


แนะนำน้ำมะพร้าวปั่นต้นซอย ที่คิวยาวมากๆ และอร่อยมากๆ ใส่เมล็ดแมงลักเพิ่มให้ได้เคี้ยวกรุบๆ



จากนั้นเราปั่นกันไปที่ เสาพระหลักเมืองน่าน ที่เวลาไปเที่ยวที่ไหน ควรจะแวะไปไหว้กันด้วย




ใช้ดอกไม้ ธูปเทียน 4 ดอก ในการสักการะ


และผ้าสีตามประจำวัดเกิด เกิดสีไหนใช้สีนั้น นำมาผูกกับเสาหลักเมือง



ที่เสาหลักเมือง คือที่ตั้งของ วัดมิ่งเมือง ด้วย


มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม




จากนั้น เราปั่นต่อไปยัง วัดศรีพันต้น วัดสีทองอร่าม ที่มองเห็นตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน



มีเรือที่ทำจากไม้ ที่ยาวมากๆ




วัดหัวข่วง วัดที่สวยงดงามด้วยศิลปะล้านนา เราจึงแวะเข้าไปกราบพระประธาน



หอธรรมวัดหัวข่วง เป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฏก และคำภีร์โบราณ ที่มีอายุหลายปี ตั้งแต่สมัยก่อสร้างวัด



 ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายสุดท้าย วัดสวนตาล



มีบ่อน้ำทิพย์อยู่หน้าวัด



เข้ากราบพระประธาน




แต่ทริปยังไม่สิ้นสุดนะวันนี้ เพราะเราปั่นกลับไป ร้านของหวานป้านิ่ม ไปนั่งชิลกินของหวาน ร้านดังที่ห้ามพลาด!!!


อ่านรีวิว ร้านของหวานป้านิ่ม เต็มๆ ได้ที่ >> http://talk.mthai.com/journey/451997.html




เสียดายที่การไปครั้งนี้ เราไม่ได้ไปไหว้ พระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำจังหวัด ด้วยระยะทางจากในเมือง 4 กิโลฯ กว่า ใครจะปั่นจักรยานไป ต้องคำนวณเวลาดีๆ อาจจะต้องออกเร็วหน่อย เพื่อที่จะกลับเข้าเมืองไม่ค่ำมาก ใครไม่อยากปัน ก็มีวินมอเตอร์ไซค์บริการ แต่บอกเลย ปั่นจักรยานได้ฟีลกว่ากันเยอะ ไว้ครั้งหน้า จะไปแก้ตัวใหม่