วัดพระสิงห์ วัดสำคัญของเชียงใหม่ที่ไม่เขียนพุทธประวัติบนฝาผนัง แต่เขียนสังข์ทอง

เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ และยังถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีวัดมากมาย ทั้งวัดที่ยังมีพระอยู่และวัดร้าง ในบรรดาวัดนับสิบนับร้อยนั้นมีหลายวัดที่เป็นสถานที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเชียงใหม่เป็นครั้งแรก หนึ่งในนั้นคือวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากและเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งของชาวล้านนาก็คือ ‘วัดพระสิงห์’ นั่นเอง

แต่แรกเริ่มเดิมทีวัดพระสิงห์มีชื่อว่า ‘วัดลีเชียงพระ’ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ตลาดกลางเมือง คำว่า ลี เป็นภาษาล้านนา แปลว่า ตลาด ผู้สร้างคือพญาผายูเมื่อ พ.ศ. 1888 เพื่อเป็นที่ประทับของพระมหาอัคญะจุฬเถระที่ทรงอาราธนาจากเมืองหริภุญไชย (คำนี้สะกดถูกแล้วนะครับ ผมใช้วิธีการสะกดแบบเก่า) ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในพื้นที่ภาคเหนือ

ดังนั้น การทำเช่นนี้จึงมีนัยของการย้ายศูนย์กลางพุทธศาสนามายังเชียงใหม่ ส่วนชื่อ ‘วัดพระสิงห์’ นั้นเกิดขึ้นเมื่อพญาแสนเมืองมาอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานยังวัดนี้ เพราะชาวเหนือนิยมเรียกพระพุทธสิหิงค์ว่า ‘พระสิงห์’ คำนี้ต่อมาจึงกลายเป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธรูปในศิลปะล้านนาด้วย ได้แก่ พระพุทธรูปแบบสิงห์ 1 สิงห์ 2 แต่การอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มาประดิษฐานยังวัดแห่งนี้ ทำให้วัดนี้กลายเป็นที่มีความสำคัญต่อเชียงใหม่มาต่อเนื่องทุกยุคสมัยนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน

วัดพระสิงห์, เชียงใหม่

สิ่งแรกที่เราจะเห็นเมื่อผ่านประตูวัดเข้าไปก็คือวิหารหลวง ซึ่งอาคารหลังปัจจุบันนี้เป็นผลงานในสมัยของครูบาเจ้าศรีวิชัยเมื่อ พ.ศ. 2467 แทนที่อาคารทรงจัตุรมุขหลังเดิม อาคารหลังนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอาคารที่แสดงการผสมผสานระหว่างศิลปะรัตนโกสินทร์และศิลปะล้านนา ดูได้ง่ายๆ จะหน้าบันด้านหน้าเลยครับ เพราะมีการประดับด้วยรูปนารายณ์ทรงครุฑล้อมรอบด้วยลายพันธุ์พฤกษาซึ่งเป็นลวดลายที่ไม่ปรากฏในศิลปะล้านนา โดยมีการแทรกรูปเสือ สัญลักษณ์ประจำปีเกิดของครูบาเจ้าศรีวิชัย นั่นก็คือปีขาล

วัดพระสิงห์, เชียงใหม่ วัดพระสิงห์, เชียงใหม่


อ่านที่ https://readthecloud.co/wat-phra-singh/