ชมแหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย


“พุทธศักราช2519 หนแรกของการศึกษาและทำการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ในประเทศไทย” หากนับๆดูแล้วก็ผ่านมาแทบ 40 ปีอย่างยิ่งจริงๆนะคะ วันนี้พวกเราจะพาไปพบกับไดโนเสาร์ที่แก่เป็นล้านๆปีกันเลย ทายใจกันได้มั้ยค่ะว่าวันนี้พวกเราจะท่องเที่ยว ณ สถานที่เที่ยวแห่งไหนกัน ใบ้ให้นิดเดียวแล้วกันจ้ะว่า ‘พิพิธภัณฑสถานที่นี้ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น’ เพียงพอจะทายใจกันได้มั้ยขา?


พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง” อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่นนี่เองจ้ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราอย่าเสียเวล่ำเวลาอันมีค่าของพวกเราเลยจ้ะ ไปทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑสถานนี้กันเลยดีกว่าจ้ะว่าเพราะเหตุใดพวกเราถึงจะต้องเดินทางไปมองให้เห็นมากับตาให้ได้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้นะคะเน้นย้ำการจัดแสดงหรือการวางเรื่องราวให้เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของซากดึกดำบรรพ์จ้ะ รวมทั้งในพุทธศักราช2519 อย่างที่เล่าไปแล้วจ้ะว่าเป็นครั้งแรกของการศึกษาและทำการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นที่แรกของประเทศไทย รอบๆห้วยประตูตีสุนัข ฟอสซิลกระดูกชิ้นที่เจอนั้นมีความกว้างยาวราว 1 ฟุต จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่ามีฟอสซิลชิ้นนี้ลักษณะใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ซอโรเพียงพอด ซึ่งมีขนาดใหญ่ยาวราวๆ 15 เมตร และก็จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นส่วนปลายข้างล่างสุดของกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์ชนิดรับประทานพืช นำมาซึ่งการเริ่มต้นการสำรวจไดโนเสาร์ที่ภูเวียงอย่างเป็นจริงเป็นจังในปี 2524 จ้ะ ในปีนั้นเองจ้ะที่ได้เจอ กระดูกไดโนเสาร์จำพวกรับประทานพืชขนาดใหญ่ ฟันตะไข้ กระดองเต่า ฟันรวมทั้งเกล็ดปลาโบราณ


จากการศึกษาและทำการค้นพบนี้เองจ้ะ ที่เป็นการศึกษาและทำการค้นพบที่สร้างชื่อให้กับพิพิธภัณฑสถานที่นี้อย่างยิ่ง มีการตั้งชื่อฟอสซิลไดโนเสาร์ที่พบว่า “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรณี” การที่ใช้ชื่อนี้ยิ่งทำให้ผู้คนไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไทยเองดีแล้ว หรือชาวต่างประเทศ ต่างฉันมีการเอ่ยถึงฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ศึกษาและทำการค้นพบกันอย่างมากมาย ด้านในพิพิธภัณฑสถานมีการจัดให้นักเดินทางได้เรียนแหล่งค้นหาเจอซากฟอสซิลไดโนเสาร์รวมกันถึง 9 หลุม ให้รู้เรื่องทราบกลับไปอย่างมากเลยนะคะ ด้วยเหตุว่า ภายหลังที่มีการศึกษาและทำการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกแล้ว ยังได้มีการค้นหาเจอซากฟอสซิลรวมทั้งรอยตีนไดโนเสาร์อีกด้วยจ้ะ


โดยหลุมที่ 1 “ประตูตีสุนัข” นำเสนอเรื่องของฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่มากไม่น้อยเลยทีเดียวมายที่เรียงรายอยู่ในส่วนของชั้นหินจ้ะ


หลุมที่ 2 “ถ้ำเจีย” ส่วนนี้จัดโชว์ฟอสซิลไดโนเสาร์ในส่วนคอของไดโนเสาร์ซอโรเพียงพอดที่เอามาเรียงต่อกันได้ปริมาณ 6 ขิ้น


หลุมที่ 3 “ห้วยประตูตีสุนัข” ส่วนนี้มีการเจอกระดูกสันหลังและก็ซี่โครงจำนวนมากที่เป็นของไดโนเสาร์รับประทานพืชขนาดใหญ่


หลุมที่ 4 “โนนสาวเอ้” ณ รอบๆนี้ เจอฟอสซิลกระจัดกระจายเป็นรอบๆกว้างกว่า 10 ตารางเมตร มีกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอเพียงดขนาดใหญ่ แล้วก็ที่อยู่ในวัยเด็ก นอกเหนือจากนี้ยังเจอเกล็ดปลาเลปิโดเทสรวมทั้งกระดองเต่า


หลุมที่ 5 “ซำต้นหญ้าติดอยู่” หลุมที่ 6 “อาจเค็ง” รวมทั้งหลุมที่ 7 “ภูเขาน้อย” ในรอบๆ 3 จุดนี้ มีการค้นหาเจอไดโนเสาร์ทั้งยังขนาดใหญ่รวมทั้งที่ยังเยาว์ และก็ยังเจอฟอสซิลของตะไข้ขนาดเล็กอีกด้วย


หลุมที่ 8 “หินลาดป่าชาด” ในรอบๆหลุมค้นหานี้ได้เจอกับรอยตีนไดโนเสาร์ มากยิ่งกว่า 60 รอยใน 10 วิถีทางเดิน เป็นของไดโนเสาร์พวกรับประทานเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเดินด้วย 2 ขาข้างหลัง


แล้วก็ในหลุมที่ 9 “หินลาดยาว” ซึ่งเป็นหลุมในที่สุดนั้น มีการจัดโชว์การค้นหาเจอกับกระดูกสันหลังจำนวนหลายชิ้นที่โผล่มาจากชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินเสาขัว และก็ยังเจอส่วนของบั้นท้ายทางด้านซ้ายแล้วก็กระดูกส่วนหางกว่า 10 ชิ้น ของพวกไดโนเสาร์รับประทานเนื้อขนาดใหญ่ ยาวราว 6.5 เมตร


ถ้าหากว่านักเดินทางท่านใดหรือคนที่พอใจในเรื่องของซากดึกดำบรรพ์ แล้วก็ในเรื่องของไดโนเสาร์แล้วล่ะก็ ไม่สมควรที่จะพลาดเข้าไปดู เข้าไปศึกษาเล่าเรียนพิพิธภัณฑสถานไดโนเสาร์ภูเวียงเด็ดขาดเลยจ้ะ ด้วยเหตุว่า นอกเหนือจากที่จะได้เจอกับเรื่องราวที่พวกเราบางทีอาจไม่รู้จักไม่รู้มาก่อน พวกเรายังได้การสนุกสนานได้การรู้มากมายจากการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ และไม่ว่าจะเป็นการขุดคุ้ยเจอใดๆแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบที่เล็กที่สุด หรือใหญ่ที่สุดก็ตาม การศึกษาและทำการค้นพบทั้งผองทั้งสิ้นย่อมมีคุณค่าต่อมนุษยชาติอย่างที่สุดด้วยเหมือนกันจ้ะ