แนะนำ 8 ร้านน่านั่งในกรุงเทพเพื่อฟังดนตรีแจ๊สสด

The WoodShed (BTS Phrom Phong)

หากคุณเดินเข้าซอยสุขุมวิท 31 จะเจอร้านอาหาร HARVEST ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปแล้ว จะเจอโซนมหัศจรรย์ เป็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “The WoodShed” The WoodShed เป็นบาร์ดนตรีสด ที่มีสภาพแวดล้อมและระดับอคูสติกที่เหมาะแก่การแสดงดนตรีแจ๊สเป็นอย่างยิ่ง โดยที่มาของชื่อ The WoodShed นั้น อาจมาจากชื่อเรียกโรงไม้เก่าหลังบ้านที่นักดนตรีสมัยก่อนนิยมขังตัวเองไว้ที่นั่นเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อซ้อมดนตรีนั่นเอง

แต่รู้หรือไม่ว่า โรงไม้เก่าหลังนี้ เป็นแจ๊สบาร์ที่จำหน่าย Craft Spirits และ Cocktail ที่คัดสรรจากส่วนผสมเกรดพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการคิดค้นของสองพี่น้อง คุณทิม บัญชา วิจิตรรัตนกิจ และ คุณเบลล์ ณัฐวดี วิจิตรรัตนกิจ โดยพวกเขา และพนักงานทุกคนนั้น ใส่รายละเอียด ความพิถีพิถัน และความสร้างสรรค์ในเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความประทับใจของแขกทุกคนที่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ ภายในร้านจะตกแต่งแบบ Rustic แนวธรรมชาติ บรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับการฟังเพลงแจ๊สคุณภาพเยี่ยม จึงไม่แปลกใจเลยที่ The WoodShed มักจะเต็มไปด้วยเหล่าคนสวยคนหล่อมีสไตล์ ชาวกรุงที่ทันสมัยแต่มีรสนิยมดีชอบของคลาสสิค

ทางร้านมีการแสดงดนตรีแจ๊สสดทุกวัน ย้ำว่า ทุกวัน ซึ่งผมมองว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมและค่อนข้างจะหาได้ยากอีกด้วย โดยจะมีการเล่นดนตรีแจ๊สที่หลากหลาย ทุกๆ วันจันทร์และวันพุธจะเป็นแนว New Orleans Jazz และวันอื่นๆ จะเป็นแนว Straight Ahead Jazz ครับ ถ้าจะจบตรงนี้โดยไม่กล่าวถึงโซนร้านอาหาร HARVEST คงจะไม่ได้ เพราะ HARVEST เป็นร้านที่ตกแต่งสวยด้วยบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านเพื่อน โดยเอกลักษณ์ของทางร้านคือ การนำเสนออาหาร Home-Cooked ที่คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ นำมาปรุงอย่างพิถีพิถัน ทำให้อาหารแต่ละจาน มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อยเข้มข้น สารอาหารครบถ้วน แม้แต่การตกแต่งจาน ก็ดูสวย ทำให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารจานโปรดได้เป็นเวลานาน

The WoodShed เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่าง 17:30 น. ถึงเที่ยงคืน และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ เพียงคุณเดินเข้าซอยสุขุมวิท 31 จะเจอร้านอยู่ไม่ใกล ใครต้องการจองโต๊ะ สามารถโทรเบอร์ 02-262-0762 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตาม Facebook Page ของทางร้านได้เลยครับ

The Living Room (BTS Asoke)

คุณสามารถหนีจราจรที่ติดขัดย่านถนนสุขุมวิทได้ เพียงแค่แวะมานั่งฟังเพลงที่ The Living Room บาร์แจ๊สภายในโรงแรมสุดหรูอย่าง Sheraton Grande Sukhumvit ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก โดยที่นี่ The Living Room ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับการชมดนตรีสดแนวแจ๊สมากที่สุด ซึ่งแน่นอนคุณจะได้พบกับบรรยากาศภายในร้านที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย คล้ายกับห้องรับแขกของโรงแรม 5 ดาว ไม่ใช่น้อย

นักดนตรีที่ขึ้นแสดงที่ The Living Room แต่ละคนมีความสามารถระดับสากล ไม่ก็มีชื่อเสียงที่สุดในแวดวงดนตรีแจ๊สในประเทศไทยก็ว่าได้ มีนักเปียนโนมากฝีมืออย่าง Randy Cannon ที่ล่าสุดได้จับมือร่วมแสดงกับน้องชายแท้ๆ ของเขา Steve Cannon นักเป่าทรัมเป็ต และ Flugelhorn ซึ่งพวกเขาจะมาแสดงสายสัมพันธ์พี่น้องผ่านดนตรีแจ๊สที่ The Living Room นอกจากนั้น Alberto Marsico Trio จากทวีปยุโรปยังได้มาแสดงที่บาร์ไฮโซแห่งนี้ ซึ่งคุณ Alberto Marsico ผู้นำวงนั้น เป็นถึงขั้นนักเล่นออร์แกนชื่อดัง ถ้าไม่อยากพลาดโชว์ดีๆ คุณสามารถเช็คตารางนักดนตรีได้ตามลิ้งค์นี้: http://bit.ly/2V6NKTE แต่ถ้าคุณเป็นพวกไม่ชอบวางแผน ชอบไปเที่ยวตามอารมณ์ความรู้สึก ก็ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะที่ The Living Room นั้น มีการแสดงดนตรีแจ๊สสดจากวง Soul Steppers เป็นประจำ ใครชอบฟังเพลงแจ๊ส ห้ามพลาด!

The Living Room อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอโศก เปิดให้บริการตั้งแต่ 9โมงเช้า ถึง เที่ยงคืนของทุกวัน โดยจะมีดนตรีแจ๊สสดทุกคืน สามารถจองโต๊ะได้ทางโทรศัพท์ เบอร์ 02-649-8353 หรือเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทางเพจ Facebook ของร้านครับ

The Bamboo Bar (Riverfront, BTS Saphan Thaksin) 

กลางศตวรรษที่ 19 เมื่อครั้งประเทศไทยยังเป็นที่รู้จักในนามของ สยาม บ้านพักสำหรับกะลาสีต่างชาติได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้กลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก The Mandarin Oriental และที่นั่น ก็เป็นสถานที่ตั้งของ The Bamboo Bar

เล่ากันว่า The Bamboo Bar มีประวัติยาวนานถึงประมาณปีคริสตศักราช 1953 และบรรยากาศภายในร้านสามารถพาคุณไปสู่ยุคสมัยนั้นได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะการตกแต่งต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีชื่อและลูกเล่นที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยที่งดงาม ได้ยินกันแล้วก็คงอดไม่ได้ที่จะแว๊บไปนั่งจิบ Hang Lay, Talad Naam, Aggy Aggy หรือ Hawker ที่สร้างสรรค์โดยทีม Mixologist ของ Bamboo Bar ที่ได้รับรางวัลมากมาย พร้อมเสพย์ดนตรีแจ๊สสดคุณภาพดี ท่ามกลางกลิ่นไอของอาณาจักรสยาม 

ตลอดปีที่ผ่านมา The Bamboo Bar ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่กลางคืนสุดคลาสสิคที่ชาวกรุงเทพนิยมไปเชยชม เป็นการรวมตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบของเสียงเพลง สไตล์ และสเน่ห์ที่น่าหลงไหล โดยทางร้านจะมี Dress Code สำหรับแขกที่มาใช้บริการ The Bamboo Bar ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของ Asia’s 50 Best Bars ในปี 2019 และได้ชื่อว่าเป็นบาร์ที่ ดีที่สุดในประเทศไทย The Bamboo Bar มีการแสดงดนตรีสดทุกคืนหลากหลายสไตล์กันไป เช่น Easy Listening Jazz หรือ Smooth Jazz, Bebop และ Bossa Nova.

คุณสามารถแวะเข้าไปฟังดนตรีสดได้ที่ Bamboo Bar ช่วง 21:00 น. ถึง 23:45 น. ทุกๆ วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี และ 21:00 น. ถึง 00:45 น. ทุกๆ วันศุกร์และวันเสาร์ ใครไม่ใช้รถส่วนตัว สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีสะพานตากสิน และนั่งแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์ไปยังโรงแรม Mandarin Oriental สำหรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถเช็คได้ที่เพจหรือเว็บไซต์ของทางร้านเลยครับ 

FooJohn Building (Chinatown)

FooJohn Building เป็นร้านอาหาร บาร์ และพื้นที่แสดงดนตรีสด ตึกแถว 3 ชั้นสไตล์ยุค 1960 ที่ได้รับการรีโนเวทใหม่โดยมีจุดเด่นคือ ชั้นแต่ละชั้นถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป โดยชั้นที่ 1 เป็น Bistro ฝรั่งเศสที่ชื่อว่า FoudieJoie เสิร์ฟอาหารทานเล่นและเครื่องจำพวกสไตล์ฝรั่งเศส เช่น เครป ไวน์ และ Appetizer เย็นต่างๆ แบบ Charcuterie อาหารจำพวกแฮมและชีสที่ถูกจัดแต่งสวยงามไว้บนจาน

ชั้นที่ 2 จะเป็นชั้นที่จัดแสดงดนตรีสด 3 ถึง 4 คืนต่อสัปดาห์ โดยแนวดนตรีที่นิยมเล่นมากที่สุดคือ แจ๊ส ซึ่งบาร์นี้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มในยุคต้องห้าม อย่างเช่น Negroni ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ถือกำเนิดขึ้นในยุค 1920s เป็นยุคที่ประเทศสหรัฐอเมริกาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มสุราทุกชนิด จนเกิดบาร์ใต้ดินขึ้นอยู่หลายแห่ง คุณสามารถที่จะเพลิดเพลินกับเครืองดื่มสุดพิเศษของคุณ ควบคู่กับดนตรีแจ๊สจากศิลปินคนโปรดของคุณได้ที่ชั้นนี้

FooJohn Building ไม่ได้มีขนาดใหญ่โต และไม่ได้เป็นร้านที่หรูหราอะไร แต่เป็นร้านแฮ็งเอาท์ที่เจ๋งที่สุดแห่งนึงในกรุงเทพก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมากับแก๊งเพื่อนซี้คนสนิท หรือมาเพื่อพบปะเพื่อนใหม่ที่หลากหลายแต่มาความคล้ายกันคือความรักในเสียงเพลงแจ๊สและดนตรีสด แต่ถึงแม้ว่าคุณมาคนเดียวและชอบที่จะอยู่กับตัวเอง บรรยากาศที่อบอุ่นของทางร้านจะทำให้คุณรู้สึกเป็นหนึ่งกับวงดนตรี และคุณจะไม่มีวันสัมผัสกับคำว่าเหงาเด็ดขาด

FooJohn นำเสนอดนตรีสดคุณภาพจากนักดนตรีหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าในรูปแบบ Jam Session คือการแสดงสดแบบฟรีฟอร์มที่ไม่ได้ผ่านการซ้อมมาก่อน จนไปถึงโชว์เดี่ยวจากทั้งนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ เช่น Mitch Frohamn, Jakob Dinesen, Jean-Seb Simonoviez, Teerapoj Bump Plitakul, และ Joshua Lebofsky และอีกหนึ่งนักดนตรีที่ขาดไม่ได้ (เพราะฮีมีส่วนร่วมในทุกโชว์) นั่นคือ Mr. Sticks มือกลองชาวฝรั่งเศสคนโปรดของเราที่จะให้คุณหลงใหลไปกับเสียงดนตรีของเขาอย่างน่าประหลาดใจจนยากที่จะอธิบายออกเป็นคำพูดได้ หรือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า je ne sais quoi นั่นเอง

ช่วงนี้ ในส่วนของชั้น 3 นั้นจะเป็นโซนสำหรับจัดอีเว้นท์ควบคู่ Soul Bar เป็นการผสมผสานหลากหลายไอเดีย และสไตล์ดนตรี ไว้ในที่แห่งเดียว ทำให้ขาแจ๊สอย่างเรายิ่งอยากแวะเข้าไปที่ FooJohn Building มากขึ้นไปอีกเท่าตัว

FooJohn Building เปิดให้บริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ระหว่าง 18:00 น. ถึงเที่ยงคืน สำหรับตารางการแสดงต่างๆ และรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเช็คดูได้ที่เพจ Facebook ของทางร้าน

Whisgars (BTS Asoke)

Whisgars เป็นบาร์หรูสไตล์ Gentlemen’s Club เอาใจสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ ให้จำหน่ายทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และซิการ์นานาชนิด จุดเด่นของทางร้านก็คือ High-end Single Malt วิสกี้ ซิการ์ม้วนมือแบบพรีเมี่ยม และเครื่องดื่มค็อกเทลที่ผสมโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่จุดที่เฉพาะตัวของทางร้าน แน่นอน ว่าต้องเป็นซิการ์ ที่มีให้เลือกหลายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นซิการ์นำเข้าจาก Cuba, Dominican Republic, Nicaragua หรือ Costa Rica ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าเข้ามาไทยในช่วงไหน

ที่ร้านมีการแสดงดนตรีสดโดยนักดนตรีคุณภาพ ระหว่างวันพุธจนถึงวันเสาร์ แนวดนตรีจะหลากหลาย เน้นอยสร้างบรรยากาศให้คุณดื่มด่ำกับเครื่องดื่มและซิการ์ตัวโปรดได้ตลอดทั้งคืน ใครเป็นลูกค้าของ Whisgars จะทราบว่าระดับการบริการของที่นี่น่าประทับใจมาก ทีมพนักงานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าบาร์เทนเดอร์หรือพนักงานเสริฟ ได้ถูกคัดเลือกและอบรมมาอย่างดีจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มและซิการ์ สามารถที่จะแนะนำตัวเลือกที่เข้ากับคุณได้อย่างพอดี

Whisgars ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหารและบาร์ดังขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Slanted Taco ร้านอาหารเม็กซิกันน้องใหม่ที่มาแรงแซงโค้ง เมนูไก่รสเลิศจาก Birds Rotisserie ไวน์บาร์ชื่อ The Little Wine Bar หรือแม้กระทั่ง CRAFT ร้านเบียร์ชื่อดังที่จะพาคุณไปยังโลกใบใหม่ ให้คุณถูกล้อมรอบไปด้วยเบียร์จากนานาประเทศ แขกทุกคนของ Whisgars สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้จากทุกร้านที่ว่ามานี้ รวมถึงเมนู พิซซ่า เบอร์เกอร์ และอาหารไทยรสจัด เช่น ส้มตำปูปลาร้าอีกด้วย

คุณสามารถเดินไปที่ร้าน Whisgars ได้จากรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งร้านจะเปิดให้บริการทุกวันระหว่าง 14:00 ถึง 02:00 น. ตารางดนตรีแจ๊สและดนตรีสดอื่นๆ จะถูกแชร์ผ่าน Facebook ของทางร้านอย่างสม่ำเสมอ สามารถแวะเข้าไปกดไลค์เพื่อรับข่าวสารใหม่ๆ ได้เลยครับ

jazZ happens (Phra-Nakorn)

jazZ happens เป็นทั้งบาร์ และศูนย์รวมของคนรักดนตรีแจ๊ส ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ที่จะแบ่งปันไอเดีย และมุมมองทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ให้กลุ่มคนรักดนตรีแจ๊สได้มาสังสรรค์และเฉลิมฉลองกัน jazZ happens เป็นร้านที่ค่อนข้างเล็ก ที่เหมาะมากสำหรับการนั่งดื่มแบบสบายๆ เพื่อซึมซับเสียงเพลงแจ๊สดีๆ และวัฒนธรรมไทยที่ทันสมัย ร้านตั้งอยู่กลางกรุงเก่า ใกล้วัดพระแก้ว และสถานที่เที่ยวดังๆ มากมายเช่น พระบรมหาราชวัง ทำให้ได้บรรยากาศอีกแบบที่แตกต่างจากบาร์อื่นๆ เมนูเครื่องดื่มในร้านมีแต่แอลกอฮอล์ไทยนะคะ เบียร์ไทยและลาว วิสกี้ ไวน์ และค็อกเทลไทย เมนูที่แนะนำก็เป็นอาหารไทยค่ะ เช่น หมูทอดน้ำปลา ยำแซลม่อน ข้าวผัดเนื้อเค็ม ส้มตำ และกุ้งแช่น้ำปลา

jazZ happens เปิดทำการมาแล้วรวม 11 ปี และทุกวันนี้ ก็มีทั้งนักดนรีไทยและสากล รวมถึงนักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์จากมหาวิทยาลัยดังต่างๆ และอาจารย์ของพวกเค้า ดนตรีแจ๊สสดที่นี่คุณภาพดี เป็นที่ที่น่าไปนั่งฟังเพลงพร้อมจิบเบียร์เย็นๆ ราคาอาหาร เครื่องดื่มก็สมเหตุสมผลดีมาก ขาแจ๊สต้องไปสักครั้งแล้วรับรองจะติดใจ

ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เปิดทุกวันยกเว้นวันพฤหัส สามารถแวะไปได้ตั้งแต่ 19:00 ถึง 01:00 น. เชิญมาร่วมสนุกด้วยกันครับ

Saxophone Pub and Restaurant (BTS Victory Monument)

ร้าน Saxophone Pub & Restaurant เป็นอีกหนึ่งร้านที่ขาแจ๊สและ Blues นิยมไปนั่งฟังเพลง คุณภาพการันตีโดยศิลปินชื่อดังมากมายของประเทศไทยที่มาแสดงที่นี่ อาทิ เช่น คุณโก้ Mr. Saxman, วง T-Bone, คุณหนึ่ง จักรวาล, The Emergency, JRP Little Band และศิลปินอีกมากมาย เชิญชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ของดนตรีจากนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงที่สุดทั้งในไทยและต่างประเทศ สามารถแวะไปฟังดนตรีสดดีๆ ได้ทุกคืน

ใครนั่งฟังเพลงดึกๆ แล้วหิวก็ไม่ต้องกลัว Saxophone เค้ามีอาหารไทยรสดีที่ทานแกล้มกับเครื่องดื่มเป็นร้อยชนิดรวมถึงเบียร์ด้วยครับ

การเดินทางไปที่ Saxophone Pub & Restaurant ไปได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้บีทีเอส ลงที่สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ออกประตู 4 ทางร้านเปิดบริการทุกคืนตั้งแต่18:00 ถึง 01:00 น. สามารถเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook ของทางร้านะครับ

The Melting Clock (BTS Ekamai)

คุณจะตะลึงไปกับบรรยากาศและการตกแต่งที่เทียบเท่า Art Gallery ตั้งแต่ก้าวแรก ณ ที่แห่งนี้ The Melting Clock ร้านอาหารและบาร์ที่มีดนตรีสดทุกคืน รวมถึงดนตรีแจ๊สด้วย ดนตรีบรรเลงโดยนักดนตรีคุณภาพทั้งไทยและต่างชาติ คุณจะดื่มด่ำไปกับดนตรีบอสซ่า แซมบ่า ที่บรรเลงโดย Fabão  อีกทั้งยังมี Lips Manly, Smooth Boss, The O-Square with Yanisa และ Gregory Wilson ที่มาแสดงตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ ร้าน Melting Clock แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก

ระบบเครื่องเสียงของร้านช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี เหมาะสำหรับการฟังเพลงและการพูดคุยในหมู่เพื่อน ถ้าพูดถึงสถานที่ ก็กว้างขวาง โปล่งมาก ไม่อึดอัด ใครมากันเป็นกลุ่มแล้วกลัวจะเสียงดังรบกวนคนอื่นก็สามารถเลือกที่จะนั่งหลังร้านได้ อีกทั้ง ครัวร้านนี้เปิดจนดึก และมีอาหาร Italian และอาหาร Fusion แปลกๆ ให้คุณได้ลิ้มลอง พร้อมกับไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วโปรด เป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับกับการเพลิดเพลินในยามราตรีที่กรุงเทพ

ร้านเปิดทุกคืน ตั้งแต่ 18:00 ถึง 01:00 น. และสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีเอกมัยแล้วเดินต่อมานิดหน่อยได้ค่ะ เราเคยไปรีวิวอาหารร้านนี้ด้วยนะ อ่านเลย!


ขอบคุณที่มา https://www.bangkokhaps.com/guide/the-8-best-places-for-jazz-bars-in-bangkok