เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ที่จะให้รางวัลกับทีมหมูป่า เรียนฟรีจนจบปริญญาเอก!

เป็นข่าว ที่ดังในกระแสโซเชียล อีกหนึ่งข่าว ที่เกี่ยวข้องกับทีมหมูป่า หลังจากที่ออกจากถ้ำแล้ว ก็ยังมี Drama เกิดขึ้นอึกต่อเนื่อง เพราะความเป็นคนไทย มีน้ำใจ ของหลายๆ ฝ่าย ที่หยิบยื่นให้กับคนไทยด้วยกัน บางอย่างก็ดี เห็นด้วยอย่างยิ่ง บางอย่าง ก็เกินไป สำหรับการที่จะให้รางวัลอะไรนั้น บางทีก็ถึงคำนึงถึงผลกระทบด้วย ดังเช่นเรื่องนี้ครับ


ตามที่ มหาวิทยานเรศวร ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความประสงค์จะให้มอบทุนการศึกษาให้ทีมหมูป่า ทั้ง 13 คนเรียนฟรี ตั้งแต่ ปริญญาตรี จนถึงปริญญาเอก (ถ้าหากพวกเขาต้องการ) ลองอ่านเนื้อหาก่อนครับ

สำหรับใจความสำคัญ หลักๆ ที่ขีดเส้นสีแดงนะครับ (ส่วนภาพต้นฉบับคลิกที่นี่)

ซึ่งเรื่องนี้ ทางเพจ หมอโอ๋ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ได้ให้ทรรนะคติในเรื่องนี้ว่า

#รางวัลกับทางลัดของชีวิต

ช่วงนี้มีการแชร์เทปที่หมอไปออกไทยพีบีเอส พร้อมกับมีการอภิปรายกันในสังคม

“ทำไมเราไม่ควรให้รางวัลเด็กๆ”

ซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วย และเห็นต่าง

“มันก็แค่ของปลอบขวัญมั้ย”

“ก็ถือเป็นรางวัลของความอดทนเข้มแข็ง”

สำหรับความเห็นตัวเอง หมอคิดว่าเด็กๆ ได้รางวัลที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว คือ “การมีชีวิตรอด” กลับมาหาพ่อแม่

พวกเค้าคือ “ผู้ประสบภัย” ที่ไม่ได้ทำความดียิ่งใหญ่ ขนาดที่ต้องได้รับรางวัลชีวิตมากมายขนาดนั้น

ที่สำคัญ พวกเค้าอยู่ในวัยที่กำลัง “ต้องการการพัฒนา” พวกเค้าควรจะได้พัฒนาศักยภาพ และคุณลักษณะสำคัญที่จะกลายไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

“การมีจุดมุ่งหมาย และพยายามไปถึงเป้าหมาย”

“การกัดไม่ปล่อยที่ทำให้ทำอะไรได้สำเร็จ”

“ความอดทนต่อความยากลำบาก ที่ทำให้ก้มหน้าพัฒนาตัวเอง”

“ความล้มเหลว ที่ทำให้ได้เรียนรู้”

ฯลฯ

การหยิบยื่นรางวัลต่างๆ ให้ ทำให้เกิด “ทางลัด” มากมายในชีวิต

“ทางลัด” ที่ไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงในการพัฒนาชีวิต

การให้ของปลอบใจ ปลอบขวัญ มันทำไม่ได้เลยหรอ?

มันก็คงไม่ถึงกับไม่ได้นะคะ แต่ความน่ากลัวของมันคือ ในประเทศไทย

“มันไม่เคยง่ายที่จะทำให้พอดี”

คนนั้นให้... เราก็ต้องให้

แบรนด์นั้นมอบ... เราไม่มอบก็ไม่ได้

จากน้ำใจ... ก็กลายเป็นธุรกิจเกาะกระแส

กระแส “ที่ไม่เคยยั่งยืน”

และวันหนึ่งเมื่อผ่านไป ก็ไม่เคยมีใครหันมาดูดายคนที่เราได้ใช้ประโยชน์

คนงานเหมืองชิลี ได้ฝากข้อความถึงทีมหมูป่าทั้ง 13 คน

“แนะนำให้อยู่กับครอบครัวเอาไว้ อย่าสนใจสิ่งที่มีคนนำมาเสนอมากมาย อย่าไปหลงกับชื่อเสียงเงินทอง พวกเขาก็เคยมีประสบการณ์ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยสิ่งเหล่านี้ ไปฮอลลีวูด พบประธานาธิบดี ออกทีวีมากมาย นักการเมืองก็โหนกระแส ต้องตั้งทนายความดูแลผลประโยชน์ แต่แล้วไม่นานคนก็ลืม”

เขาคิดว่าเด็กๆ ไม่น่าปรับตัวได้ เพราะขนาดผู้ใหญ่ยังปรับตัวไม่ได้เลย”

หนึ่งในหลายคนยังวนเวียนกับการพบจิตแพทย์

หมอยังยืนยันสิ่งที่เคยเขียนนะคะ...

ถ้าเราหวังดีกับพวกเขาจริงๆ...

สิ่งดีๆ ที่เราควรมอบให้ คือ “ชีวิตที่เรียบง่าย และเป็นปกติ”

จะมอบอะไรให้เด็กๆ ถามตัวเองซ้ำๆ

“เราทำเพื่อพวกเค้า... หรือเราทำเพื่อตัวเราเอง?”

ขนาดออกจากถ้ำ...

ทางลัดใดๆ ก็ยังใช้ไม่ได้เลยเนอะ

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน

ผู้เชื่อว่าคนที่หวังดีกับเด็กๆ จะไม่หาประโยชน์จากเด็กๆ

ป.ล. “มอบทุนการศึกษาถึงปริญญาเอก” แอบกลัวเด็กไม่ต้องพยายามอะไร แถมถูกบังคับให้จากบ้าน หรือถูกกดดันว่าทำไมไม่เรียนถึงด๊อกเตอร์ ในเมื่อที่นี่มัน “ฟรีเลยนะลูกกกก” เฮ้อออ นี่ขนาด “มหาวิทยาลัย” นะ

-----------------------------------------------------------

แล้วเพื่อนๆ ล่ะ คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ