ยายขายข้าวหมาก ไม่ผิด แต่ขายเหล้าสาโท ผิดแน่ แต่เรียกปรับ 50,000 เกินไปไหม?

ประเด็นดราม่าวันนี้ ที่ไม่ใช่หวยอลเวง แต่เป็น กรณียายขายข้าวหมาก โดนจับปรับ 50,000 บาท ในตอนแรก ต่อมาลดเหลือ 30,000.- และเหลือ 10,000.- ในที่สุด เรื่องนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ข้าวหมาก หรือสาโท แต่กลายเป็น ข้าราชการรังแกคนจน หาเช้ากินค่ำ ที่ชาวเน็ตต่างตั้งประเด็นว่า แค่ชาวบ้านขายข้าวหมาก และแอบขายสาโท กลายเป็นเรื่องที่ต้องจับปรับในอัตราสูงๆ แบบนี้เกินไปไหม?


เอาประเด็นเรื่องข้าวหมากก่อน ผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย เรื่องนี้ คุณธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ชี้แจงดังนี้

----------------------------------------------------------

ผมไม่มีข้อเท็จจริงในคดีนี้ จึงไม่สามารถวิพากษ์ได้ แต่อยากให้ความรู้เป็นการทั่วไปในส่วนที่เกี่ยวข้องครับ

ข้าวหมักหรือข้าวหมาก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น มีส่วนผสมสำคัญจาก “ลูกแป้งข้าวหมาก” พบมากที่สุด จากหลายๆ ที่ ทำกันอย่างเปิดเผย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ผิดกฎหมายแล้ว เพราะได้แยกลูกแป้งข้าวหมากออกจาก พรบ. สุราแล้ว และส่วนผสมก็มีไม่มาก

“ลูกแป้งข้าวหมัดหรือข้าวหมาก” จะมีเชื้อราสกุล Mucor sp., Amylomyces rouxii , Rhizopus oryae ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เชื้อราที่เป็นโทษ เชื้อราทำหน้าที่สร้างเอนไซม์อมิเลสออกมาย่อยแป้งในข้าวเหนียวให้เป็นน้ำตาลในช่วงหนึ่ง คือ ๒-๓ วัน หลังจากนั้น ก็เป็นหน้าที่ของยีสต์ ในสกุล Sacchacomyces sp., saccharomycopsis fibuligera , hansenula anomala , Endomycopsis ที่หมักน้ำตาลในข้าวหมากกลายเป็นแอลกอฮอล์ แต่ก็ไม่มาก ลูกแป้งทำข้าวหมากจะให้ความหวานมากกว่าแอลกอฮอล์ไม่เหมือนกับลูกแป้งเหล้า จะให้ แอลกอฮอล์มากกว่าความหวาน

จำได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีมติ ๘:๖ ให้ถอดแป้งข้าวหมาก ออกจาก พ.ร.บ.สุราฯ ระบุละเมิดภูมิปัญญาชาวบ้าน และการประกอบอาชีพ

เนื่องจากคำว่าเชื้อสุรา ตามนิยามของความหมายใน มาตรา ๔ ของ พ.ร.บ.สุรา ระบุให้หมายความว่า แป้งเชื้อสุรา แป้งหมัก หรือเชื้อใดๆ ซึ่งเมื่อหมักกับวัตถุ ของเหลวอื่นแล้ว สามารถทำให้เกิดแอลกอฮอล์ที่ใช้ทำสุราได้ก็ตาม แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า แป้งข้าวหมักมีลักษณะที่ไม่ใช่เชื้อสุราในตัวเอง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น อาหาร ยา

ดังนั้น การที่มาตรา ๒๔ บัญญัติว่า ทำหรือขายเชื้อสุรา ที่มีความหมายรวมถึงแป้งข้าวหมัก จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ รวมทั้งยังเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ที่บัญญัติให้บุคคลซึ่งรวมตัวกับเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และของชาติด้วย แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบทกฎหมายบัญญัติรองรับมาตราดังกล่าว จึงไม่สามารถอ้างได้ว่า มาตรา ๒๔ ขัดหรือแย้งกับ มาตรา ๔๖ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๕/๒๕๔๗. (๒๔๔๗, ๔ ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มท่ี ๙๒๑ ตอนที่ ๖๓ ก)

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว การผลิตและจำหน่ายแป้งข้าวหมักก็สามารถจำหน่ายนอกพื้นที่ท่ียื่นขออนุญาตไว้ได้ เรื่องที่เกรงว่าจะนำไปผลิตสุราเถื่อนนั้น ไม่ต้องห่วงเนื่องจากการผลิตสุรา เถื่อนไม่นิยมนำแป้งข้าวหมักมาใช้ในการผลิตเพราะดูแลยาก อีกทั้งตัวแป้งข้าวหมักจะต้องคอยควบคุม อุณหภูมิและไม่คุ้มต้นทุน และสุราท่ีได้จะมีแรงแอลกอฮอล์เพียง ๕ ดีกรี จึงมักนิยมใช้ส่าเหล้ามาผลิต มากกว่า ในส่วนของการผลิตอาหารและยารักษาโรคท่ีต้องใช้แป้งข้าวหมักเป็นส่วนผสมในการผลิตน้ัน ก็ สามารถใช้แป้งข้าวหมักได้อย่างเสรีโดย“แป้งข้าวหมัก”ไม่เป็น“เชื้อสุรา”ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ แล้วครับ

ข้าวหมาก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เทียบกับ กิมจิของเกาหลี

นอกจากนี้คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับความหมายของคำว่า สุราที่น่าสนใจ...!!

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ใกล้เคียงกับกรณีนี้ไว้เป็นกรณีศึกษา คือคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๙/๒๕๐๙ เจ้าพนักงานสรรพสามิตจับจำเลยพร้อมด้วยของกลางคือข้าวหมักผสมสีอินดิโก ๑ โอ่ง ปริมาณ ๗๐ ลิตร กรรมวิธีในการทำใช้ข้าวเหนียวกับลูกแป้งเชื้อสุราหมักทิ้งไว้ ๒-๓ วัน แล้วจึงเอาสีผสมที่จำเลยใช้ย้อมผ้าเป็นสีครามของกลางรายนี้มีสีผสมอยู่ สรรพสามิตอำเภอเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าไม่ทราบว่าข้าวหมักผสมสีอย่างรายของจำเลยจะมีคนเอามาดื่มกินหรือไม่ กรมวิทยาศาสตร์ชี้แจงผลการพิจารณาตัวอย่างที่กรมสรรพสามิตนำส่งและที่เจ้าหน้าท่ีกรมวิทยาศาสตร์ไปเก็บตัวอย่างมาพบว่ามีสีอินดิโก (indigo) ผสมอยู่ทุกตัวอย่างอาจใช้ดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา ถ้าผู้บริโภคไม่ทราบถึงคุณสมบัติของสีที่ใช้ผสมจะเป็นพิษอันตรายหรือไม่ เพียงใด ของกลางที่จับได้จากจำเลยเป็นข้าวหมักผสมสีอินดิโก เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตไม่แน่ใจว่าจะดื่มได้อย่างสุราธรรมดา ทั้งไม่ทราบว่าจะมีคนเอามาดื่มกินกันหรือไม่ ตามความเห็นของกรมวิทยาศาสตร์ปรากฎชัดอยู่ว่าข้าวหมักผสมสีอินดิโกใช้ดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุราเฉพาะผู้บริโภคท่ีไม่ทราบถึงคุณสมบัติของสีที่ใช้ผสมว่าจะเป็นพิษอันตรายเท่านั้นโดยเหตุน้ีของกลางในคดีน้ีจึงมิใช่สุราตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัตติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้อง

ส่วนการผลิตข้าวหมักหรือข้าวหมากขาย ซึ่งไม่ใช่เป็นผลิตแป้งข้าวหมากนั้น ยอมรับว่า ผมไม่มีความรู้ว่าชาวบ้านต้องไปขออนุญาตอย่างไรหรือไม่ แต่ถ้ามี...ขั้นตอนแรกควรสร้างความรู้ความเข้าใจ และตักเตือนก่อน แล้วให้ไปทำเสียให้ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย ถ้าไม่ทำและยังฝืนกฎหมายทำต่อ จึงค่อยบังคับใช้กฎหมายกันต่อไปดีไหมครับ

--------------------------------------

ส่วนคุณสง่า ดามาพงค์ ที่ปรึกษากรมอนามัย ก็ระบุชัดว่า ข้าวหมาก ไม่ใช่สาโท มีแอลกอฮอล์น้อย ไม่ควรนับเป็นเหล่า

สำหรับคุณ สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เอง ก็ระบุว่า ข้าวหมากเป็นอาหาร


แต่สุดท้าย ทางกรมสรรพสามิตเอง ก็ยืนยันว่า ที่ยายขายข้าวหมาก ไม่ผิดกฎหมาย แต่ที่ต้องจับยาย เพราะว่ายาย ขายเหล้าสาโท 11 ถุง รวมทั้งหมด 11 ลิตร ซึ่งถือว่าเผิดกฎหมายเต็มๆ แต่อัตราโทษที่ปรับครั้งแรก 50,000 บาท นั้นคืออะไร? ตั้งราคาเพื่อให้ต่อรองหรือครับ? เกินไปไหม?


เพื่อนๆ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ


ที่มา : Mono29 News , นาย ธวัชชัย ไทยเขียว