ผู้อยู่เบื้องหลัง โควต้าสลากฯทหารผ่านศึก

เมื่อครั้งกรณีจัดสรรโควตาสลากล็อตใหญ่ 4 หมื่นเล่ม โดยนายธีระชัย ได้ตั้งนางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อเดือนกันยายน 2554 แต่ก็นั่งกุมบังเหียนได้แค่ 3 เดือน นางเบญจาก็ได้ลาออกไป คงเพราะทนพิษความขัดแย้งผลประโยชน์ไม่ไหว เพราะบอร์ดสลากชุดของนางเบญจาได้มีการตั้ง “คณะทำงานตรวจสอบหลักฐาน” เพื่อสาวไส้บรรดาองค์กรการกุศลทั้งหมด ก็พบเอกสารข้อเท็จจริงว่า มูลนิธิขนาดใหญ่อย่าง องค์การทหารผ่านศึกและสมาคมทหารผ่านศึกพิการ มีการนำโควตาสลากล็อตนี้ไปขายให้แก่กลุ่ม “ห้าเสือกองสลาก”


ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการทำสัญญาขายโควตา “ล่วงหน้า” เพราะคิดว่าตัวเองจะได้รับอนุมัติให้ต่อสัญญาที่ใกล้จะหมดในวันที่ 16 ตุลาคม 2554 ซึ่งตามข้อมูลของกองสลากอ้างว่า มีการเรียกเก็บเงินส่วนต่างจากพ่อค้า หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นวิธีการ “เทคอม” เป็นเวลา 1 ปีเมื่อได้หลักฐานชัดเจนขนาดนั้น บอร์ดสลากชุดของนางเบญจาจึงมีคำสั่งยึดคืนโควตาองค์กรการกุศลและมูลนิธิ 8 แห่ง เป็นการชั่วคราวจำนวน 5 งวด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2554 นำไปให้มูลนิธิสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีนายชัยวัฒน์ พสกภักดี เป็นประธาน จัดจำหน่ายแทนทั้งหมด 4 ล้านใบ


เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาทหารที่เคยได้รับการจัดสรรโควตามาอย่างยาวนาน ขณะที่ยี่ปั๊วรายใหญ่ก็ขัดใจอย่างรุนแรง และเหตุการณ์นี้ก็เป็นการปิดฉากตำแหน่ง รมว.คลัง ของนายธีระชัย เพราะตัดสินใจอะไรไปไม่รายงานให้พรรคเพื่อไทยทราบ ประกอบกับแรงเดือดจากการทำงานของบอร์ดสลากชุดนางเบญจา ที่อนุมัติการจัดสรรโควตาล่วงหน้าอย่างไม่ถูกระเบียบ เนื่องจากยังไม่มีการลงชื่อรับรองมติการประชุมจากบอร์ดแม้แต่คนเดียว ซึ่งมีการประเมินว่าการขายโควตาไปตามราคาขายส่งด้วยสัญญาขายล่วงหน้า 1 ปี ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเบื้องลึกจะฟันเงินเข้ากระเป๋าเหนาะๆ ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท คำถามคือ...แล้วเงินอยู่ในมือใคร!? เพราะพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้


สิ้นเสียงการถกเกียงก็มีชื่อ นางรวิฐา ผุดขึ้นมาในพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นคนใกล้ตัวนายธีระชัย และยังเข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ประสานงาน รมว.คลัง สามารถประสานได้ทุกเรื่อง และอาจจะรวมเรื่องงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย


อ้างอิง : http://thaipublica.org/2012/02/areepong-investigation-director-lottery/