เบื้องหลัง ล้มประมูลดิวตี้ฟรีสัญญาเดียว

หลังจากที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) ออกประกาศขายซองทีโออาร์ประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ โดยใช้โมเดลเปิดประมูลแบบสัญญาเดียว และรวมสัญญาดิวตี้ฟรีท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่ง เป็น“สัญญาเดียว” ช่วงที่ผ่านมา พร้อมกำหนดช่วงเวลาจำหน่ายเอกสารการประมูล (TOR) ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม-1 เมษายน 2562 และรายละเอียดออกมาเบ็ดเสร็จ แต่สุดท้ายต้องชะงักชั่วคราว

เพราะเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังเงื่อนไขทีโออาร์ออกมา เหล่าบรรดา “นักรบสุวรรณภูมิ” เรียงหน้าออกมาคัดค้านกันยกใหญ่ อ้างเหตุผลกลัวเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่ กลัวการผูกขาด กลัวความไม่โปร่งใส กลัวไม่เป็นธรรม ความกลัวที่หวาดระแวงอยู่ ดูเหมือนเป็นความกลัวที่ยังไม่เกิดเหตุใดๆเลย

จริงๆ ถ้าทอท.ไม่ยอมประกาศเงื่อนไขทีโออาร์การประมูลออกมาแม้แต่ข้อเดียว อันนี้น่ากลัวมากกว่า แต่ที่เห็นอยู่ทอท.ก็ประกาศเงื่อนไขทีโออาร์ออกมาแบบเปิดเผย เอกชนรายไหนที่คิดว่ามีความสามารถพอ มีศักยภาพพอก็สามารถเข้าไปแข่งขันได้อยู่แล้ว ไม่เชื่อว่าคณะกรรมการทอท.จะ หลับหูหลับตา ออกทีโออาร์ มาเพื่อ“ประเคนดิวตี้ฟรี”ให้กับรายใดรายหนึ่ง อย่างที่กลัวๆกัน

ที่น่าคิดหนักเข้าไปอีกวันนี้ การแข่งขันยังไม่เริ่มต้นเลย ทำไมต้องคิดว่าเอื้อประโยชน์กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ถ้ากลุ่มไหน รายไหนคิดว่าเก่ง สมควรออกประกาศตัวออกมาแข่งขันเลย แต่สิ่งที่ปรากฎกลับกลายเป็นสร้าง “กลุ่มก๊วน” ขึ้นมาตีรวน อ้างนั่น กลัวนี่ เพียงเพื่อให้ผู้มีอำนาจอ่อนไหว กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อต้องการยั้บยั้งการประมูลแบบ “สัญญาเดียว”มากกว่า

สิ่งที่ปรากฎมีบางกลุ่มออกมาโวยวาย หวังจะแตะเบรกทีโออาร์ประมูลดิวตี้ฟรีรอบนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติแบบสุจริตใจ ที่ไหนได้ความจริงก็ปรากฎ ก็เพราะมีแต่หน้าเดิมๆ ที่เป็น “อีแอบ” ตั้งกลุ่มก๊วนขึ้นมา คอยวิ่งเต้น ไปหาผู้หลักผู้ใหญ่คนนั้นคนนี้ เพื่อขอให้เห็นอกเห็นใจ ช่วยผลักดันให้เข้ามาเสียบแทนที่รายเดิมในงานประมูลดิวตี้ฟรีรอบนี้ ไม่ต้องการที่จะให้รวมสัญญา 4 สนามบิน เป็นสัญญาเดียว ต้องการแยกสัญญา เพราะอยากได้ ชิ้นปลามันอย่างดิวตี้ฟรีที่สุวรรณภูมิ เท่านั้น

ก๊วนนี้ก่อหวอดกับงานประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิมาระยะหนึ่งแล้ว ที่ปรากฎอยู่ตอนนี้มีอย่างน้อย 2-3 กลุ่ม

กลุ่มแรก รับงานรับเงินจากต่างประเทศมาคอยวิ่งเต้นเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่อยู่นานร่วม 2 ปีมาแล้ว วิ่งพล่านไปทั่วช่วงที่ผ่านมา พยายามตั้งประเด็นขึ้นมาร้องเรียนการบริหารจัดการของดิวตี้ฟรี โดยเฉพาะประเด็น pick up counter เรียกว่ารับงานมาเดินสายกล่าวหารายเก่าอย่างคิงเพาเวอร์ ผูกขาด pick up counter โดยไม่ได้สนใจว่าเงื่อนไขสัญญาที่คิงเพาเวอร์ได้มาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะไม่สามารถเอาชนะสัญญาที่ทอท.ทำไว้ได้

หนักไปกว่านี้มีการว่าจ้างบริษัทพีอาร์ คอยจัดกลุ่มให้ข่าวใส่ร้าย กลุ่มนี้ใช้กระบวนการทางสื่อมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนไม่ค่อยจะสำเร็จเท่าไหร่นัก มีการพูดกันถึงวงเงินรับจ้างหลายสิบล้านทีเดียว กลุ่มนี้มี “เจ้ใหญ่” ตัวการหลัก

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มธุรกิจ ที่มีความมุ่งมั่นที่อยากจะเข้าไปคว้างานดิวตี้ฟรีในสุวรรณภูมิมายาวนานแล้ว กลุ่มนี้วิธีการง่ายๆ โดยวิ่งเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่เน้นคนมีสี พร้อมกันนี้ยังวิ่งวุ่นไปที่ อดีตผู้บริหารทอท. ขอให้ช่วยเหลือ พร้อมเสนอผลประโยชน์หลายสิบล้าน แต่ถูกอดีตผู้บริหารทอท. ปฎิเสธไป กลุ่มนี้ที่มองหาทุกโอกาส ทุกจังหวะ หวังที่จะเข้าไปยึดหัวหาดดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ เรียกว่า“จ่ายหนัก” จ่ายให้กับทุกกลุ่มที่อาสาเข้ามารับงานนี้

กลุ่มสุดท้าย กลุ่มนี้เดิมทีคิดที่จะจับมือกับเอกชนต่างชาติ แต่ ณ เวลานี้ได้ประกาศตัวชัดเจน ยอมยก “ธงขาว” เลือกที่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการประมูลดิวตี้ฟรีอีก ประกาศที่จะกลับไปทำธุรกิจของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ต้องการเข้ามาเป็นผู้ท้าชิงในสนามแห่งนี้

กลุ่มคนเหล่านี้มีความมุ่งมั่นที่อยากจะได้เข้าไป บริหารดิวตี้ฟรีในสุวรรณภูมิ มากกว่าดิวตี้ฟรีอีก 3 สนามบินที่เหลือ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา สร้างกระแสต่างๆนานา ไม่นับรวมการออกไปวิ่งเต้น ล็อบบี้ พร้อมๆกับจ่ายแหลก

สิ่งที่พูดมาทั้งหมดเชื่อว่าคนในทอท. หรือแม้แต่บอร์ดทอท.เองย่อมรู้ดีว่า วันนี้เกิดคลื่นใต้น้ำอย่างไรกับโครงการนี้ อยากจะเข้ามาบริหารดิวตี้ฟรี แต่กลับใช้กลไกที่ไม่เป็นธรรม เลือกวิธีการวิ่งเต้นมากกว่าการเปิด “หน้าสู้” ฉะนั้นสิ่งที่มีกลุ่มคนเหล่านี้พยายามวิ่งเต้น ต้องการให้ยกเลิกการประมูลบ้าง แยกสัญญาประมูลบ้างคงจะพอมองเห็นแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่เป็นธรรม ผูกขาด หรือว่ากลัวคนวิ่งเต้นจะไม่ชนะการประมูลหรืออย่างไร

งานนี้ผู้มีอำนาจอาจต้องใช้วิจารณาณพิจารณาให้ถ่องแท้ มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาประเทศชาติเสียหาย ใครคือผู้ที่จะแอ่นอกออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ของทอท.ที่จะหายไป จากการแยกสัญญา หากทุกกลุ่มหวังชิ้นปลามันอย่างสุวรรณภูมิ แล้วดิวตี้ฟรีอีก 3 สนามบินจะทำอย่างไร

มีการยกตัวอย่างถึงขั้นที่ว่าถ้ารวมสัญญาเป็นสัญญาเดียวทอท.อาจจะมีรายได้ก้อนใหญ่ แต่หากแยกสัญญารายได้ทอท.ก็จะลดลง รายได้จากสุวรรณภูมิและภูเก็ต อาจจะดูดี แต่อีก 2 สนามบิน ยังมีรายได้ที่น่าห่วง

การรวมสัญญาเดียวก็เพื่อต้องการเกลี่ยนำรายได้จากยอดขาย 4 สนามบินรวมกันก่อนที่จะหักเปอร์เซ็นต์รายได้ให้กับทอท.ไป ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ รวมไปถึงความง่ายในการบริหารจัดการของดิวตี้ฟรีในแต่ละสนามบิน

ในแง่ของทอท.และบอร์ด ณ วันนี้ ยังคงยึดมั่นในหลักการรวม“สัญญาเดียว” เพราะถือว่าทุกอย่างได้ผ่านกระบวนการคำนวณมาแล้ว ไม่ได้เกิดจากการนโมตัวเลขขึ้นมาอย่างที่มีบางกลุ่มเข้าใจ

ส่วนผู้ที่สนใจสมควรเข้ามาแข่งขันแบบบริสุทธิ์ใจ สู้กันที่ความสามารถ ไม่ควรใช้วิชามารแบบวิ่งเต้น แลกกับผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ในเกมการแข่งขันต้องกล้าที่จะเปิดหน้าสู้กับคู่แข่ง ส่วนที่ใครจ่าย ใครรับ วันนี้มี “เร็คคอร์ด”เรียบร้อยแล้วรอวันเปิดโปงเท่านั้น

อยากให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการรวมสัญญา ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมในกลุ่มข้างต้นด้วย ไหนๆก็ประกาศตัวรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ และสร้างคุณธรรมต่อการประมูลงานนี้แล้ว

เป็นเรื่องน่าแปลกเมื่อก่อนการประมูลทำดิวตี้ฟรีเมืองไทย แทบจะไม่มีเอกชนรายไหนให้ความสนใจ แต่หลังจากที่คิงเพาเวอร์ชนะการประมูลเข้าไปบริหารจัดการ จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้ สร้างงาน ส่งเงินรายได้ให้กับรัฐหลายหมื่นล้านช่วงที่ผ่านมา มาถึงยุคนี้ทำให้เหล่าบรรดาธุรกิจอยากอาศัยจังหวะเข้ามาบริหารดิวตี้ฟรี ด้วยวิธีการแปลกๆ เพียงแค่หวังใช้วิธีการแบบเดิมๆคิดโค่นคู่แข่ง

เชื่อเถอะ…งานนี้ สู้กันสุดฤทธิ์ เชื่อว่าทอท.น่าจะได้กลุ่มที่เข้าไปบริหารดิวตี้ฟรีแบบมืออาชีพ สามารถทำให้การพัฒนาดิวตี้ฟรีเมืองไทย สามารถแข่งกับนานาประเทศได้ในโลกนี้


แชร์จาก https://www.thebangkokinsight.com/118723/