เปิดเบื้องหลังทำไม "คิง เพาเวอร์" ถึงชนะการประมูล 3 สัญญา

เบื้องหลัง\

ในที่สุด คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ก็มีมติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติให้...

1.โครงการให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ชนะประมูลได้ 94.30 คะแนน เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 15,419 ล้านบาท ขณะที่กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ได้ 83.10 คะแนน เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 8,516.65 ล้านบาท และบริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED ได้ 78.85 คะแนน เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 7,255 ล้านบาท

2.โครงการดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาค ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ชนะประมูล ได้ 96.10 คะแนน เสนอผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,331 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มบริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ 86.72 คะแนน เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,012 ล้านบาท และกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานภูมิภาค) ได้ 84.74 คะแนน เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,108.63 ล้านบาท

3.โครงการให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เป็นผู้ชนะประมูล ได้ 95.20 คะแนน เสนอผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 5,798 ล้านบาท ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ 80.81 คะแนน เสนอผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 3,003 ล้านบาท

ทั้ง 3 สัญญานี้ มีกําหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2563 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2574 คาดว่าจะลงนามทั้ง 3 โครงการได้ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้ โดยสิ่งที่ "คิง เพาเวอร์" เสนอผลตอบแทน เฉพาะในปีแรกนั้น ทอท. จะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 23,548,000,000 บาท (สองหมื่นสามพันห้าร้อยสี่สิบแปดล้านบาท) และ ทอท.จะปรับการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปีเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป โดยใช้สูตรการคํานวณ MAG (i) (พิจารณาจากอัตราการเจริญเติบโตของผูโดยสารประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของปีปฏิทินก่อนหน้า)

ปัจจุบัน ทอท.มีรายได้ในส่วนดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ ปีละ 6,000 ล้านบาท แต่ในปี 64 ทอท.จะมีรายได้ถึงปีละ 15,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้นปีละกว่า 9,000 ล้านบาท ขณะที่ดิวตี้ฟรีในสนามบินภูมิภาค ได้เพิ่มจากปีละ 1,000 ล้านบาท เป็นปีละ 2,300 ล้านบาท ส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ จากเดิมได้ปีละ 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นปีละ 5,798 ล้านบาท

แน่นอน เมื่อเปิดตัวเลขกันจะจะแบบนี้ ย่อมมีเสียงวิจารณ์ตามมา อาทิ...เพราะเหตุใด "คิง เพาเวอร์" ถึงยอมจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำในตัวเลขที่ก้าวกระโดดเช่นนี้ และที่ผ่านมา "สัญญาเดิม" ทำไมจ่ายน้อยเกินไป หรือเป็นเพราะมีผู้เข้าร่วมประมูลระดับโลกเสนอตัวแข่งขัน ถึงชิงเสนอผลตอบแทนแบบจัดเต็มให้กับ ทอท. และธุรกิจนี้ถูกผูกขาดเพียงรายเดียว...อีกแล้ว

เรียกได้ว่า มีความพยายามจะดิสเครดิต หรือหาข้อโจมตี เหน็บแนม แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการประมูลได้ก็ตามที

ประเด็นอยู่ที่ว่า อะไรคือเหตุผลที่ ทอท. พิจารณาแล้วเห็นว่า "คิง เพาเวอร์" เหมาะสม และชนะการประมูลในครั้งนี้ โดยเฉพาะกับเรื่อง "ดิวตี้ฟรี " ที่เป็นจุดสนใจมากที่สุด

นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ให้เหตุผลที่น่าสนใจและเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า ทำไม "คิง เพาเวอร์" ถึงชนะเหนือคู่แข่ง นั่นคือ "ต้องเรียนว่า...รายละเอียดของเทคนิคที่เสนอนั้น อาจเปิดเผยได้ไม่ 100% เพราะหากมีการประมูลที่อื่นอีก จะมีการก็อปปี้กันทางธุรกิจได้ แต่ 'คิง เพาเวอร์' มองเรื่องอื่นด้วย และให้น้ำหนักกับ 28 หลุมจอดที่กำลังจะสร้าง ส่วนบริษัทอื่นๆ ที่เข้าประมูล พิจารณาตามจำนวนผู้โดยสารเป็นหลัก ขณะที่ 'คิง เพาเวอร์' มองการขยายตัวของสนามบิน ที่จะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้น แต่บริษัทอื่นๆ ไม่นำเรื่องนี้มาคำนวณรายได้ จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ 'คิง เพาเวอร์' ชนะประมูลในครั้งนี้"

หากมองตามหลักความจริง การประมูลครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมูลหลายราย แถมมีดิวตี้ฟรีระดับโลกเข้าร่วมด้วย จึงตัดประเด็นเรื่อง "การผูกขาด" ไปได้ เพียงแต่การเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินกว่าที่คนทั่วไปคาดการณ์ โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมประมูลด้วยกันเองนั้น เป็นเพราะความเป็น "มืออาชีพ" ที่ "มองการณ์ไกล" ในเรื่อง การขยายหลุมจอด ที่แน่นอน...ย่อมต้องมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น และรายได้ก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามมา บวกกับประสบการณ์ที่ทำอยู่แล้ว และความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่ ทำให้ "คิง เพาเวอร์" กล้าที่จะฉีกรูปแบบเดิม และนำเสนอในสิ่งที่ "รัฐ" ได้ผลตอบแทนสูงสุด เพราะเชื่อว่าตัวเองทำได้แน่

คำยืนยันของ "นิตินัย" ที่ว่า "เมื่อรวม 3 สัญญาแล้ว ทำให้ในปีงบประมาณ 64 ทอท.จะได้รายได้ 23,548 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 10,000 ล้านบาทอย่างมีนัยยะ เชื่อว่าการประมูลรูปแบบนี้ จะให้ผลประโยชน์กับองค์กรและประเทศสูงสุด สำหรับผู้ชนะการประมูลนั้นนอกจากค่าผลประโยชน์ตอบแทนที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนแล้ว แผนธุรกิจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนนด้านเทคนิค ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะ ซึ่งดิวตี้ฟรีระดับโลกที่มาร่วม เสนอรายได้ห่างจาก 'คิง เพาเวอร์' 1 เท่าตัว โดยเทียบตัวเลขกับ 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ดิวตี้่ฟรีระดับโลกไม่กล้าสู้ ในระดับ 10 ปีข้างหน้า"

ธุรกิจอุตสาหกรรมการบินนั้น "ทอท." ในฐานะคนบริหารสนามบิน ย่อมมีการประเมินตัวเอง ว่าเป็นอย่างไร การที่ "นิตินัย" ยอมรับว่า ข้อเสนอที่ "คิง เพาเวอร์" เสนอนั้น สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ย่อมเป็นเรื่องที่พิสูจน์ชัดเจนว่า ความเป็นมืออาชีพที่มองการณ์ไกล และกล้าที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ จนทำให้ชนะการประมูลทั้ง 3 สัญญาของ "คิง เพาเวอร์" จึงไม่ใช่เรื่องที่ใครเอื้อประโยชน์ให้ใคร เพราะที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือ "รัฐ" นั่นเอง 

หยุดสร้างวาทกรรมที่พยายามดิสเครดิต หรือกล่าวโจมตีกันเสียที!!!


จาก https://www.dailynews.co.th/article/715783

ความเห็นที่ 1
T

Shipping Japan บริการ Shipping ญี่ปุ่นมาไทยและนำเข้าสินค้าญี่ปุนแบบเคลียภาษีให้เรียบร้อย ลูกค้ารอรับของที่หน้าบ้านได้เลย โดยทีมงานคุณภาพกับงานขนส่งญี่ปุ่นมาไทยตลอดเวลา 5 ปี Shipping JP มีบริการให้ลูกค้าส่งของจากร้านค้าญี่ปุ่น หรือ เว็บไซต์ญี่ปุ่น เพื่อส่งของมาโกดังญี่ปุ่นเราเพื่อให้เรานำเข้าไทยให้ โดยอัตราเรตเริ่มต้นเพียง 250 บาท/kg ทางเรือ และ 950 บาท/kg ทางเครื่องบิน โดยเคลียภาษีนำเข้าให้เรียบร้อยแล้ว 


สนใจคลิก http://shippingjp.com

LINE ID : @shippingjp