(((ไพร่อุปทาน))) : พฤษภาทมิฬ ๒๕๕๓ : กงล้อประวัติศาสตร์แห่งความวิปโยค กับความวิปริตของสังคมไทยในยุค "นาย.ยก อภิสิทธิ์ชน" (ภาคสาม : ๓/๓)

 

  

 --- ๐ ---

 

"...เมื่อเสรีชนบางกลุ่มเลือกที่จะเดิมพันการต่อสู้ฯ ด้วยชีวิต โดยไม่ยอมละทิ้งความชอบธรรมแห่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกที่จะสิโรราบให้กับความวิปริตอำนาจของจอมเผด็จการ หรือไม่เลือกที่จะขอมีชีวิตอยู่ หากเพียงเพื่อแค่รอการถูกข่มขืนอยู่อย่างนั้น..."

"...๑๐ เมษายน - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จึงเป็นเพียงอีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของการต่อสู้แห่งเสรีชนฯ เหมือนในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา และคงไม่ใช่ประวัติศาสตร์หน้าสุดท้ายอย่างแน่นอน..."

 

 


(ภาคสาม) : พฤษภาทมิฬ ๒๕๕๓ : กงล้อประวัติศาสตร์แห่งความวิปโยค กับความวิปริตของสังคมไทยในยุค "นาย.ยก อภิสิทธิ์ชน"

 

บทวิพากษ์ : ไพร่อุปทาน
๑๗ กรกฏาคม ๒๕๕๓


--------------- ภาคแรก (๑/๓) ---------------

 http://talk.mthai.com/topic/120860

:: "นาย.ยก" ที่ไม่ได้มาจากประชาชน จะเป็นผู้สั่งสังหารประชาชน ก็น่าจะเข้าใจกันได้ ?
:: เล่นง่าย ๆ แค่หัดรู้จักประดิษฐ์ประดอยร้อยเรียง เปลี่ยนคำเสียใหม่ "จากดำก็เป็นขาวแล้ว ?"
:: มองตาเป็นรู้ใจ เครือข่ายเผด็จการไทย เราเล่นกันเป็นทีม

 

--------------- ภาคสอง (๒/๓) ---------------

http://talk.mthai.com/topic/121245

:: ยุทธวิธี "ใช้สื่อรมควัน" ให้ประชาชนคล้อยตาม (PROPAGANDA MEDIA)
:: "การเมืองนรก" เมื่อรัฐเผด็จการฯ เป็นตัวการปลุกปั่น กลายพันธุ์ประชาชนจนเป็น "ผีดิบทางการเมือง" (ZOMBIE)
:: เมื่อคราวผู้นำฯ วิปริตอำนาจ ประชาชนวิปลาสศีลธรรม การเมืองจึงเป็นเรื่องต้องห้าม
:: ฆาตกรสุภาพบุรุษฯ สวมบทโรแมนติก เชิญญาติพี่น้องของเหยื่อ "ร่วมงานปรองดอง" ชวนเลิกแล้วต่อกัน !!?

 

--------------- ภาคสาม (๓/๓) ---------------


:: "นิติรัฐ" ของ "โมฆบุรุษ" ผู้ปกครองรัฐฯ มันก็เป็นแค่การขนเอากฏหมายมากองทับถมจนเป็นกำแพงอำนาจฯ


ก็คงเป็นเรื่องการให้นิยามเชิงโครงสร้างการปกครองฯ ที่สวนทางกับความเป็นจริงของรัฐไทย ที่ถึงตอนนี้แล้ว ก็ยังไม่กล้าที่จะบอกชาวโลกอย่างเป็นทางการเสียทีว่า "...ประเทศไทยเป็นรัฐเผด็จการฯ - เป็นรัฐทหารฯ - เป็นรัฐฯ ประชาธิปไตยเชิงอุปทาน ที่อาศัยเพียงแค่หลักพิธีการ ยึดเอาแต่เพียงรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้เป็นเนื้อหาจริง..."

 

"นิติรัฐ" หรือรัฐที่ปกครองด้วยกฏหมาย คำกล่าวอ้างนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นนัยยะเชิงความหมายที่ดีนัก หากทว่า รัฐนั้นเป็นรัฐที่ปกครองกันอย่าง "ลักลั่น" เป็นเผด็จการรัฐฯ ใช้กฏหมายเพื่อความมั่นคงทางอำนาจฯ มากกว่าที่จะใช้เพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง หรือเป็นรัฐที่ล้มเหลว ถูกบังคับปกครองโดยผู้นำรัฐ "ผู้เป็นโมฆบุรุษ" ที่ประชาชนไม่ยอมรับฐานะ และไม่ยอมรับที่จะถูกปกครอง จึงไม่ควรที่จะมีความชอบธรรมในอำนาจปกครองฯ นั่นเลยแม้แต่น้อย  แต่กลับอ้าง "หลักนิติรัฐ" เพื่อมาเป็นกฏบังคับปกครอง มันจึงเป็นได้แต่เพียง ข้ออ้างที่จะใช้อำนาจ กำราบประชาชนผู้ต่อต้านอำนาจฯ เหล่านั้นนั่นเอง

 

 


:: รัฐเผด็จการไทย ไม่มีความชอบธรรมในอำนาจฯ แต่อยู่ได้เพราะใช้อำนาจฯ บังคับให้เกิดความชอบธรรม.. !!?


หลายครั้งที่พบว่า มีการนำเอาเนื้อหาที่เป็นไปในลักษณะแฝงอำนาจเผด็จการ ไปตราไว้ในกฏหมาย เพื่อสะดวกต่อการอ้างใช้ได้อย่างไร้ข้อจำกัดในลักษณะ "ผิดหลักการ - แต่ถูกกฏหมาย ? " อย่างเช่นกรณี "รัฐประหารฯ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙"  ผู้มีอำนาจก็ถึงกับตราไว้ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญกันเลยทีเดียว นอกจากจะร่างกฏหมาย "นิรโทษกรรม" ให้กับตนเองและองค์คณะฯ แล้ว ก็ยังคงตราการรับรองพฤติการณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดของตนและพวกพ้องร่วมเครือข่าย ทั้งการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน และปูทางล่วงหน้าไปถึงอนาคต บังคับรับรองในสิ่งเหล่านั้น "ให้ชอบธรรม" เสียทั้งหมด แล้วประกาศเอาอย่างมักง่ายว่า "...นั่นเป็นกฏหมายแล้วนะ - ห้ามใครต่อต้านอีกหล่ะ..." ???  เพื่อจะได้ใช้มันเป็นเครื่องมือสานต่ออำนาจสืบทอดกันไป ให้สายเลือดเผด็จการรุ่นหลัง ๆ ได้เถลิงอำนาจและใช้อ้างอิง อย่างคุ้นชิน ติดปาก "...เพราะเราเป็นนิติรัฐ เราจึงต้องบังคับใช้กฏหมาย (ของเรา?)..." มันก็คือการบังคับให้ผู้ถูกปกครองต้องยอมจำนนรับกับสภาพอำนาจเหล่านั้นไปแต่โดยดี  "ดังนั้นการที่จะเป็นพลเมืองดี (ของเผด็จการฯ) จะต้องไม่ทำผิดกฏหมาย (ของเผด็จการ)" นั่นเอง... !!?

 

มาถึงวันนี้.. รัฐฯ เองก็เพิ่งจะผ่านการสำแดงแสนยานุภาพทางอำนาจแห่งความเป็นเผด็จการทรราชย์อย่างเต็มรูปแบบให้เห็นอีกครั้ง และประจักษ์ชัดต่อสายตาชาวโลกแล้วว่า "รัฐเผด็จการไทย อหังการอำนาจฯ - เข่นฆ่าประชาชน" โดยไม่ยอมที่จะฟังเสียงคัดค้านใด ๆ จากใครหน้าไหนก็ตาม ดื้อรั้นประกาศอาฆาต "ให้อิสรภาพลั่นไกปืนได้อย่างเสรี" แก่ทหารไทยนับหลายหมื่นนาย ที่ติดอาวุธครบมือ รุมยิง และซุ่มสังหารหมู่ประชาชนผู้ต่อต้าน "ที่ไม่ยอมก้มหัวให้บังคับปกครองฯ" โดยที่รัฐฯ พยายาม "บ่ายหน้าหนี" ไม่ยอมทนฟังเสียงแห่งการปฏิเสธ ไม่ยอมรับฐานะ "รัฐบาลเทพประทาน - นาย.ยก ของอภิสิทธิ์ชน" จากประชาชนแต่อย่างใด อ้างปัดแต่ว่าจะรักษาความสงบฯ (ของใคร ?) เพียงอย่างเดียว พร้อมกับขนยุทธภัทฑ์และหอบเอากฏหมายพิเศษด้านความมั่นคงฯ ต่าง ๆ มาวางปิดทับ "รัฐธรรมนูญ" ประกาศลั่น "...ต้องรักษาความเป็นนิติรัฐเอาไว้ให้ได้..."  !!?

 

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น จากความวิปริตอำนาจของผู้ปกครองแห่งรัฐไทย ครั้งแล้ว ครั้งเล่า บ่งบอกอะไรกับคนไทยได้บ้าง ?  ปัญหาการแย่งชิงอำนาจคืนจากประชาชนกลับไป-กลับมา จนรู้สึกเหมือนว่า "ป่วยการแล้ว ที่จะมัวเสียเวลาไปคูหาเลือกตั้งฯ" เพราะเลือกกันอย่างไร เขาก็ไม่เอาอยู่ดี, ปัญหาความไม่เจริญ ความล้าหลังเพื่อนบ้าน ความไม่เสมอภาคเท่าเทียมกันทางโอกาสและกฏหมาย, ปัญหาการทุจริตโกงกิน ฉ้อราษฏร์บังหลวง ทั้งระดับนักการเมือง ทหาร ข้าราชการฯ, ปัญหาความยากจนของประชาชน - การผูกขาดความร่ำรวยของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่กลุ่มนามสกุล, ปัญหายาเสพติด ส่วย มาเฟีย และความไม่ยุติธรรมในสังคม... ฯลฯ

 

ความวิกฤติที่ดูจะหนักหนาสาหัสเหล่านั้น จะมีใครทราบกันหรือไม่ว่า ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น มันเป็นแค่เพียงเรื่องปลีกย่อยของปลายเหตุปัญหา ที่เป็นผลสะท้อนออกมาจากอิทธิพลแห่งรากเหง้าที่แท้จริง อันปัญหาหลักที่เรื้อรังมาตั้งแต่ต้น เพียงปัญหาเดียว นั่นก็คือ "ปัญหาเชิงโครงสร้างในระบอบการปกครองของไทย หรือปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั่นเอง"  เรามีอำนาจทางเผด็จการฯ และอำนาจกองทัพฯ เป็นกลไกทางอำนาจสูงสุดของอำนาจอธิปไตย เหนือกว่าทุกกลไกอำนาจ แทรกซึมปกคลุม กดทับเอาไว้ ไม่ต่างอะไรกับการเป็น "รัฐซ้อนรัฐ" ซึ่งแน่นอนว่า "...ต้นประชาธิปไตยในกระถางหินดินปืน ที่ถูกบอนไซอยู่อย่างนั้น ย่อมจะคงอยู่อย่างสมบูรณ์ด้วยตนเองไม่ได้..." ซึ่งหมายถึง การแก้ปัญหาจากปลายเหตุ ที่ไม่มีวันจบสิ้น ปัญหาเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ และจะไม่ถูกคลี่คลายไปได้เลยแม้แต่น้อย หรือประเทศชาติจะพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนไม่ได้เลย หากเราไม่เริ่มที่จะหาทางนำต้นไม้แห่งประชาธิปไตย ออกมาปลูกไว้บนผืนแผ่นดินที่ความอุดมสมบูรณ์เพื่อหยั่งรากลึกอย่างมั่นคง โดยมีประชาชนไทยทุกคน ได้เป็นผู้ช่วยกันดูแลรักษามันไว้ อย่างเป็นเจ้าของร่วมกัน ด้วยมือของประชาชนกันเอง "...ให้ได้เป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน..." อย่างแท้จริงและยั่งยืนเสียที .-

 

 

--------------- (จบบทวิพากษ์) ---------------

 

 

"ไพร่อุปทาน" ขออนุญาต ขยายความ "นิติรัฐ" ในบริบทที่รัฐบาลกำลังใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบังคับใช้กฏหมายต่าง ๆ รักษาไว้ซึ่งอำนาจฯ และการไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยจะหยิบยกบทความของ รศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มานำเสนอเพียงบางส่วน...

 

เรื่อง : นิติรัฐที่ไร้นิติธรรม


"...การให้ความหมายของนิติรัฐเพียงแค่การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ที่วางอยู่บนกรอบของกฎหมายเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการโฆษณาทางการเมืองที่ไม่ได้มีความหมายถึงความถูกต้องเสมอไป ยิ่งในห้วงเวลาปัจจุบันก็ดูเหมือนความหมายของนิติรัฐมีจำกัดอยู่เพียงการทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายได้เท่านั้น จึงเป็นความหมายของนิติรัฐที่ตื้นเขินอย่างยิ่ง..."

มีอย่างน้อยสองด้านที่จำเป็นต้องถูกตระหนักถึงไปพร้อมกัน หากจะมีการกล่าวอ้างนิติรัฐเป็นเป้าหมายของการนำสังคมไทยคืนสู่สันติสุข

 

ประการแรก ความชอบธรรมในเนื้อหาของกฎหมาย


กฎหมายจำนวนมากที่ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างไพศาลแก่รัฐโดยปราศจากการตรวจสอบและความรับผิด เช่น พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็เป็นกฎหมายที่ถูกโต้แย้งอย่างมากในเนื้อหาว่าเป็นสิ่งที่ขัดกับการใช้อำนาจของรัฐในระบอบประชาธิปไตย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้หนึ่งที่แสดงความเห็นคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ไว้เป็นอย่างดีท่ามกลางการคัดค้านที่มีอย่างกว้างขวาง

 

ประการที่สอง ความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย


แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังเห็นได้ชัดว่ามีการเลือกบังคับใช้กฎหมายเฉพาะกับบุคคลที่ยืนอยู่คนละฝ่ายกับอำนาจรัฐ แต่หากเป็นการกระทำของบุคคลที่สนับสนุนรัฐบาลหรือต่อต้านทางด้านผู้ชุมนุมก็จะไม่มีการนำกฎหมายมาใช้บังคับ เช่น เมื่อมีการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน การชุมนุมไม่ว่าของบุคคลฝ่ายใดหรือมีจุดยืนทางการเมืองแบบใดก็ล้วนเป็นสิ่งที่ผิดต่อกฎหมายทั้งสิ้น

 

ความหมายของการนำนิติรัฐกลับมาสู่สังคมไทย จึงมิใช่การที่จะมุ่งบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น หากยังต้องตระหนักถึงนิติธรรมว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจขาดหายออกไปได้

 

ถ้ามีเพียงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่านิติธรรมดำรงอยู่ก็อาจทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทั้งหมดเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่ได้มุ่งหวังนำสันติสุขกลับคืนมาแต่อย่างใด...

 


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273498892&grpid=&catid=02

 


--------------- // ---------------