(((ไพร่อุปทาน))) : "เครือข่ายสันติประชาธรรม" เปิดเผย 10 เทคนิคในปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของ ศอฉ. เพื่อดึงมวลชนสนับสนุนการสั่งปราบปรามคนเสื้อแดง

 

 

 ----------------//----------------

 

วิเคราะห์ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของ ศอฉ.

        เครือข่ายสันติประชาธรรมเปิดเผย 10 เทคนิคในปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของ ศอฉ. เพื่อดึงมวลชนสนับสนุนการสั่งปราบปรามคนเสื้อแดง

http://www.voicetv.co.th/content/19853/วิเคราะห์ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของศอฉ

 

 ----------------//----------------

 

 หลากมุมมองทางสังคมศาสตร์ต่อความรุนแรงโดยรัฐ

ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของ ศอฉ.

 

โดย : จักรกริช สังขมณี


        นับตั้งแต่มีการประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นมานั้น ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ศอฉ. ก็ได้ ออกแถลงการณ์ ประกาศ คำสั่ง และการแถลงข่าวแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางช่องทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ยิ่งเมื่อเหตุการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น มีการเผชิญหน้าหรือการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมมากขึ้น ทาง ศอฉ. ก็จะปรากฏตัวเพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์แก่ประชาชนบ่อยครั้งขึ้น ในภาวการณ์เช่นนั้น ประชาชนคาดหวังว่าภาครัฐจะสามารถให้คำตอบกับสถานการณ์ได้ชัดเจนและเป็นธรรม พร้อมทั้งนำเสนอข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ เพราะถือเป็นคำแถลงจากหน่วยงานหลักของชาติ แต่สิ่งที่น่าผิดหวัง ก็คือว่าแท้ที่จริงเนื้อหาสาระและวิธีการนำเสนอของ ศอฉ. นั้น เข้าข่าย “การโฆษณาชวนเชื่อ” (propaganda) ไม่ได้เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์อย่างชัดแจ้ง ปราศจากอคติ ไม่เข้าข้างฝ่ายใด และมีหลักฐานข้อมูลที่เพียงพอก่อนนำเสนอ

 


        เครือข่ายนักวิชาการที่ร่วมแถลงการณ์ครั้งนี้ จึงต้องการชี้ให้เห็นว่า การแถลงการณ์ การประกาศ และการแถลงข่าวของ ศอฉ. นั้น ถือเป็นปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อแบบหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความศรัทธาในรัฐบาลและการกระทำของรัฐบาล  เกิดความเข้าใจสถานการณ์แต่เพียงด้านเดียว มีการใส่ร้ายป้ายสี  มีการเสนอภาพที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและเกลียดชังผู้ชุมนุม รวมทั้งทำให้ “ข้อถกเถียง” เกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงหลายๆ เหตุการณ์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์กลายเป็น “ข้อสรุป” ที่เป็นทางการไปโดยไม่ต้องพิสูจน์ค้นหาความจริงกันต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว ผลพวงของการโฆษณาชวนเชื่อนี้ได้กลายเป็นความจริงของสังคมไปโดยไม่มีการตั้งคำถาม
 

 

        ปฏิบัติการการโฆษณาชวนเชื่อเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างอิทธิพลต่อทัศนคติของประชาคมต่อประเด็นหรือสถานการณ์หนึ่งใด  โดยพื้นฐานแล้ว การโฆษณาชวนเชื่อนั้นกระทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่เลือกสรรมาแล้วเพื่อที่จะสนับสนุนข้อสมมุติฐานบางประการ หรือไม่ก็ใช้การส่งสารเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้นกับผู้รับสาร มากกว่าการที่จะส่งเสริมให้ผู้รับสารพิจารณาข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเป็นผลจากข้อมูลที่ได้รับ วัตถุประสงค์ของการโฆษณาชวนเชื่อก็เพื่อสร้างหรือเปลี่ยนแปลงความเข้าใจและสำนึกของกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อที่ผู้ทำการโฆษณาชวนเชื่อนั้นสามารถดำเนินการทางการเมืองหรือผลักดันวาระทางการเมืองอื่นๆ ต่อไปได้ กลวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อหลายๆ อย่าง ถูกพัฒนาขึ้นมาจากงานวิจัยด้านจิตวิทยาทางสังคม  นั่นก็คือการทำอย่างไรให้ผู้ที่รับสารนั้นเชื่อตามสิ่งที่ได้รู้ได้ฟัง โดยที่ไม่ได้คิดพิจารณามากนักว่าสารนั้นมันเที่ยงแท้และเที่ยงธรรมหรือไม่อย่างไร ที่สำคัญก็คือ การโฆษณาชวนเชื่อนั้นมักจะถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาที่มีการประหัตประหารแย่งชิงทางการเมืองและการต่อสู้ทางจิตวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามสงคราม  ช่องทางการสื่อสารเพื่อการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อนั้นมีไปตั้งแต่ การออกแถลงการณ์ของรัฐบาล (ทั้งแบบฉุกเฉินปัจจุบันทันด่วน และแบบต่อเนื่องซ้ำไปซ้ำมา) การรายงานข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์  การใช้วิทยาศาสตร์หรือการเชิญผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่พร้อมจะรับใช้ผู้ทำการโฆษณาชวนเชื่อมาพูดให้ข้อมูล การโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ โทรทัศน์ สื่อหนังสือพิมพ์ การโปรยใบปลิวจากอากาศ รายการเวทีพูดคุยอภิปรายผ่านสถานีของรัฐ การแต่งเพลงปลุกใจ/ปลอบประโลมใจและมิวสิควิดีโอ การสอดแทรกผ่านรายการมอบรางวัลดารา หรือการกระจายข่าวหรือการสร้างกลุ่มเฉพาะผ่านเครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เน็ต เช่น Facebook  เทคนิคกลวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อที่น่าสนใจ ที่ถูกนำเสนอเหตุการณ์ตอบโต้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อไม่นานมานี้ มีดังนี้ :

 

---//--- 

 

๑. เทคนิคการเลือกกล่าวโจมตีที่ตัวบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม แทนที่จะวิจารณ์ข้อคิดเห็น/ข้อถกเถียง/ข้อเรียกร้องของเขา ศอฉ. ไม่ได้สนใจที่จะทำความเข้าใจและนำเสนอสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องอย่างเปิดกว้างและเป็นธรรม แต่มุ่งทำให้เห็นว่าคนเหล่านี้คือผู้ร้าย ผู้ไม่ประสงค์ดี พวกป่วนเมือง และได้โจมตีถึงความไม่รู้และไร้การศึกษาของผู้ชุมนุม ตัวอย่างเช่น แถลงว่าผู้ชุมนุมบุกปล้นร้าน 7-11เอาสินค้าไปทุกอย่าง ยกเว้นหนังสือไม่เอาไปด้วย


      โปรดดู  http://www.youtube.com/watch?v=XwbrcKL4wg8&feature=related
(พ.อ.สรรเสริญ: “แดงปล้นเซเว่น แต่ไม่เอาหนังสือไปด้วย”)

---//--- 

 

 

 

๒. เทคนิคการใช้คำ วลี ประโยคหรือประเด็นที่คิดขึ้นมา แล้วนำมาพูดแทรกซ้ำๆ ในการแถลงการณ์เพื่อให้ติดหูโดยไม่รู้ตัว และให้คนฟังเริ่มค่อยๆ จะเชื่อว่านั่นคือความจริง เทคนิคนี้ ศอฉ. นำมากล่าวให้ร้ายผู้ชุมนุม โดยทำให้ผู้ที่มาชุมนุมดูน่ากลัว และเป็นผู้ร้าย คำที่ ศอฉ. สอดแทรกมาในคำแถลงการณ์บ่อยๆ เช่น ผู้กระทำผิดกฎหมาย เหิมเกริม ป่วนเมือง ทำตามอำเภอใจ ผู้ก่อการร้าย ผู้ไม่หวังดี ผู้ก่อความไม่สงบ ทำร้ายผู้อื่น ปลูกฝังค่านิยมผิดๆ ให้เยาวชน กลุ่มคนที่มีพฤติการณ์ล้มเจ้า คำเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำที่เต็มไปด้วยอคติและการประนามทั้งสิ้น หาใช่การสื่อสารเพื่อที่จะชี้แจงอย่างเป็นกลาง


       โปรดดู  http://www.youtube.com/watch?v=0SRspceSte4&feature=related
(นาทีที่ 1.43 ตรงมีคำว่า armed terrorist ปรากฏในคำแถลงของนายปณิธาน)
 

       หรือดู
http://www.youtube.com/watchv=C84SnpFGhmU&feature=PlayList&p=7F9C026B9A252C42&playnext_from=PL&playnext=1&index=12
(นาทีที่ 0.18 พ.อ.สรรเสริญพูดโดยมี subtitle ว่า those create situation, destroying life, distorting facts และนาทีที่ 0.45 ว่า have tried to instill very wrong values on the youth)

 

ในทางตรงกันข้าม ก็มีการหาคำมาแทนเพื่อให้ปฏิบัติการของรัฐฟังดูนุ่มนวล ปิดบังซ่อนเร้นความจริงที่ว่าเป็นการสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธ แต่กลับเปลี่ยนมาใช้คำว่า “ขอคืนพื้นที่” “กระชับพื้นที่” “กระชับวงล้อม” “อำนวยการรักษาความปลอดภัย” เป็นต้น  ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างตอนที่นายปณิธานและพ.อ.สรรเสริญแถลงเพื่อ “ขอคืนพื้นที่”


       โปรดดูแถลงการณ์ขอคืนพื้นที่ วันที่ 10 เมษายน 2553  http://www.youtube.com/watch?v=Fdf174wCnxk&feature=related
 

  ---//--- 

 

 

 

๓. เทคนิคการอ้างอิงคำศัพท์หรือหลักที่บ่งถึงคุณธรรมอันสูงส่ง เช่น การที่นายกฯ กล่าวอ้างถึงความถูกต้อง  ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ระบบของบ้านเมือง สถาบันหลักของชาติ ภารกิจที่ “ยิ่งใหญ่และสำคัญ” ไม่มีสิทธิ์ท้อถอยหรือล้มเหลว แต่ต้องเดินหน้าจนกว่าจะได้ชัยชนะ 


       โปรดดู  http://www.youtube.com/watch?v=VAdntlikHMg&feature=related

 ---//--- 

 

 

๔. เทคนิคการตัดต่อภาพและการอ้างอิงคำพูดนอกบริบท เช่น การที่ ศอฉ. แถลงว่าเสื้อแดงมีการเตรียมการเผาสถานที่ต่างๆ มาก่อนแล้วโดยตัดต่อภาพบนเวทีหลายๆ ภาพจากต่างกรรมต่างวาระต่างบริบทเข้าเป็นเรื่องราวเดียวกัน

 ---//--- 

 

 

 

๕. เทคนิคการพูดความจริงเพียงแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น พบเห็นได้บ่อยจากการออกมาแถลงข่าวสถานการณ์ของ ศอฉ. ตัวอย่างเช่น กรณีคนตายจากการเข้าสลายการชุมนุม
คลิป “ชี้แจงยิงประชาชนที่ราชปรารภ” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ศอฉ.แถลงข่าวภาพคนนอนเหมือนกลุ่มคนตาย รวม 4 คนบนถนน ย่านราชปรารภ โดยแสดงให้เห็นว่า คนสองสามคนเคลื่อนไหวศีรษะได้ และอีกคนก็หายไปจากภาพต่อมา แสดงว่าสามคนไม่ได้ตาย มีเพียงคนเดียวที่ตาย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง แต่ประเด็นสำคัญที่ควรจะแถลงในประชาชนรู้คือ มีคนที่ตายจริง และผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นใคร เสียชีวิตเพราะอะไร ซึ่งในภาพเห็นได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มใส่กางเกงขาสั้น นอนหงายมีเลือดไหลนองออกจากศีรษะ ศอฉ.ควรจะชี้แจงให้ชัดเจนในเรื่องของการตาย มากกว่าที่จะเลี่ยงพูดแต่เฉพาะเรื่องคนรอดชีวิต

---//--- 

 

 

 

๖. เทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจออกจากประเด็นหลัก ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องการข้อมูลข่าวสาร ศอฉ. ได้แถลงการณ์ต่างๆผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งควรจะเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง หรือข่าวสารถึงประเด็นที่เป็นที่กังวลสงสัย แต่ศอฉ. กลับแถลงข่าวที่เบี่ยงเบนความสนใจ โดยไม่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงแต่อย่างใด ดังมีตัวอย่างเช่น


การแถลงการณ์ของ ศอฉ. กรณีทหารซุ่มยิง แถลงการณ์นี้มีขึ้นเพื่อแก้ต่างคลิปที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เนท เป็นคลิปที่มีทหารซุ่มยิง 2 คน คนหนึ่งเป็นคนสั่ง อีกคนเป็นคนเล็งยิง และเมื่อสิ้นเสียงปืน ก็มีเสียงพูดว่า“ล้มแล้วๆ” และ คนสั่งบอกว่าให้หยุดยิง แต่การยิงก็ยังไม่หยุด  ศอฉ. ศอฉ.เอาคลิปดังกล่าวมาเปิดให้ดู และอธิบายให้ดูลักษณะของปืนว่าเป็นปืน M 16 ให้ดูลักษณะของชุดทหารแต่ละคน และให้ดูซ้ำไปมา โดยเน้นที่รายละเอียด ทั้งๆที่คลิปนี้คือหลักฐานชิ้นนำมาสู่คำถามสำคัญว่าทหารมีการซุ่มยิงอยู่อย่างที่เห็นจริงหรือไม่ (ศอฉ.ยังแถลงว่าเป็นการยิงคนที่กำลังจะปาระเบิด โดยไม่มีหลักฐานประกอบแต่อย่างใด)

---//--- 

 

 

 

๗. เทคนิคการสร้างความหวาดผวาให้เกิดขึ้นทั่วไปในสังคม เช่น การระดมเสนอแต่ภาพความรุนแรง การทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าภัยกำลังคุกคามมาถึงตัวเขาโดยที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ตัวอย่างในประเด็นของการสร้างความหวาดผวานี้  ได้แก่ เช่นการแถลงของศอฉ.โดยพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม มีความว่า “ขณะนี้ ทางศอฉ. มีความเป็นห่วงเป็นกังวลต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป เพราะว่ามีข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนว่ากลุ่มก่อการร้ายที่ชุมนุมกันอยู่ที่แยกราชประสงค์ มีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ด้วยการทำร้ายพี่น้องประชาชนให้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป้าหมายเป็นประชาชนโดยทั่วไป ประชาชนที่ร่วมอยู่ในพื้นที่ชุมนุมของผู้ก่อการร้าย หน่วยกู้ภัย และสื่อมวลชน”

 

ในการแถลงนี้ศอฉ. สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั่วไปอย่างชัดเจน เช่นใช้คำว่า “มีข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน” และ ผู้ก่อการร้าย “มีเป้าหมายเป็นประชาชนโดยทั่วไป”  แม้ว่าศอฉ.จะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่กลับปล่อยข่าวนี้เพื่อให้คนเกิดความวิตกกังวล และเป็นศัตรูกับคนเสื้อแดงมากยิ่งขึ้น

---//--- 

 

 

 

๘. เทคนิคการปิดกั้นช่องทางสื่ออื่นๆ ที่นำเสนอข้อมูลซึ่งไม่สอดคล้องกับการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ เช่นกรณีปิดเวบไซต์เป็นจำนวนมาก โดยอาศัย พรก. ฉุกเฉินที่รัฐบาลเป็นผู้ประกาศออกมาเอง

---//--- 

 

 

 

๙. การสร้างความนิยมในบุคลิกลักษณะของตัวผู้โฆษณาชวนเชื่อ และผู้ปฏิบัติการในการสนับสนุนการโฆษณาชวนเชื่อนั้น เช่นการเสนอภาพความน่าคลั่งไคล้ “ไก่อู” ในฐานะ “ผู้ก่อการรัก”


       โปรดดู  http://www.youtube.com/watch?v=aeajNA0JsVs&feature=related (ไทยพีบีเอสสัมภาษณ์นายสรรเสริญ) และ  http://www.youtube.com/watch?v=6uR6IYm3iZk (เปิดกระเป๋าเสธ ไก่อู)

---//--- 

 

 

 

๑๐. เทคนิคเสริมว่าด้วยการระดมคนสวยคนหล่อ การเอาดารานักแสดงมาพูดโน้มน้าวให้ปรองดอง รักกัน ขอความสุขกลับคืนมา โดยที่ไม่ได้สนใจกับปัญหาในเชิงลึกที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งและไม่ยุติธรรม

 

----------------//----------------

 

 

:: เรื่องราวที่น่าจะเกี่ยวข้อง ::

!!!..การใช้กำลังทหารปราบปรามคนเสื้อแดงเป็นยุทธวิธีทางสงครามไม่ใช่วิธีสลายชุมนุม..!!!

http://www.voicetv.co.th/content/19716/วิเคราะห์การใช้กำลังทหารปราบปรามคนเสื้อแดง

---//---

(((ไพร่อุปทาน))) : พฤษภาทมิฬ ๒๕๕๓ : กงล้อประวัติศาสตร์แห่งความวิปโยค กับความวิปริตของสังคมไทยในยุค "นาย.ยก อภิสิทธิ์ชน" (ไตรภาค)

 

ภาค ๑ : http://talk.mthai.com/topic/120860

:: "นาย.ยก" ที่ไม่ได้มาจากประชาชน จะเป็นผู้สั่งสังหารประชาชน ก็น่าจะเข้าใจกันได้ ?
:: เล่นง่าย ๆ แค่หัดรู้จักประดิษฐ์ประดอยร้อยเรียง เปลี่ยนคำเสียใหม่ "จากดำก็เป็นขาวแล้ว ?"
:: มองตาเป็นรู้ใจ เครือข่ายเผด็จการไทย เราเล่นกันเป็นทีม

 

ภาค ๒ : http://talk.mthai.com/topic/121245

:: ยุทธวิธี "ใช้สื่อรมควัน" ให้ประชาชนคล้อยตาม (PROPAGANDA MEDIA)
:: "การเมืองนรก" เมื่อรัฐเผด็จการฯ เป็นตัวการปลุกปั่น กลายพันธุ์ประชาชนจนเป็น "ผีดิบทางการเมือง" (ZOMBIE)
:: เมื่อคราวผู้นำฯ วิปริตอำนาจ ประชาชนวิปลาสศีลธรรม การเมืองจึงเป็นเรื่องต้องห้าม
:: ฆาตกรสุภาพบุรุษฯ สวมบทโรแมนติก เชิญญาติพี่น้องของเหยื่อ "ร่วมงานปรองดอง" ชวนเลิกแล้วต่อกัน !!?

 

ภาค ๓ : http://talk.mthai.com/topic/122486

:: "นิติรัฐ" ของ "โมฆบุรุษ" ผู้ปกครองรัฐฯ มันก็เป็นแค่การขนเอากฏหมายมากองทับถมจนเป็นกำแพงอำนาจฯ ?
:: รัฐเผด็จการไทย ไม่มีความชอบธรรมในอำนาจฯ แต่อยู่ได้เพราะใช้อำนาจฯ บังคับให้เกิดความชอบธรรม.. !!?

 

 

 

 

ความเห็นที่ 1
mansut

สวัสดี คุณ กัปตัน ผมว่าจะหาอ่านอยู่พอดี ลิ้งเก่ามันตาย ขอบคุณครับ

ความเห็นที่ 2
--บุญรักษา พธม รัก นปช--

-สวัสดีครับ...กับตัน,คุณ แมน และคุณ โกรรรร
-โอ้โห่...ยาวเหยียด
-บุญรักษา...ขออ่านก่อนนะกับตันมาคงต้องมีครึ่ง ชม.แน่ๆถึงจะตีโจทย์ออก

ความเห็นที่ 3
--บุญรักษา พธม รัก นปช--

7 โดย: ลุงเกา
-คุณ ลุง ไม่เป็นไรจะได้เห็นวันนี้แหละครับ
-คุณ เจ๊ก ...ผมขอโทษ นะครับ
-บุญรักษา

ความเห็นที่ 4
soey30

พี่กัปตัน หวัดดีค่ะ พี่พันธะ คุณแมนสุด

ไม่สบายเดี้ยงเลย เพิ่งจะดีขึ้น

เฮ้อออ....คิดถึงๆๆๆ

ความเห็นที่ 5
soey30

ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่

ก็พยายาม แบบ.. สปิริตแรงกล้า ค่ะ

ก็เรามันคนมีไฟ อ่ะน่ะ รุ่นใหม่ไฟแรง

เลิกงานแล้วหรอเนื่ยยย

ความเห็นที่ 6
LArc~en~Ciel

สวัสดีครับ...

กระทู้ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิมนะครับ

ขนาดโคลนนิ่งไอ้เข ยังเข้ามาทำอะไรไม่ได้เลย

เอิ๊ก ๆ

ความเห็นที่ 7
สมเพช

เฮ้อ กว่าจะดูจบ สวัสดีทุกท่าน

ความเห็นที่ 8
สมเพช

ยังมีแวะเห่ าแถวนี้อีกนะ อุตส่าห์แอบไปเล่นกะมันอยู่ที่กระทู้ น้องยิ้มแม่เล็ด มันจะได้ไม่ออกมาเพ่นพ่าน ที่ไหนได้

ความเห็นที่ 9
สมเพช

ก็อีกนั่นแหละครับลองคนมันปิดหูปิดตาต่อให้หาหลักฐานมาให้มันดู มาทิ่มตามัน มันยังไม่เห็นเลย เพราะมันไม่คิดจะเห็นครับ ความเกลียดชังมันสั่งสมจน ไม่เหลือความเห็นอกเห็นใจกัน แม้อีกฝ่ายถูกกระทำจนถึงแก่ชีวิต ยังมีแต่การเหยียดหยามซ้ำเติมกัน มองอีกฝ่ายเหมือนไม่ใช่คนไทย

ความเห็นที่ 10
สมเพช

18 เดี๋ยวผมไปจัดให้มันที่กระทู้ขยะด้านล่างดีกว่าครับ รบกวนเพื่อนๆผู้เจริญกันซะปล่าวๆ