(((ไพร่อุปทาน))) : "ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๑/๓ " - ครบรอบ ๔ ปี รัฐประหาร ร่วมย้อนรอย "วันตาสว่างแห่งชาติ" หลังการขยับตัวครั้งใหญ่ของฝ่ายเผด็จการ กลับได้ทิ้งคำตอบบางอย่างเอาไว้ !!!

 

 

"...หากย้อนรอยดูเหตุการณ์บ้านเมืองและถามความรู้สึกประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ เปรียบเทียบสองห้วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน "ก่อน / หลัง" การยึดอำนาจประชาชนในวันที่ "๑๙ กันยายน ๒๕๔๙" เราคนไทยทุกคนคงจะตอบตัวเองกันได้เป็นอย่างดี และถ้าหากเลือกได้ เราอยากจะย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่ดีที่สุด ของคนไทยทุกคน หรือยังคงอยากจะยืนดูความล่มสลายของชาติกันอยู่อย่างนี้? แต่เนื่องจาก "คนไทยแทบจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้กำหนดเลือกใด ๆ ในประเทศนี้ได้เลย" ทุกอย่างจึงดูเหมือนว่า "เรามีหน้าที่ ที่ต้องยอมจำนนต่อโชคชะตา ตามแต่ผู้มีอำนาจที่แท้จริงในบ้านเมืองนี้จะเป็นผู้กำหนด ขีดเส้นว่ามันจะต้องเป็นไปอย่างไร" ก็ตราบใดที่ราษฏรไทยยังไม่ถูกปลดปล่อยให้ "เป็นไท" หรือเป็นเจ้าของแห่งอำนาจอธิปไตยโดยเนื้อหากันเสียที..."

 

--------//--------

 

"ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๑/๓ " - ครบรอบ ๔ ปี รัฐประหาร ร่วมย้อนรอย "วันตาสว่างแห่งชาติ" หลังการขยับตัวครั้งใหญ่ของฝ่ายเผด็จการ กลับได้ทิ้งคำตอบบางอย่างเอาไว้ !!!


บทความโดย : ไพร่อุปทาน 
๑๙ กันยายน ๒๕๕๓

 


การยึดอำนาจประชาชน ล้มล้างรัฐบาลที่มาโดยชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ "๑๙ กันยายน ๒๕๔๙" ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกเพียงไม่กี่วัน โดยคณะยึดอำนาจฯ ที่เรียกตนเองอย่างสวยหรู ดูน่าเชื่อถือและใหญ่โตว่า "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระฯประมุข" (คปค) โดยอ้างเหตุต่าง ๆ นานา เสียยกใหญ่ ตามที่ได้ซักซ้อมกันมาเป็นอย่างดี แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ประชาชนได้รับก็คือ "การถูกทำลายโอกาสที่ดีของประเทศชาติลงไป พร้อมกับยุติความผาสุกสุดท้ายของประชาชนคนไทยทุกคน ให้ต้องตัดใจลืม แล้วหันกลับมาเป็นผู้แบกรับ มรดกบาปจากการส่งคืนวิกฤตครั้งใหญ่เหล่านั้น ให้เป็นเคราะห์กรรมของประชาชนไป ภายในเพียงชั่วข้ามคืน"

 


จากการกระชากประเทศชาติลงหลุมกันอย่างกระทันหัน ในขณะที่กำลังพุ่งทะยานอย่างมีพลวัต ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และถอยหลังร่นลงทันที จนประเทศชาติต้องคะมำลงอย่างไม่เป็นท่านั้น ทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากความจงใจของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ที่มักง่ายอำนาจ ได้ร่วมสมคบคิดกันก่อการฯ และประคองสถานการณ์แห่งความเลวร้าย คุกรุ่น เอาไว้จนสุกงอม จากการปลุกปั่นกระแสแห่งอุปทาน เพื่อสร้างเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งในรูปแบบต่าง ๆ ทางการเมืองให้กับสังคมอย่างแยบยล แนบเนียน และสมบทบาท ก็เพื่อที่จะตบตาประชาชน ชี้นำไปในทางอื่น ไม่ยอมให้ได้เห็นถึงเป้าประสงค์หลัก หรือแรงจูงใจที่แท้จริงของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ที่เกิดขึ้นจากแรงกดทับกันเองของสองขั้วอำนาจ ระหว่าง "อำนาจที่เกิดจากวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย หรืออำนาจที่มาจากฝ่ายประชาชน -กับ- ฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ หรืออำนาจทางฝ่ายเครือข่ายอภิสิทธิ์ชนในระบบอุปถัมภ์" ซึ่งถือเป็น "อำนาจนอกระบอบ แต่มีอยู่จริงในระบบ" และมีอิทธิพลต่ออำนาจการปกครองของไทยมาโดยตลอด เพราะเป็นอำนาจของทางฝ่ายอนุรักษ์นิยมดั้งเดิม ที่เกิดจากการปรับตัว เปลี่ยนโครงสร้างทางอำนาจของตนขึ้นใหม่ และกลมกลืนอยู่ร่วมกับโครงสร้างอำนาจการปกครองไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้

 


ในขณะที่ความขัดแย้งอันเกิดจากการล้ำเส้นกันของทั้งสองขั้วอำนาจ ที่กำลังปะทุกันอยู่ "ด้านใน" - "ด้านนอก" กลับดำเนินไปในลักษณะของการต่อสู้กันในวิถีทางการเมือง ซึ่งดูคล้ายเป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริงนั้น กลับต่างบริบทกันอย่างสิ้นเชิง มีการกล่าวอ้างโจมตีการทำงานของทางรัฐบาล ที่เป็นตัวแทนของฝ่ายประชาชน เรื่องทุจริต โกงกิน ขายชาติ ผลประโยชน์ทับซ้อน ละเมิดสถาบันฯ..  ฯลฯ แต่กลับมิได้มีใครสะท้อนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกันอยู่ "ด้านใน" นั้นแต่อย่างใดเลย จึงทำประชาชนสับสน และไม่เท่าทันปัญหา มองดูเฉพาะปัญหาในส่วนที่เห็นแต่เพียงสถานการณ์ "ภายนอก" ที่เกิดขึ้นเท่านั้น จึงยิ่งจะทำให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม เพราะสามารถหาเรื่องตีรวนอำนาจของประชาชนได้อย่างรอบด้าน หักล้างกันอย่างไม่จบสิ้น เพราะเป็นการปะทะกันอย่างลอย ๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนใด ๆ เพราะใช้เพียงการกล่าวอ้างได้แทบทุกประเด็น เล่นได้ทุกรูปแบบ และฝ่ายรัฐบาลของประชาชนเอง ก็ไม่สามารถที่จะหยิบเอาแก่นแท้ของปัญหาที่เกิดขึ้น นำมาอธิบายชี้แจงต่อประชาชนได้เช่นกัน

 


ฝ่ายเครือข่ายเผด็จการนิยมแฝงรัฐนั้น จึงใช้ความได้เปรียบตรงจุดนี้ พยายามชักจูงและโน้มน้าวให้ประชาชนยิ่งหลงเดินออกห่างจากข้อเท็จจริงเหล่านั้นเสีย เพื่อเบี่ยงประเด็นแห่งรากเหง้าของปัญหา "ภายใน"  แล้วมุ่งเน้นไปที่การสร้างกระแสแห่งความกลัว ความกังวล และความไม่ไว้วางใจ ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ที่มีต่อตัวผู้นำของเขาเองให้ได้มากที่สุด จากการสร้างอุปทานที่ถูกปลุกปั่นกระแสขึ้นอย่างหนักหน่วง

 


จนเป็นเหตุให้ประชาชนบางส่วนถึงกับคล้อยตาม เริ่มเกลียดชัง และตื่นตูมกันไปมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเป็นผลมาจากการถูกโจมตีทางสมองอย่างหนัก จนระบบคิดและเหตุผลของคนต้องล้มเหลวลงไป มองข้ามเจตนารมณ์ของประชาชนทั้งประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ที่ร่วมกันรับรองถึงความชอบธรรมอันควรที่จะต้องเคารพ  กลับไม่ตระหนักถึงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ที่เขาได้ประจักษ์ชัดถึงผลงานของรัฐบาลอย่างที่เขาภาคภูมิใจ เป็นผู้ทำให้สังคมส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากการบริหารฯ อย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ร่วมกัน และเป็นรูปธรรม สนองผ่านนโยบายสาธารณะที่เกิดจากศักยภาพและวิสัยทัศน์ของผู้นำรัฐบาลของพวกเขาทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นการยืนยันแล้วว่า "ผู้นำของเขาทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่โดยแท้จริง และยังความผาสุกให้เกิดแก่ประชาชน จนสิ่งนั้นได้กลายเป็นศรัทธามหาชนไปในที่สุด ยากที่ใครจะลบล้างได้"

 


แต่ประชาชนส่วนน้อยเพียงบางส่วนเหล่านั้น กลับไม่เชื่ออย่างนั้นอีกต่อไป เพราะได้ไปยึดติดอยู่กับมายาคติ มองเห็นแต่สิ่งที่น่ากลัวในจินตนาภาพ ที่ถูกโปรแกรมขึ้นจากอุปทานตนเองจากการล้างสมอง ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นยังมิได้เกิดขึ้นจริงใด ๆ เลย จนตกเป็นเหยื่อการชักจูงของฝ่ายเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ที่กำลังจะหลอกล่อ เพื่อต้องการปล้นเอาอำนาจอธิปไตยในมือของพวกเขากลับคืนไป โดยที่ตนเป็นฝ่าย "หยิบยื่นให้เองอย่างที่ไม่รู้ตัว" ซึ่งนั่นก็เป็นการส่งสัญญาณ เชื้อเชิญให้เกิดการปล้นประเทศครั้งใหญ่ ที่กำลังจะตามมา และสุดท้าย มันก็เกิดขึ้นจริง ๆ

 


จึงพอสรุปสั้น ๆ ได้อีกครั้งว่า..


"...เมื่อสองระบบแห่งอำนาจการปกครองที่มีความขัดแย้งกันในทางเนื้อหาอย่างสิ้นเชิง แต่กลับต้องควบรวมกิจการอยู่ร่วมกันในระบอบการปกครองเดียวกัน อย่างที่ไม่ควรจะเป็น เมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มที่จะขัดแย้งทางอำนาจกันเอง เพราะเกิดการล้ำเส้นจากแรงกดทับทางอำนาจของอีกฝ่าย จนเกินจุดสมดุลย์ที่จะประณีประนอมกันได้อีกต่อไป "การขยับตัว" เพื่อกระชับอำนาจครั้งใหญ่อีกครั้งของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ก็จึงต้องอุบัติขึ้น โดยเริ่มจากยุทธการ "ฉีดยาชาให้ประชาชนเสียก่อน" ด้วยการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ จนครบเงื่อนไข  "และเมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์" ประชาชนไร้แรงต่อต้าน ทุกอย่างก็สุกงอม จึงเกิดเป็น "ฤกษ์โจร ในวันที่ "๑๙ กันยายน ๒๕๔๙" นั่นเอง..."

 

 

--------//--------

 


กรุณาติดตามบทความ (((ไพร่อุปทาน))) ต่อในภาคสอง..

(((ไพร่อุปทาน))) : "ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๒/๒ " - "ระบบอุปถัมภ์" หนึ่งในปัญหาสำคัญ ที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างระบบ รากเหง้าแท้จริงที่ทำให้ประเทศชาติไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ควรจะเป็น !!!

"...ความซับซ้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างทางอำนาจปกครองที่คลุมเครือแห่งรัฐไทยนั้น เป็นเรื่องที่ยากต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไปมาช้านาน จึงไม่ค่อยมีใครจะสามารถมองเห็นถึงต้นตอที่เกิดจากความซับซ้อนของปัญหา และหลายครั้งหลายครา วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ได้เริ่มมาจากปัญหาส่วนลึกพวกนี้ทั้งสิ้น แม้กระทั้ง "การรัฐประหาร ๑๙ กันยา ๔๙" นั้นก็เช่นเดียวกัน..."

 

>> "รอติดตามต่อ ในเร็ว ๆ นี้"

 


--------//--------

 

 

 

ความเห็นที่ 1
maleong

กระทู้...นี้
จะทำให้ หลายๆ คน ตาสว่างและบางอ้อ..

ความเห็นที่ 2
บราๆๆ

สวัสดีครับคุณกัปตัน จขกท
-โปรดอ่าน อีกครั้ง-
ถ้อยคำ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ผมวางขั้นตอนไว้ในการปฏิรูปการปกครองจนถึงวันสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน คือ
(1) การยุบพรรคต้องเกิดขึ้น เพราะคนที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องผมรู้จักทุกคน มันเป็นความผิดทางกฎหมาย
(2) คดีเรื่องการโกงกินและการคอร์รัปชั่นจะปรากฏ
(3) พรรคจะเริ่มแตกแยกและวิ่งกระจัดกระจาย
(4) เรื่องของคดีจะสิ้นสุดและไปสู่การลงประชามติของร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งคราวหน้าจะต้องเป็นพรรคที่ทุกคนที่อยู่ในฝ่ายบริหารจะต้องรักชาติ ศาสน์ :-) ประเทศไทยและสถาบัน
ขณะนี้เป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้ และผลผลิตของคตส.กำลังจะบรรลุเป็นขั้นๆ
พอมาถึงการเลือกตั้ง พรรคที่จะได้รับการเลือกตั้งมีพรรคใหญ่อยู่ 2-3 พรรค เขาจะได้เป็นผู้บริหารประเทศ
ซึ่งหมายถึงพรรคตรงข้ามกับพรรคทุนที่ผ่านมา

ความเห็นที่ 3
บราๆๆ

***ต่อ***
ถ้อยคำของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยุบพรรค,คำสั่งอายัดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร,การร่างรัฐธรรมนูญ2550และการลงประชามติรับร่างเป็นการการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน
และระบุพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้งรัฐบาล เป็นพรรคการเมืองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพรรคทุนที่ผ่านมา พรรคนั้นคือ พรรคประชาธิปัตย์ นั่นเอง
เพราะว่าไม่ว่าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เพราะว่าไม่ว่า คสต.ล้วนเป็นการจัดตั้งขึ้นโดยคมชทั้งสิ้น

ความเห็นที่ 4
แสงสีทองส่องอำไพ

สวัสดีครับ กับตัน เฮียmaleong คุณกูละเบื่อ

วันนี้ผมไปเจอคนจับผิด ภาพชายชุดดำ เผาCTW กับ เผาช่อง 3 มา ช่วยเช็คทีครับเป็นพวกสลิ่มหรือเปล่า
Http://maha-arai.:-).com/2010/09/blog-post_24.html

ความเห็นที่ 5
LArc~en~Ciel

แล้วที่ไอ้คมช. มันว่าสาเหตุที่พวกมันออกมารัฐประหาร คืออะไร

โกงหรือว่าทหารมันหิว กันแน่ล่ะครับ

ความเห็นที่ 7
LArc~en~Ciel

อ้าว.... สรุปว่าพวกโกเต็กซ์เผาเมืองเองหรือนี่

ความเห็นที่ 8
soey30

หวัดดีจร้า
พี่กัปตัน พี่มะเลือง คุณแสงสี คุณบราๆๆ คุณลาร์ค

เข้ามาทักก่อน แล้วถึงขึ้นไปอ่าน ค่ะ
ต้องใส่สัณชาตญาณลงไป เชิญองค์มาก่อน
แล้วจะ อ่านได้อย่างพริ้วเลย ค่ะ

ความเห็นที่ 9
แสงสีทองส่องอำไพ

สวัสดีครับ คุณลาร์ค คุณโซอี้
- คุณลาร์ค ผมก็เพิ่งจะเห็นอ่ะ งงเหมือนกัน ใครจับพิรุธเก่งก็ช่วยๆกันนะครับ

ความเห็นที่ 10
soey30

พี่กัปตัน พักนี้เข้ามากระทู้เอ็มไทอาการมัน
เหมือนคล้ายๆ โดนบล๊อคอะไรเลย
ใจคอไม่ดี

ศอฉ หรือว่า คอมเราโดนไวรัสหว่า