(((ไพร่อุปทาน))) : "ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๒/๓" - "ระบบอุปถัมภ์" หนึ่งในปัญหาสำคัญ ที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างระบบ รากเหง้าแท้จริงที่ทำให้ประเทศชาติไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ควรจะเป็น !!!

 

"...ความซับซ้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างทางอำนาจการปกครองที่คลุมเครือแห่งรัฐไทยนั้น เป็นเรื่องที่ยากต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไปมาช้านาน จึงไม่ค่อยมีใครจะสามารถมองเห็นถึงต้นตอที่สำคัญ อันเกิดจากความซับซ้อนของปัญหา และหลายครั้งหลายครา วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น ก็เริ่มต้นมาจากปัญหาเชิงลึกเหล่านี้ทั้งสิ้น แม้กระทั่ง "การรัฐประหาร ๑๙ กันยา ๔๙ " นั้นก็เช่นกัน..."

 

 

--------//--------

 

"ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๑/๓ " - ครบรอบ ๔ ปี รัฐประหาร ร่วมย้อนรอย "วันตาสว่างแห่งชาติ" หลังการขยับตัวครั้งใหญ่ของฝ่ายเผด็จการ กลับได้ทิ้งคำตอบบางอย่างเอาไว้ !!!

http://talk.mthai.com/topic/131070

 

--------//-------- 

 

"ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๒/๓" - "ระบบอุปถัมภ์" หนึ่งในปัญหาสำคัญ ที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างระบบ รากเหง้าแท้จริงที่ทำให้ประเทศชาติไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ควรจะเป็น !!!

บทความโดย : ไพร่อุปทาน 
๒๖ กันยายน ๒๕๕๓

 


ปัญหาเชิงโครงสร้างอันเกิดจากการที่ประเทศไทยมีระบบกลไกอำนาจการปกครองที่ค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ชัดเจน หรือการที่ระบอบการปกครองของไทย มีรูปแบบและเนื้อหา ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และยังเป็นบริบทที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับต้องควบรวมกิจการอยู่ร่วมกันในลักษณะ ((หนึ่งระบอบสองระบบ)) กลายเป็นระบอบการปกครองแบบ ((รัฐซ้อนรัฐ)) ซึ่งจะเรียกว่า "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" หรือกล่าวอย่างกลบเกลื่อน กึ่ง ๆ ((เลี่ยงบาลี)) ว่า "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ"  จะอย่างไรก็ตาม เนื้อความก็ได้พยายามจะบอกอยู่แล้วว่า ((มีนัยยะซ่อนเร้นทั้งสิ้น))

 

 

ทั้งหมดนั้นก็ด้วยเหตุจากความไม่จริงใจของผู้ปกครองรัฐ ที่มีส่วนได้เสีย และได้ร่วมกัน ((ค้าประเพณีการปกครอง)) อันคลุมเครือเหล่านี้ ก็เพื่อที่จะแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์จากความไม่ชัดเจนเหล่านั้นกันเสียเอง จึงเป็นโครงสร้างที่ถูกบิดเบือนกันมาตั้งแต่ต้น แต่กลับจงใจที่จะอำพรางประชาชน รวมถึงสากลโลก ให้หลงประเด็นไปก่อนว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ((อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฏรไทยทุกคน)) ซึ่งแท้จริงเป็นเพียง "หน้ากาก" หรือพิธีกรรมทางประชาธิปไตยเพียงเล็กน้อย ที่มีไว้พอให้เห็นกันเป็นรูปแบบ และใช้มันเป็นเครื่องมือทาง "รูปลักษณ์" สร้างความชอบธรรมทางอำนาจให้ฝ่ายเผด็จการนิยมแฝงรัฐ อันจะทำให้ผู้ถูกปกครอง ต้องยอมรับกับสภาพ และจำนนต่อผลที่ได้รับจาก ((แก่นแท้ทางโครงสร้างอำนาจ)) ที่จะต้องถูกยึดโยงไว้กับเครือข่ายเผด็จการนิยมแฝงรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

 

 

"...จากเจตคติเชิงโครงสร้างอำนาจ ของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ กับเจตนารมณ์ของราษฏรที่คาดหวังเอากับรูปแบบแห่งตัวแทนอำนาจของฝ่ายประชาธิปไตย มันจึงกลายเป็นเรื่องที่สวนทางและขัดแย้งกัน เข้ากันไม่ได้อย่างสิ้นเชิงตั้งแต่แรกแล้ว..." 

 

 

เพราะประเทศไทยที่อ้างตนว่า เป็นรัฐที่ปกครองกันในระบอบประชาธิปไตยฯ แต่ถ้าจะดูจากบริบททางเนื้อหาแล้วนั้น รัฐไทยมีโครงสร้างการปกครองรัฐ ที่ประกอบไปด้วยกลไกอำนาจรัฐที่ซ้อนทับอำนาจกันเองอยู่ในหลายบริบท และสามารถก้าวก่ายซึ่งกันและกันได้อย่างเลยเถิด ผิดหลักเจตนารมณ์แห่งรัฐประชาธิปไตย อันต้องมีระบบที่สามารถขับเคลื่อน, ถ่วงดุลย์, ควบคุม และปกครองฯ ที่ควรจะเป็นไปโดยอำนาจบริสุทธิ์ที่มาจากราษฏร จึงจะไม่ขัดแย้งกับหลักแห่ง ((เจตนาราษฏร์)) อันเป็นเนื้อแท้ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้รัฐที่ประชาชนเป็นใหญ่ ได้ปกครองกันเอง และมีเสถียรภาพเป็นไปในในทิศทางที่ถูก ที่ควรต่อไปได้นั่นเอง

 

 

แต่ในสภาพความเป็นจริงนั้น รัฐไทยหาได้มีเนื้อหาเป็นไปเช่นนั้นไม่ กลับมีโครงสร้างที่ประกอบกันด้วยกลไกอำนาจรัฐที่สำคัญ ๆ ที่ผสมผสานและควบรวมกันอยู่ ทั้งในกลไกรัฐที่ได้มาโดยรูปแบบประชาธิปไตย และกลไกรัฐที่มาโดยเนื้อหาแห่งอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ซึ่งเกิดการกดทับอำนาจกันเองอยู่ตลอดเวลา มิได้เป็นไปในลักษณะร่วมกัน ((ขับเคลื่อน, ถ่วงดุลย์, ควบคุม และปกครองฯ)) แต่กลับมีนัยยะแห่งการ ((งัดข้อทางอำนาจ)) กันเองระหว่าง อำนาจประชาชน กับอำนาจเผด็จการแฝงรัฐ ผ่านตัวแทนที่เป็นกลไกอำนาจของทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ..

 


      - กลไกอำนาจรัฐในเชิงการบริหารและขับเคลื่อน ได้แก่ อำนาจฝ่ายบริหาร โดยคณะรัฐบาล

      - กลไกอำนาจรัฐในเชิงการตรวจสอบ ถ่วงดุลย์ คัดค้าน คือ อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรร่วมในวุฒิสภา / สภาผู้แทนฯ

      - กลไกอำนาจรัฐในเชิงการตัดสิน ชี้ขาด ให้โทษ และตัดตอน คือ องค์กรตุลาการ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ , ศาลปกครอง, ศาลฏีกา รวมไปถึงกลุ่มองค์กรย่อย ๆ เช่น คตส., สตง., ปปช., กกต. เป็นต้น

      - กลไกอำนาจรัฐในเชิงการป้องกัน, แทรกแซง, ชี้นำ และล้มล้างฯ  ได้แก่ อำนาจทางกองทัพ และกลไกภายนอกระบบ ที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อกองทัพฯ

 


ที่นี้ หากลองพิจารณาโดยละเอียด ก็จะเกิดคำถามตามมาว่า..

 

๑. จากกลุ่มกลไก และกลุ่มองค์กรของรัฐ มีกลไกหรือองค์กรใดบ้าง ที่เป็นตัวแทนอำนาจจากฝ่ายราษฏรอย่างแท้จริง หรือได้มีส่วนยึดโยงเข้ากับประชาชนโดยเนื้อหา และมีองค์กรหรือกลไกใด ที่เป็นเขี้ยวเล็บของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ?

๒. ดูจากหลักแห่งอิทธิพลอำนาจนั้น อำนาจฝ่ายใดกัน ที่สามารถกดทับอำนาจของอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างราบคาบ ในทางปฏิบัติ กลไกทางประชาธิปไตยเชิงรูปแบบ หรือกลไกฝ่ายเผด็จการในเชิงเนื้อหา?

๓. อำนาจจากฝ่ายประชาชน เป็นเบี้ยล่าง รองจากอำนาจฝ่ายเผด็จการนิยมแฝงรัฐ อยู่หรือไม่? และอำนาจของฝ่ายใด ที่เป็นผู้แผ่อำนาจควบคุมกลไกของอีกฝ่ายได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด?

๔. อำนาจทางกองทัพ จะอ้างได้อย่างไรว่า "กองทัพเป็นของประชาชน" ในเมื่อโครงสร้างทางอำนาจนั้น มิได้มีส่วนหนึ่งส่วนใด ถูกยึดโยงเข้ากับอำนาจของฝ่ายประชาชนแต่อย่างใดเลย หนำซ้ำกลับเป็นอำนาจที่ล้มล้างกลไกที่เป็นตัวแทนจากภาคประชาชนได้เสียด้วยซ้ำ?

๕. เราจะสรุปได้หรือยังว่า หลังจากการเปลี่ยนผ่านฯ มาแล้วกว่า ๗๘ ปี ตอนนี้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบอะไร?

 


--------//--------

 

 

 

"ระบบอุปถัมภ์" หลุมดำกลางโครงสร้างฯ สิ่งที่จะเปลี่ยน "เจตนาแห่งราษฏร" ให้กลายเป็นการ "ฮั้วอำนาจกัน"


เมื่อประเพณีการปกครองของไทย เบี่ยงเบนไปในทิศทางนั้นเสียแล้ว จึงเป็นเรื่องของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ ที่จะ ((สบช่องทาง)) ผูกขาดอำนาจการปกครองไว้ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เพื่อศูนย์กลางอำนาจแห่งรัฐทั้งองคาพยพ ก็จะถูกแผ่คลุมไปด้วยคนในเครือข่ายของฝ่ายตนแทบทั้งสิ้น ยังผลให้อำนาจการปกครองโดยภาพรวม จึงถูกยึดโยงเข้าไว้กับฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐดังเดิม และจะเป็นผู้กุมชะตากรรมประเทศไว้แต่เพียงฝ่ายเดียว หาใช่อำนาจของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างที่ร่วมกันอุปาทานกัน

 

 

ด้วยระบอบฯ ที่เต็มไปด้วยหลุมพรางมากมาย เรื่องภายในระบบจึงยากที่จะมีคนของฝ่ายราษฏรคนไหน จะผ่าฟันเข้าไปได้ด้วยตนเอง และคงอยู่ได้โดยจะขออาศัยแค่เพียงแต่ "ศรัทธามหาชน" คงเป็นเรื่องที่เพ้อฝันในระบอบการปกครองที่แฝงเร้นเช่นนี้ ระบบเหล่านี้จึงเป็นตัวกดดันที่ดี ที่จะบังคับให้เกิดการ ((ควบรวมศูนย์อำนาจกันอย่างสมยอมของทั้งสองฝ่าย)) โดยฝ่ายตัวแทนประชาชนในรูปแบบประชาธิปไตยก็ดี และฝ่ายตัวแทนที่มาโดยเนื้อหาแห่งอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐเองก็ตาม ก็จะใช้ ((กลไกระบบอุปถัมภ์)) เป็นสื่อกลาง เชื่อมโยงให้เกิดการ "ฮั้วอำนาจ" กันเองภายในโครงสร้างฯ จนกลมกลืนกลายเป็นฝ่ายเดียวกันไปหมด ละทิ้งซึ่งประชาชนในที่สุด

 

 

และนี่ก็เป็นที่มาว่าทำไมประชาชนถึงเบื่อหน่ายกับนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ และหลงประเด็นไปโทษว่าเป็นความบกพร่องเชิงตัวบุคคลเชิงจริยธรรมเพียงฝ่ายเดียว ((จนเดินไปติดกับดักของฝ่ายอำนาจเผด็จการนิยมแฝงรัฐ)) ที่จะทำให้ราษฏรหมดหวังกับตัวแทนของเขาเอง และเห็นว่า ((ระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่เหมาะที่จะใช้กับคนไทยเสียแล้ว?)) เป็นการยิงกระสุนนัดเดียวได้พวกนกที่ร่วมกันอุปาทาน ตกลงมาตายกันหลายตัว

 

 

"...ระบบอุปถัมภ์ จึงเป็นประเพณีในด้านมืด ที่เป็นผลได้รับมาจากสภาพเชิงโครงสร้างฯ และเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาของชาติให้เติบโตไปได้อย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน ที่คาดหวังไว้กับผู้ปกครองรัฐทั้งหลายทั้งปวง..."

 

 

เพราะประเพณีเช่นนี้ ทำให้เกิดการ "เกี๊ยะเซี๊ยะ" ((การสมยอมกัน)) หรือการ "ฮั้ว" ((การสมคบคิดกัน)) ของกระบวนการทางอำนาจภายในทั้งหมด ทั้งตัวบุคคล / กลุ่มบุคคล ทั้งในกลุ่มของส่วนกลไกรัฐก็ดี หรือกลุ่มองค์กรภายนอกเองก็ตาม ก็ยังสามารถ ((เอื้อมมือมาเกาะแข้งเกาะขา ขอพึ่งบารมีอุปถัมภ์ฯ)) จนกลายเป็นการผูกขาดทางธุรกิจ สร้างความร่ำรวยให้เฉพาะกลุ่มคน เอาเปรียบสังคม และยิ่งสร้างปัญหาให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างสุดโต่ง มากมายในปัจจุบัน

 

 

และทุกครั้งที่มีวิกฤตความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นในเชิงการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่ ก็ไม่สามารถจะรับรู้เรื่องราวความขัดแย้งเชิงอำนาจภายในที่แท้จริงเหล่านั้นได้เลย และผู้มีอำนาจปกครองในทุกสมัย ก็จะไม่ยอมปริปากพูดในข้อเท็จจริงเหล่านั้นกันอย่างเปิดเผย เหตุเพราะว่า ต่างฝ่ายต่างมีส่วนได้เสียจากการแสวงหาผลประโยชน์และอำนาจกันบนความคลุมเครือเหล่านั้นร่วมกันเสียเอง และความขัดแย้งทางอำนาจและผลประโยชน์ลับ ๆ เหล่านั้น ก็ได้แพร่กระจาย กระทบกระเทือนกันเป็นลูกโซ่ เพราะผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันหลายมิติเหล่านั้น ไปผูกโยงและครอบคลุมไปถึง กลุ่มอภิสิทธิ์ชน, นักการเมือง, เจ้าหน้าที่ในองค์กรที่เป็นกลไกอำนาจของรัฐ, ข้าราชการระดับสูง, นายทหารใหญ่แห่งกองทัพ, เจ้าพ่อสื่อฯ รวมไปถึงองค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ไปดึงเอาบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งรัฐ เข้ามารับตำแหน่งใด ๆ ในองค์กร เพื่อขอแค่ได้มีส่วนร่วมในการเชื่อมโยง ต่อท่อผลประโยชน์แฝงรัฐต่าง ๆ นา ๆ  กลายเป็นแรงส่งเสริมต่อความขัดแย้งร่วมกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในเชิงกลุ่มทุน, กลุ่มอำนาจ, กลุ่มอภิสิทธิ์ชน และกล่มของผู้เสียผลประโยชน์ จนถึงขั้น ((ลงขัน)) ล้มล้างอำนาจกันไปมาหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงช่วงวิกฤต ๔ - ๕ ปีนี้ ก็เช่นกัน ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย ที่เริ่มมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างเดิม ๆ เหล่านี้ทั้งสิ้น

 

 

ทั้งหมดนั่นก็คือนัยยะเชิงเนื้อหาของกลไกใน ((ระบบอุปถัมภ์)) ที่เป็นวาระซ่อนเร้นอยู่ในโครงสร้างอันคลุมเครือฯ และเป็นตัวการสำคัญ ที่จะไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของฝ่ายประชาชนได้อย่างแยบคาย เป็นที่มาของเรื่องราวการทุจริต ฉ้อโกง หรือหาผลประโยชน์ของฝ่ายการเมือง และหมดเปลืองเวลาไปกับการเข้าหา, วิ่งเต้น, ส่งส่วย หรือเอาใจกลุ่มอำนาจ ผู้ใหญ่ หรือกลุ่ม "อภิสิทธิ์ชน" ต้นทางแห่งเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ของตน มากกว่าที่จะเอาเวลานำพาศักยภาพไปใช้ในการพัฒนาประเทศ หรือ "วิ่งเข้าหาหัวใจประชาชน" นั่นเอง

 

 

เรายังจะแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าไร?

 

 


--------//--------

 


โปรดติดตามบทความ (((ไพร่อุปทาน))) ต่อในภาคสาม (ตอนจบ)

 


(((ไพร่อุปทาน))) : "ดาบนั้นคืนสนอง : ภาค ๓/๓ " - เมื่อการยึดอำนาจประชาชน ๑๙ กันยายน ๔๙ ครั้งนั้น กลายเป็นการจุดชนวน การนับเวลาถอยหลังสู่การล่มสลายของฝ่ายอำนาจเผด็จการแฝงรัฐไทยเสียเอง !!!

 

(กรุณาติดตามต่อ เร็ว ๆ นี้)

 

 --------//--------

 

::.- บทความที่น่าจะเกี่ยวข้อง -.::

 

(((ไพร่อุปทาน))) : “ไพร่อุปถัมภ์ หรือจะสู้ศักดินาอำมาตยาค้ำชู” - เมื่อการเข้าถึงโครงสร้างทางอำนาจการปกครองของไทย กลายเป็นต้นเหตุ “นักการเมืองต้องเลว” !!?

http://talk.mthai.com/topic/109917

 .-

(((ไพร่อุปทาน))) "กับดักทางสมอง" ทัศนคติเชิงมุมมอง "ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ" คือ นักการเมืองเลว และประชาชนโง่ บ้านเมืองไทยถึงไม่เจริญ !!! "จริงดอกหรือ???"

http://talk.mthai.com/topic/74359

.-

 

 

 

ความเห็นที่ 1
บราๆๆ

สวัสดีครับกัปตัน
***สมกับที่รอคอยครับ***
อ่านแล้วนึกถึง
Clash of the Titans สงครามมหาเทพประจัญบาน
สงครามระหว่างมนุษย์และเหล่าทวยเทพ...
เพียงแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง..ไม่มีเทพเทวดา..
***ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน..ไม่ใช่นักการเมือง..ทหารเผด็จการ..หรือเทวดาที่ไหน***
***ไม่มีใครที่จะเอาชนะพลังประชาชนได้***

ความเห็นที่ 2
LArc~en~Ciel

สวัสดีครับ แวะมาเจิมให้นะครับ เป็นกระทู้ยอดเยี่ยมอีก 1 กระทู้

ความเห็นที่ 3
บราๆๆ

6 โดย: LArc~en~Cie
สวัสดีครับ...คุณลาร์ค
7 โดย: ปชช
สวัสดีครับ..ไปพรรคพลังประชาชนซะงั้น..อิอิ..ว่าแต่
..ทีมเต็งที่คุณ..ปชช..ฟันธงไหงเดี้ยงหมดเลยล่ะครับ...น้องนิวผมด้วย..คริคริ

ความเห็นที่ 4
วิมุตติ

อิๆๆดีครับกัปตัน และ เพื่อนๆทุกท่าน
อิๆๆระบบ อุปถัมภ์ วงจรที่ไม่เคย:-)งหายจากสังคมไทย ตราบใดที่ประชาชนยังไม่คิดจะพึ่งตัวและความสามาถตัวเอง แต่หวังที่จะพึงคนที่มีอำนาจ ตราบนั้น
ระบบอุปถัมภ์ไม่มีวัน:-)งหายจากสังคมไทย
ถ้าโชคดีได้ผู้อุปถัมภ์ดีก้ดีไป
แต่ถ้าได้ผู้อุปถัมภ์ที่เห็นแก่ตัวก้ถือว่าเลวร้ายนิอิๆๆ

ความเห็นที่ 5
--บุญรักษา พธม รัก นปช--

-มาไม่ทันตกรถ...อิอิ
-บุญรักษา...สวัสดิ์ครับทุกท่าน ขอขั่งอ่านก่อนนะ

ความเห็นที่ 6
LArc~en~Ciel

ความคิดเห็นที่ 17 โดย: GROO

ไอ้ขี้ข้า แล้วที่พวกมึงขโมยของในทำเนียบ ขโมยไอติมแดรกในสนามบิน ขึ้นทางด่วนไปสนามบินโดยไม่เสียค่าทางด่วน

นี่เรียกกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่า ทำไมพวกพ่อมึงถึงเอาไปตั้งเป็นชื่อแก็งค์พวกมึงล่ะ

"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"

5555+ อยากจะหัวเราะ

ไอ้ควายกลับไปถามไอ้สนธิ พ่อมึงดูซิว่าทำไมถึงเอาประชาธิปไตยไปตั้งเป็นชื่อ

ไม่ตั้งชื่อเป็นคอมมิวนิสต์ไปวะ ให้เข้ากับธงสวัสดิกะของพรรคการเมืองสวะ ๆ ของพวกมึงอะ

ความเห็นที่ 7
--บุญรักษา พธม รัก นปช--

หวัดดีครับ...เพื่อน อิอิ
-ตอนนี้ ไม่รู้หละ ฟุตบอลแซมบ้า สไตล์ไทยๆ
-ฟังแล้วก็ งง...อยากเก่งเหมือนบราซิล แต่ไปไม่รอดเหมือนไทย
-บุญรักษา...

ความเห็นที่ 8
soey30

หวัดดีค่ะ พี่กัปตัน พี่พันธะ พี่ลาร์ค และพี่ๆทุกคนคร้า

มาช้าไปหน่อย รถติด ค่ะ อ๋อ..ไม่ใช่ เพิ่งจะว่างค่ะ


รายงานตัวก่อนเด๋วขึ้นไปอ่านค่ะ

ความเห็นที่ 9
soey30

วันนี้เงียบๆ น่ะพี่กัปตัน
อ๋อ คงเพราะวันศุกร์ต้นเดือน ใช่มั้ยค่ะ
คงไปปล่อยแก่ กันล่ะมั้ง น่ะ

ความเห็นที่ 10
laotaa

มีนักวิชาเกิน ปิ้งแผ่นใสที่มาจาก มหาลัยแห่งหนึ่งได้กล่าวในแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่ามันควรไปเลี้ยงควายดีกว่า เนื่องจากกฏหมายที่มันแก้ ประชาชนไม่ได้อะไรเลย และไอ้วิธีคิดแบบนี้ ไม่ต้องนักวิชาการท่านนั้นก็ได้