เปิดคำปราศรัย ?สฤษดิ์? ตบหน้า ?หมัก? ย้ำชัดไทยทวงคืน ?พระวิหาร?

ค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ 20 วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้ ?พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี?
ความเห็นที่ 1
7777777

แม่ม เขียนติดกันเป็นพรึ้ดงี้ ขี้เกียจอ่านเลยว่ะ

ความเห็นที่ 2
M

พูดไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จะไปทวงคืนให้มาเป็นของเราความเป็นไปได้ไม่มี ศาลโลกเค้าตัดสินไปแล้ว อีกอย่างถ้าเขมรไม่เอาเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะออกมาโวยวายกันมั้ย...ผ่านมากี่รัฐบาลแล้ว ก่อนหน้านี้ทำไมไม่โวยวาย นี่แหละเราคนไทยเป็นแบบนี้แหละ...มาโวยวายเมื่ออะไรมันสายเกินแก้ไปแล้ว จะทำได้ก็แค่ อันไหนที่ล่วงล้ำตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทาง สร้างวัด อันนั้นหน่ะคงพอโวยได้มั่ง..โวยวายไปก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเปล่าๆ หรือว่าถ้าคุณอภิทธิ์เป็นนายก เราจะทวงคืนเขาพระวิหารได้งั้นหรือ?

ความเห็นที่ 3
อ้าว

อ้าว แล้วทำไม่ ก่อนหน้านั้น ไม่แย่งมาล่ะ ปชป อยู่มาตั้ง กี่ปีแล้ว เป็น รัฐบาลมา กี่สมัยแล้ว ทำไม ทำไม ทำไม ไม่แย่งมาล่ะ ปล่อยให้ เขาเอาไปตั้ง 40 กว่าปีได้ไง
ถ้ายก ให้ ปชป เป็น นายก ตอนนี้ แน่ใจหรอกว่า ปชป มันจะทำตรงข้ามกับ ไทย เพราะเหตุว่า ไม่มีคน ขุ้ย เปิดประเด็น ได้เยอะเท่า ปชป แล้ว เรื่องมันเลยใหญ่โต
ถามไรหน่อย สปก 4-01 ไม่มีคนเปิดประเด็นเลย
รถไปรางคู่ ไม่เปิดประเด้นล่ะ เฮ่ออ พรรคการเมืองน่คิดว่าตัวเองดีตลอดเลย เบื่อ

ความเห็นที่ 4
จ่าเริง

....จขกท... ทำเป็นปากกล้า ขาสั่น แน่จริงช่วยทวงสิทธิดินแดนรอบทำเนียบรัฐบาลกลับคืนมาจากพวกพันธมารก่อนเถอะ ขณะนี้พระสงฆ์, นักเรียน 6 โรงเรียน กำลังเดือดร้อนมาก…(หรือ จขกท. เป็นพวกแมลงสาบไม่กัดเอง)

ความเห็นที่ 5
สารส้ม

ตอนนี้ไม่มีใครคิดถึงขนาดทวงคืนหรอก เรื่องมันนานแล้วคงยาก แต่คุณคิดมั้ยว่าถึงจะตัดสินให้ตัวปราสาทเป็นของเขมรแต่ที่ดินมันเป็นของเรา แบบนี้เหตุผลพอที่จะจดทะเบียนร่วมไทย-เขมร มั้ย
หรือเราทำได้แค่ยินยอมให้เขมรจดทะเบียนประเทศเดียว มันจะทำให้เราเสี่ยงกับการเสียดินแดนมากกว่านะ
อย่างน้อยถ้าจดทะเบียนร่วม มันน่าจะตรงไปตรงมามากกว่า

ความเห็นที่ 6
สารส้ม

คห.4
ที่พันธมิตรชุมนุม มันทำให้ไทยเสียดินแดนมั้ย พวกนั้นยังงัยก็คนไทย
คุณสิแปลก คนไทยยืนบนผืนแผ่นดินไทย คุณโวยวาย ทีเขมรกำลังจะยืนบนแผ่นดินไทย กลับไม่โวยวาย
แล้วทำมัยคุณไม่ไปยืนด่าพันธมิตรแล้วแย่งพื้นที่กลับคืนเองหล่ะ

ความเห็นที่ 7
sdf

คห ที่ 6 พาลทะมารเสนอ ให้ เอาประเทศมาเลเซียคืนด้วย

อีกอย่าง คห ที่ 6 เขาพระวิหาร กลับไปอ่านบทประวัติ ก่อน อย่าไปว่าใคร แต่ถ้าคุณไม่เคาระคำตัดสินศาลโลก เราก็สามารถยึดมาเลเซียคืนได้ ดีหรือไม่ เพราะศาลโลกตักสินแล้ว

แล้วอีกอย่าง ปชป เป็นรัฐบาลมากี่สมัย เขาพระวิหารเสียไปก็เพราะ ปชป แล้วทำไมไม่ทวงคืนล่ะ มีเวลาให้ ปชป ตั้ง 40 กว่าๆ ที่เราเสียเขาพระวิหารไป แล้วทามไม พรรคแมงสาป เอ้ย ปชป ไม่ทวงคืน รออะไรถึงตอนนี้ จะให้ทวงคืน

มันคือประเด็นมั้ย เอ้า พาลทะมาร ขอมาเลเซียด้วย เย้ๆๆ โย่วว

ความเห็นที่ 8
กำที่มีมันเกิดมาร่วมชาติ

พวกที่อยู่ข้างพันธมิตรกำลังขาดสติจนทำอะไรก็ได้ ไม่คิดอะไรด้วยเหตุผลความเป็นจริง มุ่งหวังแต่จะได้แต่ไม่มีแนวทางที่จะเอาคืนมาเลย

ปราสาทน่ะของเขานั่น แน่นอนเพราะตั้งแต่มีคำพิพากษาของศาลโลก เขาก็มีธงชาติของเขาไปปักอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ ๒๕๐๕

แต่สงวนสิทธิในการร้องคัดค้านยังคงมีอยู่ แล้วถ้ายื่นอุทธรณ์ แล้วให้มีการไต่สวนใหม่ ใครจะเป็นทนาย และหลักฐานที่จะไปใช้ยันกับหลักฐานที่ศาลโลกและกัมพูชา (ฝรั่งเศส) เราก็ยอมรับว่าสูญเสีย เป็นใครอ่านแถลงการณืก็ต้องว่าเสียใจอย่างสุดซึ้งครับ และเรายังมีสิทธิ์อะไรก็ว่าไป (นั่นเป็นภาษาทางการฑูต)

ความเห็นที่ 10
จ่าเริง

..จขกท.ต่อมมโนสำนึก..ของคุณทำไม?มันถึงได้ทำงานช้าจัง เรื่องเกิดเมื่อปีมะโว้ พึ่งจะมาคิดได้

….I พรรคแมลงสาบหัวหมอ ปี2505 มันหลอกคนไทยให้บริจาคเงินให้หัวหน้ามัน ไปว่าความ..แพ้มาทีหนึ่งแล้ว..ถ้าตอนนั้นจอมพลสฤษดิ์ ไม่ไปหลงเชื่อพวกมันว่าเราจะชนะ..เอาทหารไปยันไว้บนเขาพระวิหาร(ถ้าสู้รบกันจริงเราก็ได้เปรียบเรื่องชัยภูมิ) ทำไมต้องไปขึ้นศาลโลก ถ้าจะหน้าด้าน.. มันควรทำตั้งนานแล้ว