(((ไพร่อุปทาน))) : 'Debate' : เวทีประชันศักยภาพเชิงวิสัยทัศน์แห่งผู้นำฯ หรือลานแสดงการจำอวดวาทศิลป์ของคนจำพวก 'ศรีธนญชัยทางการเมือง' ของไทย !!!

 

 

'การดีเบต' : คือการประชันวิสัยทัศน์' ในเชิงการนำเสนอนโยบายที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ของศักยภาพแห่งผู้นำในตัวตนของตนเอง ของผู้ที่ขันอาสาฯ เหล่านั้น แล้วการดีเบตนั้น ยังต้องมีบทพิสูจน์ที่สุดท้าทายถึง 'ความรัดกุมในเชงินโยบาย/การตกผลึกในเชิงวิสัยทัศน์' โดยการต้องเปิดโอกาสให้ผู้ท้าชิงฯ คนอื่น ๆ ได้ทำการตรวจสอบ, วิพากษ์วิจารณ์ปมที่เขายังคิดว่า 'มันเป็นจุดอ่อน/ข้อพกพร่อง' ในแนวทางเชิงนโยบายนั้น ๆ ของผู้เสนอตัวและนำเสนอนโยบายดังกล่าว เพื่อต้องการให้ตอบคำถาม, ไขข้อข้องใจเหล่านั้นต่อสังคม, ต่อหน้าประชาชน 'อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกฝ่าย' โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสินและให้คะแนนผ่านฉันทานุมัติ 'ผ่านการลงประชามติ/การเลือกตั้ง' ตามวิถีทางประชาธิปไตยนั่นเอง

 

 

---//---

 

!!! 'Debate' : เวทีประชันศักยภาพเชิงวิสัยทัศน์แห่งผู้นำฯ หรือลานแสดงการจำอวดวาทศิลป์ของคนจำพวก 'ศรีธนญชัยทางการเมือง' ของไทย !!!

 

((( ไพร่อุปทาน )))
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔

.

เวทีแห่งการดีเบตประชันวิสัยทัศน์ของ 'ผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำประเทศ' นั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ 'อารยประเทศ' ที่มี 'อารยธรรมทางการเมืองที่ดี' มีวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยเนื้อแท้ ซึ่งยึดถือเอา 'ประชาชน' เป็นหัวใจหลัก, เป็นจุดเริ่มต้นแห่งศูนย์กลางโครงสร้างอำนาจการปกครองของประเทศ และเป็น 'ผู้มีอำนาจตัดสินชี้ขาดทิศทางประเทศอย่างแท้จริง'

 ..

 

ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งว่าที่ผู้นำสูงสุดของประเทศ บนเวทีดีเบตระดับชาตินั้น ควรจะได้รับเกียรติอย่างสมศักดิ์ศรี สมฐานะ "ผู้นำฯ" ที่มีภาพพจน์ที่ดี มีความจริงใจ และกล้าหาญที่จะเสนอตัวต่อประชาชนอย่างสำเหนียกสำนึกตนแล้วว่า 'ประชาชนคือเจ้านายเพียงคนเดียวที่ตนต้องรับใช้ต่อความไว้วางใจอย่างซื่อสัตย์และถึงที่สุด' โดยมีเจตนาอันบริสุทธิ์ต่อสังคม 'ที่จะขันอาสาเข้ามารับใช้ประเทศชาติ/ประชาชน' บนพื้นฐานศักยภาพของตนอย่างแท้จริง มิใช่เรื่องของ 'โมฆบุรุษ' ผู้กระสันต่ออำนาจรัฐคนหนึ่งคนใด จะอาศัยช่องโหว่บนเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ เข้ามา 'เล่นลิ้น - จำอวดวาทศิลป์' โชว์ความฉกาจฉกรรจ์ของ 'การเป็นนักโต้วาทีระดับชาติ' เก่งแต่เรื่องขุดคุ้ยดิสเครดิต, สาดโคลนใครต่อใครอย่างไม่รับผิดชอบ บนเวทีสากลเยี่ยงนั้น เพียงความปรารถนาที่จะ 'ฉ้อฉลประชาชน' โดยไม่ต้องอาศัยต้นทุนหรือภูมิหลังที่ดีงามของตนแต่อย่างใดมากนัก เพราะแท้จริงคือ 'การฉกฉวยจังหวะที่จะลดความน่าเชื่อถือ หรือทำลายคู่แข่งขันคนสำคัญด้วยความเชี่ยวกราดทางวาทศิลป์/วาทกรรม, ฉะฉานทางด้านคารมคมคายที่ตนถนัด' ฝึกฝีปากการพูด การสร้างมายาภาพลวงคนมาตลอดชีวิต 'มากกว่าฝึกฝนที่จะพัฒนาศักยภาพแห่งความเป็นผู้นำของตนอย่างแท้จริง'

...

 

กลเกมแห่งการลวงล่อสังคมหรือ 'การล่อหลอก' ประชาชนด้วยการ 'สร้างภาพ - ขายฝัน' อย่าง 'เลื่อนลอย' แต่กลับคอยแต่จะ 'ดิสเครดิต' ผู้อื่นโดยอาศัยแต่เพียงแค่ 'ศักยภาพทางน้ำลาย', วาทศิลป์โน้มน้าวในบริบท 'โฆษณาชวนเชื่อ' อย่างไม่ต้องอาศัยต้นทุนทางศักยภาพที่ตนมีอยู่อย่างแท้จริง, หรือแม้กระทั่ง "การแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือการแสดงความอยาก อะไรคือการแสดงวิสัยทัศน์" ที่จะนำมาเป็น "สัจจประชาคม" บนพื้นฐานแห่งการรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเองในฐานะ "ผู้นำสูงสุดของประเทศที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด" ที่ตนควรจะต้องยึดเป็นเป้าหมายทางภารกิจฯ หลักเสียด้วยซ้ำ

....

 

วัฒนธรรมทางการเมืองที่เป็น 'อารยะสากล' เยี่ยงประเทศที่เจริญแล้ว และปกครองกันในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้สิทธิเสรีภาพของพลเมืองโดยแท้ ผู้นำสูงสุดของประเทศ อันเป็นผลผลิตสำคัญที่ได้จากระบอบการปกครองที่ดีนั้น ๆ "ต้องยึดถือเอาสัจจประชาคมที่เคยประกาศไว้เป็นเป้าหมาย, บนความรับผิดชอบอย่างสูงสุด" แต่นักการเมืองไทยภายใต้บริบทโครงสร้างอำนาจการปกครองแบบ 'ฉ้อฉลอำนาจอธิปไตยของประชาชน' จาก 'เผด็จการแฝงรัฐ' อย่างที่รัฐไทยเป็นอยู่ทุกวันนี้ หากว่าเราจะลอกเอาแต่รูปแบบวัฒนธรรมทางการเมืองเหล่านั้น นำมาใช้แต่เป็น 'ธรรมเนียมพิธี' โดยไม่สนใจถึงเนื้อหาว่า 'เราไม่ใช่รัฐประชาธิปไตยที่ส่งเสริมประชาชนโดยเนื้อแท้' แล้วนั้น เรายังจะคาดหวังเอากับ 'รูปแบบแห่งวัฒนธรรมการดีเบต' เยี่ยงประเทศที่มี 'อารยธรรมทางการเมืองที่ดี' อย่างนั้นได้ด้วยดอกหรือ ?

.....

 

จากการที่ 'นายอภิสิทธิ์' และ 'พรรคประชาธิปัตย์' แสดงอาการกระสันที่จะ 'ท้าดีเบต' อย่างคนโหยกระหายกับ 'คุณยิ่งลักษณ์' นั้น คงไม่ใช่ในฐานะ 'แคนดิเดตนายกฯ' ด้วยกันอย่างคำกล่าวอ้างเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง ตามแบบฉบับ 'ของความถนัด' แต่น่าจะหมายถึง ความต้องการชวนให้เข้าร่วมเล่นเกมสกปรกที่ตนถนัด โดยมองว่าคุณยิ่งลักษณ์ฯ 'จะอยู่ในฐานะเหยื่อผู้อ่อนด้อยประสบการณ์ในวงจรอุบาทว์ทางการเมือง' เสียมากกว่า และนั่นต่างหากที่เป็นสิ่งที่ 'พวกเขาถนัด'

......

 

เพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมากว่า ๖๐ ปีของการเกิดขึ้นและคงอยู่ของพรรคการเมืองนี้ ที่ทำลายล้างใครต่อใครลงได้อย่างเหลือเชื่อ 'เพียงแค่การใช้คำพูดใส่ร้ายป้ายสี' และล่าสุด 'สองปีกว่า' ที่พรรคนี้ฉ้อฉลอำนาจขึ้นเป็นรัฐบาลภายใต้การนำของ 'นายอภิสิทธิ์' โดยมีเผด็จการเจ้าเก่าหนุนหลัง ได้บริหารประเทศด้วยน้ำลายจนประเทศนี้ดิ่งหัวลงเหวไปแทบทุกมิติเยี่ยงนี้ แทบไม่ต้องพิสูจน์ข้อสงสัยใด ๆ อีกต่อไปแล้ว, ประชาชนคนไทย 'ล้วนแล้วแต่ทราบดี' จากสิ่งที่เคยฟังอย่างหวานหู, เคลิบเคลิ้มอยู่กับมายาภาพอย่างมีหวัง แต่กลับต้องสะดุ้งสุดตัวตื่นจากภวังค์เพราะความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเข้าประชิดถึงตัวอย่าง 'กลับตาลปัตร' สิ่งที่ได้ยิน, หรือจะด้วยการถูกยัดเยียด 'คนดีจากสรวงสวรรค์' ของกลุ่ม 'อภิชน' ที่ต้องจำใจรับสภาพ 'จำทน' จะด้วยความรู้สึกอย่างใดก็ตาม 'ผลก็เป็นไปตามนั้นแล้ว'

.......

 

'ใช่อยู่' หากดูผิวเผินแล้ว 'การดีเบต' นั้นก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี และถูกต้องไปตามหลักการ ที่คนซึ่งกล้าจะอาสาตัวเป็นผู้นำฯ ทุกคนนั้น โดยธรรมชาติย่อมไม่มีใครเกรงใครที่จะขึ้นไป 'วัดกึ๋น' ในเชิงการ 'ปะทะวิสัยทัศน์ - นำเสนอนโยบาย' ให้ประชาชนตัดสิน

 

........

 

หากเพียงแต่ว่า.. 'เกมนี้' ด้วยความ 'กระสัน' อย่างกระเหี้ยนกระหือรืออย่าง 'มีนัยยะ' ของ 'นายอภิสิทธิ์' ที่คิดแต่จะมองคนอื่นว่า 'ต้องเป็นเหยื่อ' พยายามจะดึงคนอื่นให้เข้ามาเล่นในเกมเดียวที่ตนถนัด และอ้างสถานการณ์ความจำเป็นต่าง ๆ นา ๆ เพื่อ 'ก่อมายาภาพ' กดดัน โดยที่ตนเองก็ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นไปมองดู 'สันหลัง' ตัวเองที่กำลัง 'เหวอะหวะ' ไปด้วย 'พิษแห่งน้ำลาย' ของตนที่เกิดจากการนำไปใช้อย่างพร่ำเพรือ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ตนมี คิดแต่ว่าถนัดใช้ 'เป็นจุดเด่น/เป็นไม้ตาย' และใช้มันอย่างเคยตัว ไม่ต้องคำนึงถึง 'ผลกระทบ' จากการไม่มีสัจจะใด ๆ เป็นพื้นฐานรองรับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด

.........

 

หารู้ไม่ว่า 'คุณยิ่งลักษณ์' ผู้ที่ประกาศความสำเร็จด้วยผลงานจากการบริหารภาคธุรกิจอย่างมากมาย โดยไม่เคยต้องไปขูดรีดเอาภาษีประชาชนมาเป็น 'เครื่องค้ำประกันศักยภาพ' หรือต้องคอยอาศัยแต่ 'การยืนข้างถ่ายรูปคู่อยู่กับแต่โพเดี้ยม - รายการจ้อผ่านจอ' มาเป็นเครื่องยืนยันดีกรีใด ๆ รวมไปถึงพรรคเพื่อไทย ที่ขณะนี้ อาจจะกำลังแสดงบท 'คนฉลาดแสร้งโง่' เพื่อรอดัดหลังใครบ้างคนในโค้งสุดท้ายเพื่อ 'ปิดฝาโลง' ของ 'สุดยอดนักพูด' อยู่ "ก็เป็นได้"

 

 

---//---

.

:: มารู้จัก 'ธรรมเนียมการดีเบต' กัน ::

http://www.youtube.com/watch?v=Emw3OVTN0Dw&feature=player_embedded

 

 

 

-('_T")a-

 

ความเห็นที่ 1
ggg

ตามข่าวกันหรือเปล่าครับ คุณยิ่งลักษณ์ เค้าก็ตอบเชิงตกลงว่าดีเบตก็ไอ้แต่เอาไว้ใลก้ๆวันเลือกตั้งก่อน เพราะตอนนี้ต้องหาเสียงช่วยลูกพรรค และเกมส์นี้มันดูง่ายๆคือประชาธิปัตต์รู้นะครับว่าเปนรอง เลยอยากขยี้ความมั่นใจและดึงกระแสกลับมาทางตนเอง ซึ่งผมว่าวิธีงี่เง่านะ รอใกล้ๆวันดีเบตก็ได้จะรีบไปไหน อีกอย่างตอนวอลเปเอร์ไปคุยกะสรยุทธ์ คำพูดคำจาหมามากครับ หาเรื่องเค้าอย่างเดียวเลย งี่เง่านะผมว่า อีกอย่างการดีเบตไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ แต่ปัยหาคือใครจะมาเป็นคนกลางแค่นั้น

ความเห็นที่ 2
ขงเบ้ง

คำพูดของอภิสิทธ์ ยังเชื่อได้อีกหรือคับ ชวนใครต่อใครมาดีเบต ถนัดนักพ่นน้ำลาย ไม้ตายสิ

ความเห็นที่ 3
ไพร่อุปทาน

#3

--/--

:em25: อืมมม์.. ที่ไม่ค่อยอยากตั้งกระทู้การเมืองในเอ็มไทยในช่วงนี้ ก็เพราะแบบนี้แหล่ะ

ระบบที่มองไม่เห็น คอยกลั่นแกล้งอย่างเนียน ๆ หลากหลายวิธี
ไม่กั๊กกระทู้ก็ปล่อยยาวทิ้งบ้าง
ไม่ให้ขึ้นอย่างไม่สมเหตุผล หรือให้ขึ้นมาแล้วก่อกวนกันบ้าง

ผมชักไม่มั่นใจแล้วว่า "มันเป็นความผิดพลาดของระบบ หรือเกิดจากการจงใจของผู้มีอำนาจที่กำลังดูแลระบบเวบบอร์ดเซิร์ฟเวอร์แห่งนี้"

???

ขออภัยในความไม่สะดวกต่อเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยนทัศนะทุกท่านด้วยครับ

:em08:

ไล่อ่านไม่หมดขออภัย ทุกท่าน

ด้วยความ 'กระสัน' อย่างกระ:-)นกระหือรืออย่าง 'มีนัยยะ' ของ 'นายอภิสิทธิ์' ที่คิดแต่จะมองคนอื่นว่า 'ต้องเป็นเหยื่อ' พยายามจะดึงคนอื่นให้เข้ามาเล่นในเกมเดียวที่ตนถนัด และอ้างสถานการณ์ความจำเป็นต่าง ๆ นา ๆ เพื่อ 'ก่อมายาภาพ' กดดัน โดยที่ตนเองก็ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นไปมองดู 'สันหลัง' ตัวเองที่กำลัง 'เหวอะหวะ' ไปด้วย 'พิษแห่งน้ำลาย' ของตนที่เกิดจากการนำไปใช้อย่างพร่ำเพรือ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ตนมี คิดแต่ว่าถนัดใช้ 'เป็นจุดเด่น/เป็นไม้ตาย' และใช้มันอย่างเคยตัว ไม่ต้องคำนึงถึง 'ผลกระทบ' จากการไม่มีสัจจะใด ๆ เป็นพื้นฐานรองรับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด

มันคือความจริงๆที่แม้แต่เด็กก็มองออก