(((บุญรักษาฯ)))...รื้อฟื้นที่ดินรัชดา...นักโทษ ชาย ทักษิณ

 ก็ พยายาม สรุปรวบรวมให้เข้าใจง่ายๆและกระชับ ในกรณี ที่คุณทักษิณ โดนกล่าวหาเรื่อง นักโทษ แบบ ง่ายๆ นะครับ

เมื่ออดีตครั้งกระนั้น คดีซึ่งอัยการสูงสุดเป็น โจทย์ฟ้อง

คุณทักษิณ เป็น จำเลยที่๑ และคุณหญิง อ้อ.เป็นจำเลยที่ ๒ ในข้อหาทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดา นั้น เนื้อที่ทั้งหมด ๓๓ไร่ ในราคา ๗ร้อย กว่าล้าน นั้น เกิดขึ้น ในยุค คมช.ยึดอำนาจ และตั้ง คตส.โดย คุณ นาม ยิ้มแย้ม เป็นประธาน และ ก็มี คุณ วีระ สมความคิด....

ซึ่ง เป็นผู้ ที่มีบทบาทในกัมพูชา ตอนนี้แหละ เป็น กรรมการผู้ส่งเรื่องให้
คำฟ้องระบุว่า คุณทักษิณ นั้น เป็น จนท.รัฐ ซึ่งมีอำนาจในการดูแล และควบคุมการตรวจสอบ แต่ดันเข้าไปร่วมเป็นคู่สัญญา หรือพูดง่ายๆ ว่าประโยชน์ร่วม ...

ซึ่ีงเลยโดนมองอีกมุมว่า ผิด พรบ.ว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ฉบับ ๔๒ นั้นเอง และตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งศาลตัดสินรับฟ้อง และได้ตัดสินในเวลาต่อมา โดยให้ คุณทักษิณ นั้น มีความผิดและจำคุก ๒ ปี และให้ออกหมายจับ ฐานที่ไม่เข้าร่วมฟังคำตัดสิน

แต่ ที่นี้ จุด ที่ ทำให้ คนทั้งโลก...งง....เป็นไก่ตาแตก หากยอมเปิดใจรับฟัง ว่า สิ่งที่ คมช.ทำนั้น มีวัตถุประสงเพื่อ อะไร และข้อหานั้น หาก นั่งอ่านให้ จบ จะรู้ว่า มันไม่ได้สอดคล้องกันเลย กับที่เป็นจริง

คุณ หญิง อ้อ...จำเลยที่ ๒ ศาล กลับกลายเป็นว่า ยกฟ้อง เพราะหาได้มีความผิดไม่ แต่เหตุที่ผิดจริงๆเพราะสถานะภาพ ในการ สมรส กับ จำเลยที่๑ หรือ คุณทักษิณนั้นเอง ซึ่งความผิดในตอนนั้นคือ มีตำแหน่งเป็นนายกฯและเป็น จนท.รัฐ ที่กฎหมายห้ามมิให้ทำสัญญา หรือมีส่วนได่ส่วนเสียกับกองทุนฟืนฟู ซึ่งมองว่าเป็นหน่วยงานที่ สำนัก นายก กำกับดูแลนั้นเอง

และหากมองรวมๆแล้ว ในข้อเท็จจริงนั้น ที่ดินแปลงนี้เป็นของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ซื้อ จาก บงล.อาราวัณทรัส มาตอนปี ๓๘ ขณะนั้นมีมูลค่าโดยรวม๒พันกว่าล้าน และเมื่อปี ๔๔ กองทุนฟื้นฟู ได้ปรับบัญชี โดยลดมูลค่าหนี้เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง ที่ดินผืนนี้ จึงมีราคา อยู่ในเกณท์ ๗ร้อยกว่าล้าน บาทนั้นเอง ซึ่งในช่วงนั้น แบงค์ชาติ กำลังขาดทุนจากอัตราการแลกเปลี่ยนสูง และด้วยกันนั้น ขณะที่กองทุนฟื้นฟูฯก็มีหนี้ จำนวนมหาศาลจากการอุ้มแบงค์ในวิกฤตต้มยำกุ้ง กว่า ล้านๆบาท.

 จึงได้มีความพยายามในการนำสินทรัพย์ต่างๆในมือออกมาขาย

 ที่ดินผืนนี้ก็เช่นกัน แต่โดยการประมูลหลายครั้งที่ผ่านมา ไม่มีใครให้ความสนใจ ทำให้ได้มีการยกเลิกและได้เปลี่ยนวิธีการประมูลแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ซื้อ ได้เกิดความสนใจ ซึ่งการเปลี่ยนครั้งนี้ ได้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลถึง ๓ราย และเป็นการเปิดประมูลที่โปร่งใส อีกซ้ำด้วยไป คนที่เข้ามาประมูล ก็มี ๑.คุณหญิง อ้อ ๒.แลนด์แอนเฮ้า ๓.โนเบิลฯ และสุดท้าย คุณ หญิง อ้อ ก็ ชนะไป ด้วยข้อเสนอที่สูงกว่า....

ตรงนี้ หากจะมองว่าผิด ๒ บริษัท ที่แพ้ประมูลหากได้ที่ไป ก็คง จะดูหนักกว่านี้ ก็เป็นได้
ซึ่งการซื้อขายที่ดินของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น จริงๆแล้วก็เป็นเรื่องปรกติ ที่ เขาทำกันมาตลอดไม่ว่า จะเป็นใครก็ตามจริงๆแล้ว คนซีก ของ ปชป.เองก็เคยทำมาแล้วทั้งนั้น

และที่สำคัญ กองทุนฟื้นฟูฯนั้นซึ่งแบงค์ชาติก็ดุแลอยู่นั้น ใครจะเข้าไปแทรกแซงหรือแตะต้องก็คงไม่ได้ ถ้าผู้ว่าแบงค์ชาติ ไม่ยินยอมหรือเชิญเข้าไป ....ซึ่งประเด็นนี้ ผู้ ซื้อ ไม่ผิด ผู้ขาย ก็ไม่ผิด แต่...คนผิดคือ คนนั้งอยู่ที่ บ้าน หรือ สามี ของผู้ซื้อ นั้นเอง หาก เป็นเราๆ ก็คงจะอดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้ ว่า นี้เรา โดนเขาจ้องเล่นงานสาระพัดวิธี สุดท้ายหาไม่ได้ เล่นกันซื่อๆตรงๆอย่างนี้ แระ ง่ายดี อดขำ ไม่ได้ บางที

 
ซึ่งหากเปรียบเทียบความหนักหนาของ คดีแล้ว มีหลายๆคดีที่หนักกว่านี้ แต่ ก็ มีการ รอลงอาญา ไว้ทั้งนั้น 
สรุป ความผิด ...คือ ผิดในแง่ จริยธรรม นักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ต้องยอมรับและควรยอมรับ และสมควรลงโทษในวิธีการเมือง แต่ หากถึงขั้นที่้เป็นเหตุให้ถูกจำคุกด้วยนั้น ผมว่า ควรจะมีการทบทวนใหม่อีกสักครั้งนะงาน...

 

เอกสารเพิ่มเติม...ประกอบการอ่านนะครับ 

 http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=30c5e06c92560fcd   ที่มาของ การปรับราคาที่ดิน

 

 http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000106381  อันนี้ คุณ อภิรักษณ์ ก็ มีคดี ทุจริต แต่ก็ไม่ได้ จ้องจองเวรกันถึงขั้นเอาให้ตายกันไปข้าง.....

 บางครั้งคนเราหากมีความยุติธรรมในหัวใจสักเล็กน้อย ปัญหา ต่างๆคงไม่ตามมาอย่างนี้ ....

บุญรักษา...จริงๆแล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย กะ คุณทักษิณ แต่ ที่เกียวคือความรู้สึก ที่อยุติธรรม ก็เท่านั้นเอง