ประชาธิปไตยนี่แหละที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนจนทำให้ประเทศไทยน้ำท่วม (มีหลักฐาน)

 

 กราฟจากวิกิพีเดียนะครับ

 

จากกราฟชัดเจนเลยว่าช่วงที่โลกมีอุณหภูมิคงตัวเป็นช่วงปี 1940s-1980s ซึ่งเป็นยุคที่คอมมิวนิสต์เรืองอำนาจมากที่สุด

 

จีน สหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออก และอีกหลายๆประเทศในทวีปเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟฟริกา ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์

 

แต่ลองมาดูกราฟช่วงปลายยุค80s ซึ่งเป็นช่วงหลังการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียต เยอรมันตะวันออก และประเทศแถบยุโรปตะวันออก ซึ่งหันมาใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยแทน จะเห็นว่าอุณภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลย

 

ส่วนกราฟในช่วงแรกระหว่างปี1910s-1940sที่โลกเราอุณหภูมิสูงขึ้นนั้นน่าจะเป็นผลจากการเกิดสงครามโลกสองครั้งติดๆกันมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของระบอบการปกครอง

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบอบการปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน

 

โลกเย็นมีอุณหภูมิคงตัวในยุคคอมมิวนิสต์ในโซเวียตและยุโรป แต่โลกกลับร้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในยุคที่หลายๆประเทศหันมาใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตย

 

ถ้าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นผลต่อเนื่องจากภาวะโลกร้อน

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประชาธิปไตยนั่นเองคือตัวการของเรื่องทั้งหมดทั้งมวลนี้ จนทำให้คนไทยเดือดร้อนไปทั้งประเทศอยู่ ณ ขณะนี้

และมันยังดำเนินต่อไปและจะทำลายโลกในที่สุดหากเราหากเราไม่หยุดยั้งมัน